เกิดเรื่องเศร้าพ่อกับลูกชาย เสียชีวิตด้วยกัน อยู่ก้นบ่อน้ำที่พิษณุโลก หลังลงไปซ่อมปั๊มน้ำแล้วมีแก๊สพิษพวยพุ่งขึ้นมา ลูกชายเห็นพ่อหมดสติ รีบลงไปช่วยหมดสติไปด้วย พี่ชายมาเจอจะลงไปอีกคน แต่กลิ่นแก๊สฉุนจนทนไม่ไหว เลยรอด ชาวบ้านบอก บ่อแถวนี้มักมีกลิ่นแก๊สพุ่งขึ้นมา
เวลา 10.00 วันที่ 9 ก.ย. ร.ต.อ.ศิรษิก บุญเกิด รอง.สว.(สอบสวน) สภ.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนหมดสติอยู่ภายในบ่อบาดาลที่กลางทุ่งนาหมู่ 12 บ้านลำได ต.วัดพริก จึงประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานไปให้การช่วยเหลือ และเดินทางไปตรวจสอบ
พบจุดเกิดเหตุอยู่กลางนาห่างจากถนนเลียบคลองชลประทานประมาณ 700 เมตร มีชาวบ้านพากันมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก มีผู้หมดสติทั้งสองรายอยู่ที่ก้นบ่อบาดาลที่มีความลึกกว่า 8 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถโรยตัวลงไปบริเวณก้นบ่อได้เนื่องจากมีกลิ่นฉุนของแก๊สไข่เน่า จึงต้องใช้วิธีทำห่วงเชือกลงไปคล้องร่างผู้หมดสติทราบชื่อภายหลังคือ นายภาณุพันธ์ มากโภคา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 10 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่อยู่ด้านบนขึ้นมา ตรวจพบว่าไม่มีชีพจรแล้วเจ้าหน้าที่ทำซีพีอาร์ ท่ามกลางกลุ่มญาติเป็นจำนวนมาก ที่ภาวนาขอให้ยังมีชีวิตอยู่ แต่การทำซีพีอาร์ ก็ไม่เป็นผล ไม่มีสัญญาณชีพตอบสนอง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้เชือกลงไปคล้องร่างของผู้หมดสติรายที่ 2 ซึ่งทราบชื่อคือ นายบุญส่ง มากโภคา อายุ 59 ปี บิดาของนายภาณุพันธ์ ที่อยู่ก้นบ่อขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เพราะร่างของนายบุญส่งขัดอยู่กับเครื่องปั๊มน้ำด้านล่าง พบว่านายบุญส่งได้เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน
ตำรวจสอบสวน นายวิศรุต มากโภคา อายุ 30 ปี บุตรชายคนโตของนายบุญส่งผู้ ทราบว่า ช่วงเช้าวันนี้เวลาประมาณ 08.00 น. บิดาได้ลงไปซ่อมปั๊มสูบน้ำที่อยู่ก้นบ่อบาดาลแล้วเกิดหมดสติไป นายภาณุพันธ์น้องชายของตน จึงรีบลงไปเพื่อจะช่วยนำบิดาขึ้นมาจากก้นบ่อแต่ก็หมดสติไปอีกคน ตนจึงจะลงไปช่วยแต่ลงไปได้แค่ประมาณ 2 เมตร ก็หายใจไม่ออกเพราะเหม็นกลิ่นแก๊สไข่เน่า จึงรีบขึ้นมาแล้วโทรศัพท์ตามญาติและเพื่อนบ้านมา เพื่อจะช่วยบิดาและน้องชายแต่ก็ไม่ทันแล้ว
เบื้องต้น ตำรวจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงโดยละเอียดอีกครั้งที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล
ด้าน นายณรงค์ ตุ้มพงศ์ อายุ 53 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ปกติแล้วนายบุญส่งจะลงไปในบ่อเพื่อขันซีน อัดจารบีเป็นประจำ คาดว่าครั้งนี้บุตรชายมาเห็นพ่อหมดสติอยู่ก้นบ่อจึงรีบลงไปเพื่อจะช่วย แต่ทนกลิ่นแก๊สไข่เน่าไม่ไหวทำให้หมดสติไปอีกคน และบุตรชายคนโตตามมาจะลงไปช่วย แต่ลงไปได้ไม่เท่าไหร่ก็หมดแรง โชคดีที่บุตรชายคนโตของนายบุญส่งใช้เชือกมัดร่างตนเองไว้ ตอนที่ลงไปในบ่อ จึงรวบรวมแรงดึงเชือกพาตัวเองขึ้นมา แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งญาติกับเพื่อนบ้านให้มาช่วยเหลือ กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่ทันการณ์
ขณะที่นายสัตยา นวลทิม อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 18 หมู่ 9 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงลักษณะของบ่อบาดาลว่า บ่อนี้ลึก 7 วงบ่อ เป็นลักษณะทำท่อคู่ เจาะไว้คู่กัน 2 อันในวง ใช้ดึงน้ำอันหนึ่ง เพราะท่อเก่าดึงน้ำไม่ขึ้นแล้ว เวลาน้ำขึ้นมันจะดันแก๊สขึ้นจากท่อเก่า ส่วนใหญ่ก็จะมีแก๊สแบบนี้ ชาวบ้านแถวนี้ก็จะลงไป ถ้าไม่ลึกมาก ไม่มีกลิ่นแก๊สก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ส่วนใหญ่จะมีแก๊ส ที่บ้านตนเองเมื่อปีที่แล้วก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ มีคนเสียชีวิต 1 คน