"สาธิต" ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมให้ความเชื่อมั่นเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่มีการแพร่ระบาดของโรค ย้ำมาเชียงใหม่ไม่ต้องกักตัว 14 วัน ยกระยองโมเดลเป็นกรณีตัวอย่าง หวังเชียงใหม่ฟื้นตัวได้เร็ว แม้การสอบสวนโรคมีความซับซ้อนมากกว่า


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ธ.ค.63 นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมามอบนโยบายและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรับฟังการบรรยาสรุปสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 5 ราย ที่ห้องประชุมชั้น 7 อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ



ขณะที่ นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายกแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 42 เป็นหญิงวัย 29 ปี ที่ทำงานสถานบริการ 1G1 ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้าเมืองมาตามช่องทางธรรมชาติด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนเดินทางเข้ามายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังจากนั้นก็พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 4 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงานสถานบันเทิงเดียวกับผู้ป่วยรายแรก รวมมีผู้ป่วยทั้งหมด 5 ราย เป็นหญิง 4 ราย และชาย 1 ราย ทั้งหมดรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จนถึงขณะนี้ครบ 14 วันแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 5 รายมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

...



ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูง 95 รายได้มีการกักตัว และตรวจเชื้อครบ 3 ครั้ง เช่นเดียวกับกลุ่มเสี่ยงต่ำ 300 ราย ก็มีผลเป็นลบทั้งหมด ขณะเดียวกันได้มีการทำงานเชิงรุก ส่งรถโมบายพระราชทานชีวนิรภัยตรวจหาเชื้อพนักงานในสถานบันเทิง และสถานประกอบการที่คล้ายสถานบันเทิงกว่า 100 แห่ง รวมกว่า 1 พันคน ซึ่งผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อ โดยการทำงานเชิงรุกครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีนี้



นายสาธิต เปิดเผยว่า การลงพื้นที่วันนี้เพื่อรับฟังสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน จ.เชียงใหม่ หลังได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ที่กำชับให้ลงพื้นที่มาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ โดยส่วนตัวยังมั่นใจและเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสาเหตุครั้งนี้มาจากนอกประเทศ เจ้าหน้าที่สามารถหาต้นตอได้ไว จึงสามารถควบคุมสถานการณ์และสอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นขณะนี้จึงมีความมั่นใจว่า จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ปลอดภัย สามารถเดินทางมาได้โดยไม่ต้องกักตัวเอง ไม่มีจังหวัดไหนออกคำสั่งให้ผู้ที่เดินทางมา จ.เชียงใหม่ เมื่อกลับไปแล้วต้องกักตัว



นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารที่เชื้อถือได้ จากกรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุข อย่าเชื่อข่าวสารที่เป็นเฟกนิวส์ ส่วนคนไทยที่ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเริ่มทยอยกลับเข้าประเทศมากขึ้นทุกวัน แต่ส่วนใหญ่ได้รับการกักตัวเรียบร้อย ขณะเดียวกันก็อยากให้คนไทยเหล่านี้กลับมาให้หมด โดยมั่นใจว่าทางช่องทางธรรมชาติจนถึงขณะนี้สามารถควบคุมได้แล้ว

...



"วันนี้ตั้งใจมาให้ข้อเสนอแนะเรื่องระยองโมเดล แต่บริบทของที่นี่อาจแตกต่างกับระยอง เพราะการสอบสวนโรคง่ายกว่าเนื่องจากผู้ติดเชื้อใส่หน้ากากอนามัย แต่เคสของ จ.เชียงใหม่ มีความซับซ้อนมากกว่า แต่ดูจากข้อมูลแล้ว ณ วันนี้มั่นใจว่า จ.เชียงใหม่ สามารควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว"รมช.สาธารณสุข กล่าว



ด้าน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยอดจองห้องพักถูกยกเลิกไปประมาณร้อยละ 5 ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ เนื่องจากยังมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน บางบริษัทประกาศให้พนักงานถ้ามาเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ต้องกักตัว 14 วัน จึงขอยืนยันว่า จ.เชียงใหม่ ปลอดภัย เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ การติดเชื้อมาจากนอกประเทศ ไม่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่แต่อย่างใด

...



ส่วน นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ของ จ.เชียงใหม่ ควบคุมได้และเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม หากไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม คาดว่าในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ สถานการณ์ในพื้นที่ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


หลังรับฟังการบรรยาสรุป นายสาธิต พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดคัดกรอง และตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งให้กำลังใจแพทย์ พยาบาลที่ทำหน้าที่อยู่ในในห้องความดันลบ ของโรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนในช่วงบ่ายจะเดินทางเยี่ยมผู้ประกอบการที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ตลาดศิริวัฒนา และไปพบปะพูดคุยกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ที่เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ และในช่วงเย็นจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมคลิกออฟบิ๊กคลีนนิ่ง ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.