คนไทยตกค้างฝั่งเมียนมาอีก 26 รายได้กลับแล้ว เผยดีใจรอดตายรัฐยอมเปิดด่านให้เข้าประเทศ เพราะอยู่แบบอดอยากกลัวถูกจับ ขณะที่ ฝั่งเมียนมาเริ่มตุนอาหาร ส่วนสินค้าส่งออกเพิ่มวันละ 300-500 เที่ยว
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.63 ที่จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย คนไทยที่ไปทำงานตามโรงแรม สถานบันเทิง บ่อนพนันออนไลน์ ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และลงทะเบียนผ่านกระทรวงการต่างประเทศที่ยังตกค้างจำนวน 26 คน เป็นชาย 17 คน เป็นหญิง 7 คน เด็กเล็ก 2 คน ได้ประสาน พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนา ผบ.ฉก.ม.3 ในฐานะประธานกรรมการประสานงานท้องถิ่นชายแดนไทย-เมียนมา (TBC) ตม.เชียงราย ปกครองแม่สาย เดินทางข้ามด่านพรมแดนสะพานแห่งที่ 2 มาฝั่งไทย
เมื่อ 26 รายเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองตรวจโรคโควิด-19 เบื้องต้น และตรวจค้นสัมภาระคนทั้งหมด ได้พบโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม ในกระเป๋าอย่างละ 7-8 ชิ้น ของนายปอน ชาว จ.สงขลา ที่เดินทางมาในกลุ่มนี้ พร้อมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองตกค้างในที่พักที่เรียกว่าที่ตึกเหลือง จ.ท่าขี้เหล็ก ส่วนเพื่อนกลับมาก่อน ตนมาหลังสุด จึงขนทรัพย์สินของเพื่อนๆ มาด้วย
...
ทั้งนี้คนไทยที่ตกค้างในเมืองท่าขี้เหล็ก เพราะเจ้าหน้าที่สั่งล็อกดาวน์ ปิดกิจการทุกอย่าง ทำให้ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ กลัวจะอดตายในเมียนมา ส่วนมากอยากกลับไทย เพราะเริ่มอยู่อาศัยลำบาก จะไปไหนก็ไม่ได้ กลัวถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับอีกด้วย เพราะมีโทษถึงติดคุก การมีนโยบายให้มาลงชื่อกลับบ้านของรัฐบาลไทยครั้งนี้ถือว่าดีมาก จะลดการลักลอบข้ามแดนลงได้ เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็กลัวอดตาย ต้องลักลอบหนีข้ามพรมแดนไม่ทางหนึ่งทางใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกลุ่มคนทั้งหมดไปกักตัวที่ SQ รร.เวียงอินทร์เชียงราย
ทั้งนี้ จากการสอบถามคนขับรถสินค้าในท่าขี้เหล็ก เช่น นายตี๋ กับ นายหม่อง จะมาขับรถจากด่านฝั่งไทยไปส่งสินค้าในเมืองท่าขี้เหล็กทุกวัน กล่าวว่าช่วงนี้มีรายได้ดี ได้ค่าจ้างขับรถเที่ยวละ 200 บาท เจ้าของรถได้คันละ 500 บาท มีรถตู้ขับหมุนเวียนรับสินค้าเข้าเมียนมาวันละ 300-500 เที่ยว เพราะระยะนี้ประชาชนที่อยูในทางเมียนมาต้องการกักตุนอาหาร สั่งซื้อสินค้าอุปโภคมากขึ้น ประชาชนยังออกมาประกอบอาชีพและหาซื้อสินค้าในเวลากลางวันได้ตามปกติ แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน ส่วนรถบรรทุกปูนซีเมนต์ รถบรรทุกน้ำมัน ยังมีเข้าไปส่งได้ตามปกติ.