เชียงรายกลายเป็นฮับ เจอผู้ป่วยโควิดเพิ่มอีก 2 ราย เป็นหญิงวัย 25 ปี เท่ากัน เข้าเมืองวันที่ 26 พ.ย. 29 พ.ย. เริ่มป่วย ไอ มีเสมหะ จมูกไม่รับกลิ่น 3 ธ.ค.ไปตรวจ พบติดเชื้อโควิด-19 จัดเป็นลำดับที่ 10-11 ของผู้ติดเชื้อในจังหวัด ขณะที่ย่านบันเทิงย่ามค่ำคืน เงียบถนัด นักเที่ยวหายเกือบหมด
ภายหลังจังหวัดเชียงรายพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากผู้ลักลอบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติชายแดน รวมกับที่ขอเข้ามาโดยถูกต้อง แล้ว 9 ราย
วันที่ 5 ธ.ค. มีรายงานว่า พบผู้ป่วยอีก 2 ราย เป็นลำดับที่ 10 และ 11 ของจ.เชียงราย เป็นหญิงวัย 25 ปี เท่ากัน มีประวัติเดินทางเข้าไทย เมื่อ 26 พ.ย. 63 เริ่มป่วยวันที่ 29 พ.ย. คนแรกมีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น คนที่สอง เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ก่อนตรวจพบเชื้อ เมื่อ 3 ธ.ค. 63 อยู่ระหว่างสอบสวนหาตัวผู้สัมผัส
โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่ห้องพญาพิภักดิ์ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นายแพทย์สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จังหวัดเชียงราย แถลง สถานการณ์โควิด 19 ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2563
พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 2 ราย เป็นเพศหญิงอายุ 25 ปีเท่ากัน ทำงานที่สถานบันเทิง (1G1) ที่ท่าขี้เหล็กเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 11 ราย
นายวรวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ผลการตรวจสาวไทยทำงานท่าขี้เหล็ก ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย รวมสะสม 11 ราย โดย 2 รายล่าสุดนี้ รู้สึกไม่สบาย มีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น และอีกคนมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงได้แจ้งไปยัง 1669 ไปยัง รพ.แม่สายในวันที่ 2 ธ.ค.
...
สำหรับไทม์ไลน์ ทั้งสองคนลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ในวันที่ 26 และได้มาพักกับเพื่อน 4 คน ที่เป็นคนป่วยรายที่ 1-3 ส่วนอีกคนหนึ่งในกลุ่ม 4 คนนี้ไม่พบเชื้อ แต่กักตัวเอง และ 2 คนนี้ได้ไปตรวจเองที่ รพ.เอกชน ซึ่งเป็นการตรวจแบบ Rapid Test ไม่พบเชื้อ แต่พอวันที่ 2 ธ.ค. ทั้ง 3 คนมีอาการไม่สบายมีไข้ จึงได้แจ้งเพื่อไปตรวจที่ รพ.แม่สาย และพบเชื้อ ส่วนอีกคนที่อยู่กับผู้ป่วยกลุ่มแรกยังไม่พบเชื้อ ยังกักตัวรอการตรวจซ้ำ
"สถานที่ Local Quarantine (LQ) ของเอกชนมี 10 แห่ง ขณะนี้มีการกักตัวแล้ว 137 คน มีการแจ้งขอเข้าประเทศผ่าน หน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา (Thai-Myanmar Township Border Committee / TBC) เข้ามา 40 คน ส่วนสถานทูตไทยประจำเมียนมายังไม่มีแจ้งเพิ่มเติม ส่วนการตรวจเชิงรุก (Active Case Finding)โดยรถชีวนิรภัย บริการตามจุดต่างๆ ในเชียงรายที่มีผู้เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำไปแล้ว 2,121 คน ตอนนี้ผลที่ออกมาเป็นลบ 1,474 ราย และรอผลอีก 647 ราย ดังนั้นทำให้เห็นว่ายังไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อ และถ้าไม่มีสถานการณ์อื่น ทางคณะกรรมการเชื่อว่าภายใน 14 วัน ก็จะควบคุมได้ และเชื่อว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.จะปิดเคสให้อยู่ในสถานการณ์ควบคุมโรคแบบปกติได้ไ
ส่วนสถานบันเทิง กรณีร้านที่ผู้ป่วยเป็นพนักงาน (8080 คาเฟ่)ให้หยุด 14 วัน ส่วนร้านที่อยู่ในไทม์ไลน์ อีก 3 ร้าน (ไลบรารี่ ตะวันแดง และอันซีน) ให้หยุด 7 วันในเบื้องต้น ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลการฉีดฆ่าเชื้อไปแล้ว
ส่วนเคส ผู้หญิงอายุ 51 ปี จังหวัดสิงห์บุรี ที่มาเที่ยวเชียงราย เช็กไทม์ไลน์แล้ว พบว่าแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เชียงราย ส่วนบนเครื่องบิน อยู่ห่างกับเคสอินเด็กซ์ประมาณ 8 แถว ซึ่งห่างมาก โอกาสเป็นไปได้ยากที่จะติด เพราะระยะที่อันตรายคือ 2 แถวหน้า สองแถวหลังเท่านั้น ซึ่งเป็นเคสที่จังหวัดสิงห์บุรีกำลังสอบสวนโรคอยู่
ด้าน นพ.ทศเทพ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 10 และ 11 ได้ไปตรวจที่ รพ.เอกชน ด้วยวิธีการ Rapid Test ตรวจหาภูมิคุ้มกัน เพราะฉะนั้นมันมีโอกาสที่จะไม่แปลผลได้ ไม่ได้มาตรฐาน กระทรวงประกาศไม่ให้ใช้การตรวจแบบนั้น สำนักงานสาธารณสุข จึงจะประสานไปยังทุกโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงรายว่า ให้ตรวจด้วยวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสแบบ RT-PCR ที่ต้องตรวจโพรงจมูกเท่านั้น ซึ่งเชียงราย หน่วยงานราชการมีที่ตรวจสองแห่งคือโรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งวันหนึ่งตรวจได้ 500-600 รายอยู่แล้ว และขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าการตรวจต้องตรวจโพรงจมูกเท่านั้น
นอกจากนี้ จากไทม์ไลน์ ผู้ติดเชื้อ รายที่ 7 (สาวประเภท 2) และกลุ่มเพื่อนผู้ป่วยรายที่ 4-6 ได้พากันเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา
เมือคืนวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานบันเทิงชื่อดังที่ถูกระบุในไทม์ไลน์ พบว่าทั้ง 4 ร้าน ได้ปิดให้บริการ โดยก่อนหน้าได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในร้าน และนำโต๊ะ เก้าอี้ ออกมาข้างนอกเพื่อฆ่าเชื้อ
ขณะที่บรรยากาศย่านสถานบันเทิงที่อยู่ใกล้กัน รวมถึงร้านอาหารกึ่งผับหลายแห่งอยู่โดยรอบ พบว่าเงียบเหงา มีนักเที่ยวกลางคืนมาเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ดูแลที่จอดรถย่านนี้ ซึ่งอยู่ติดกับร้าน Library และ Unseen กล่าวว่า ตั้งแต่มีข่าวผู้ติดเชื้อโควิดมาเที่ยวแถวนี้ ทำให้ลูกค้านักเที่ยวหายไปเกือบ 100% อย่างคืนนี้ ที่ร้านมีรถลูกค้าจอดไม่ถึง 10 คัน ซึ่งต่างจากช่วงปกติซึ่งแทบไม่มีที่จอดรถ
เช่นเดียวกับ นายกวินธิดา อารีย์ เจ้าของร้านฯ ในย่านนี้ ยอมรับว่า ช่วงนี้รายได้ลดลงมาก จากเดิมได้วันละหลักหมื่น เหลือหลักพันต้นๆ แต่ก็ยังอยู่ได้เพราะยังมีขายเดลิเวอรี่ ห่วงแต่ลูกค้าไม่กล้ามาใช้บริการ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ รอดูสถานการณ์อีกสักพัก พร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐในการควบคุมโรคทุกอย่าง เพราะต้องดูกัน ประคองกันไปเรื่อยๆ
...