ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ศาลให้ประกันตัว พม่าขนเงิน 16.5 ล้าน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 เม.ย. 2563 05:03 น.
    SHARE

    คดีชาวพม่าขนเงิน 16.5 ล้านบาท ข้ามมาฝั่งไทย เริ่มบานปลาย ผบช.ก.-ตำรวจกองปราบฯ ยืนยัน จับกุมตามอำนาจ เจ้าของเงินแสดงหลักฐานที่มาของเงินได้ทุกเมื่อ ขณะที่ทนายความฝ่ายเจ้าของเงินนักธุรกิจค้าน้ำมันชาวพม่าโต้เดือด การจับกุมผิดหลักวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีนายตำรวจมาเคลียร์ แต่ขอให้ทำตามกฎหมาย อย่าเชื่อลูกน้องมาก ด้านผู้บริหารระดับสูง ปตท.แจงเจ้าของเงินเป็นคู่ค้าจริง เชื่อเงินดังกล่าวไม่ได้นำมาจ่ายค่าน้ำมันทั้งหมด

    กรณีตำรวจ กก.5 บก.ทล.จับกุม 2 ผู้ต้องหาชาย-หญิงชาวพม่าขนเงินไทย 16.5 ล้านบาท ข้ามชายแดนเข้าฝั่งไทยด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยไม่สำแดงตามขั้นตอนศุลกากร อ้างนายจ้างนักธุรกิจค้าน้ำมันในประเทศเมียนมาสั่งให้นำเงินมาเข้าธนาคารเพื่อจ่ายค่าน้ำมันให้กับ ปตท. ขณะที่ชุดจับกุมเชื่อว่าน่าจะเป็นเงินได้มาโดยมิชอบ ก่อนส่งตัวให้ตำรวจกองปราบฯร่วมกับ ปปง.ขยายผลหาแหล่งที่มาของเงินของกลางต่อ

    ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 เม.ย. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า สั่งตั้งคณะกรรมการพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ขึ้นมาเพื่อทำคดีนี้ รวมทั้งประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจพิสูจน์เงินดังกล่าว เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวน สอบสวนสองผู้ต้องหาชาวพม่าไม่สามารถนำหลักฐานหรือเอกสารยืนยันที่มาของเงินของกลางได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันนำเข้าเงินตราสกุลไทยเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร พนักงานสอบสวนคุมตัวทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาลอาญาแล้วเมื่อเวลา 09.00 น.

    ด้าน พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. กล่าวว่า การจับกุมของตำรวจ บก.ทล. เป็นไปตามอำนาจกฎหมาย เนื่องจากระหว่างการจับกุมชาวพม่าทั้ง 2 คนไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน 16.5 ล้านบาทได้ รวมทั้งยังผ่านด่านตรวจโดยไม่ได้สำแดงต่อศุลกากร หลังรับรายงานจากชุดจับกุม จึงสั่งการให้ถ่ายภาพหมายเลขธนบัตรทุกใบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเงินทั้งหมดจะไม่หายไปไหน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาและเงินของกลางทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลต่อที่กองปราบฯ ยืนยันฝ่ายผู้เสียหายสามารถนำหลักฐาน มาชี้แจงที่มาของ เงินได้ทุกเมื่อ

    อีกด้าน ที่ศาลอาญา เวลา 09.45 น. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายจ่อเฮง นักธุรกิจน้ำมันชาวพม่า พร้อมนายกริช อึ้งวิฑูรย์สถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา (TMBC) และผู้ก่อตั้งสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา-ไทย (MTCC) เดินทางมาศาล เพื่อเข้าเยี่ยมและยื่นขอประกันตัวนายเดด ไป่อู อายุ 29 ปี และ น.ส.นามิทู อายุ 24 ปี สองผู้ต้องหาชาวพม่าที่ถูกจับกุมพร้อมเงิน 16.5 ล้านบาท

    นายอนันต์ชัยระบุว่า การจับกุมชาวพม่าทั้งคู่ที่ขนเงินมาเพื่อโอนให้กับ ปตท. ทำให้เกิดประเด็นว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องแยกประเด็น การนำเงินเข้ามาโดยไม่ผ่านศุลกากรนั้นผิดกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการทำตามหน้าที่ของตำรวจทางหลวงนั้น ทำตามอำนาจหน้าที่หรือไม่ แล้วที่ระบุว่ามีนายตำรวจขอเคลียร์ เขาไม่ได้ขอเคลียร์ เขาขอให้คุณทำตามกฎหมาย ทำไมไม่ทำ กลับเอาข้อมูลมาแถลงข่าว

    “ตำรวจทางหลวงมีหน้าที่อะไร ตำรวจมีอำนาจจับกุมทั่วประเทศ ผมไม่เถียง ที่ให้ข่าวว่าตามตั้งแต่สะพานเมียวดีมา 200 เมตร ถึงจับกุมใช่หน้าที่คุณหรือเป็นหน้าที่ของตำรวจ สภ.แม่สอด จับแล้วต้องทำตาม ป.วิ อาญา ม.83 สั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมผู้จับกุม ม.84 ต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันทีและให้ส่งตัวผู้ถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว แทนที่จะส่ง สภ.แม่สอดทันที แต่กลับเอาไปกักไว้ที่ตู้ยามตำรวจทางหลวงตั้งแต่ 10.00-24.00 น. แล้วมาส่งกองปราบฯ 07.00 น. ทำเพื่ออะไร อยากฝากบอก ผบช.ก.อย่าเชื่อลูกน้องมาก ใช้กฎหมายเล่มเดียวกัน มีอำนาจไม่เถียง แต่ต้องทำตามกฎหมาย ที่สำคัญประธานสภาทนายความฯแม่สอด ขอพบแต่ถูกปฏิเสธ ทั้งที่เป็นสิทธิตาม ป.วิ อาญา ม.7 ผู้ถูกจับต้องพบทนายจากนี้จะไปร้อง ป.ป.ช.ถึงการทำหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุม หลังจากวันนี้หากเกิดวิกฤติปิดด่านขึ้นมา แล้วพวกคุณจะรู้สึก” นายอนันต์ชัยกล่าว

    ขณะที่นายกริชเปิดเผยว่า รู้จักนายจ่อเฮง เป็นนักธุรกิจค้าขายใหญ่โต ไม่ใช่แค่เฉพาะในเมียวดี หรือย่างกุ้ง เป็นคนสนิทของทางกะเหรี่ยง ถ้าไปทำให้บรรยากาศการค้าเสีย แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เมื่อไทยเจอโควิด-19 ทำเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว ถ้าเขาปิดด่านไม่ค้าขายกับเรา นึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเอาเงินข้ามมาอยู่ในช่วงวิกฤติเพราะฝั่งพม่าธนาคารปิดหมด นายจ่อเฮงต้องการชำระหนี้กับ ปตท. เมื่อถูกจับกุมทาง ปตท.ติดต่อเข้ามาหาทนายความ ให้ข้อมูลยืนยันนายจ่อเฮงเตรียมนำเงินจำนวนนี้มาชำระหนี้ทางการค้าให้กับ ปตท.

    ต่อมาเวลา 16.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งสองได้ประกันตัว ตามที่นายอนันต์ชัย ทนายความ ยื่นคำร้องพร้อมเงินสด โดยตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท กำหนดเงื่อนไขให้ทั้งคู่ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ที่ข้อเท้าและห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

    วันเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า นักธุรกิจค้าน้ำมันชาวพม่า คนดังกล่าว เป็นลูกค้าทำธุรกิจซื้อขายน้ำมันกับ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ มานานกว่า 10 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาธุรกรรมทางการเงินแต่อย่างใด กรณีที่พนักงานของนักธุรกิจรายนี้ นำเงินกว่า 16 ล้านบาท มาจ่ายค่าน้ำมันนั้น เชื่อว่าเงินดังกล่าวไม่ได้นํามาจ่ายค่าน้ำมันกับโออาร์ทั้งหมด ส่วนจะนำไปทำธุรกรรมใดนั้น ปตท.ไม่ทราบรายละเอียด โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. นักธุรกิจรายนี้ได้จ่ายเงินเพื่อซื้อน้ำมันกับโออาร์เป็นเงิน 3 ล้านบาท ขณะนี้โออาร์ยังไม่ได้ส่งมอบน้ำมันให้ เพราะอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ขนเงิน 16.5 ล้านชาวพม่านักธุรกิจปตท.แม่สอดข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้