หลังรัฐบาลมีคำสั่งปิดชายแดน ทำให้สินค้าที่รอส่งออกไปยังเมียนมาตกค้างที่ อ.แม่สอด โดยมีรถจอดรอส่งออกตกค้างนับร้อยคันยาวกว่า 1 กม.รวมแล้วสินค้าตกค้างรวมมูลค่ากว่าพันล้าน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลสั่งปิดท่าเรือตามแนวชายแดนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.63 ที่ผ่านมา เหลือช่องทางส่งออกบนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด เพียงแห่งเดียว ส่งผลให้ธุรกิจส่งออกสินค้าตามแนวชายแดนจังหวัดตาก ที่ปกติสินค้าบางชนิดที่ต้องส่งข้ามทางเรือไปตามท่าเรือฝั่ง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ชะงักโดยสิ้นเชิง ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้าที่มาจากต่างประเทศ และในประเทศตกค้างที่ท่าเรือแหลมฉบัง และในพื้นที่ อ.แม่สอด นับเป็นหลายร้อยตู้

จากการตรวจสอบบนถนนเฉลิมเทพ เขตเทศบาลนครแม่สอด ที่เป็นจุดจอดของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ปรากฏว่ามีรถจอดรอส่งออกตกค้างนับร้อยคัน ยาวกว่า 1 กิโลเมตร ส่วนสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์สอบถามจากพ่อค้าพบว่า เป็นสินค้ามือสองจากต่างประเทศ อาทิ รถมือสองจากประเทศญี่ปุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง สินค้าเกษตร เช่น หมากแห้ง รวมทั้งสินค้าเกษตรส่งออกของไทยบางชนิด รวมๆ กันแล้วสินค้าที่ตกค้างส่งออกไม่ได้ค่านับพันล้านบาท

...

ทั้งนี้สินค้าบางชนิดส่งข้ามทางสะพานไม่ได้ เพราะบางชนิดทางการเมียนมาห้าม แต่ส่งข้ามทางท่าเรือไปฝั่งเมียนมาได้ เพราะประเทศเมียนมา 1 ประเทศ มี 2 ระบบ คือ สินค้าบางชนิดข้ามทางเรือส่งให้กับกะเหรี่ยง สินค้าบางชนิดส่งข้ามสะพานได้เพราะส่งให้กับเมียนมา การสั่งปิดท่าเรือทำให้สินค้าไทยบางชนิดโดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สามารถส่งข้ามสะพาน เช่นเดียวกัน ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลงจำนวนมาก

สำหรับปัญหาตู้คอนเทนเนอร์จากต่างประเทศตกค้างนั้น มีกำหนดเพียง 30 วันจะต้องส่งออกให้หมด มิฉะนั้นจะถูกยึดเป็นของหลวง สินค้าบางตู้เดินทางจากต่างประเทศ ตกค้างตั้งแต่ปิดท่าเรือ 19 มี.ค.63 ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก.