ไลฟ์สไตล์
100 year

เปิดคำฟ้อง หนุ่มลำปางกลับจากตปท. เมินกักตัว ศาลสั่งกักขังทันที 15 วัน

ไทยรัฐออนไลน์
4 เม.ย. 2563 18:16 น.
SHARE

อัยการเผย คำฟ้องชายวัย 24 ปีชาวจ.ลำปาง กลับจากต่างประเทศ รับทราบคำสั่งกักตัว 14 วัน แต่ไม่ปฏิบัติตาม กลับไปชวนเพื่อนมามั่วสุม มีเจตนาจงใจฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรค สุดท้ายศาลสั่งกักขัง 15 วัน 

วันที่ 4 เม.ย. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพเอกสารคำฟ้องคดีอาญา ระบุว่า

ข่าวแนะนำ

ฝ่าฝืนคำสั่งไม่กักตัว โดนฟ้อง..ขัง 15 วัน จำเลยมีเจตนาจงใจฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางไม่คำนึงถึงผลกระทบ และไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม จึงขอศาลได้ลงโทษจำเลยในสถานหนักด้วย (คำฟ้องของอัยการ) แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีที่มีผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของอัยการสูงสุด (ที่ อส 0001/ว140 ลว. 31 มีนาคม 2563)

#ภารกิจงานอัยการสูงสุด ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรับผิดชอบงานด้านระบาดวิทยาและในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานด้านระบาดวิทยาเป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามกฎหมาย มีคำสั่งให้จำเลยในคดีนี้ที่ร่วมเดินทางมากับบุคคลที่กลับมาจากต่างประเทศกักตนเองเป็นเวลา 14 วันที่บ้านพักของจำเลย แต่จำเลยไม่กักตัวตามคำสั่ง เดินทางออกจากบ้านพักไปพบปะบุคคลอื่นภายในหมู่บ้าน และชวนคนในหมู่บ้านไปมั่วสุมที่บ้านพักที่เกิดเหตุ อัยการจึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยสถานหนัก จนศาลมีคำสั่งให้กักขัง 15 วัน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารคำฟ้องคดีดังกล่าวเป็นการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาต่อศาลแขวงลำปาง หมายเลขดำ 496/2563 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลำปาง เป็นโจทก์ฟ้องชาย (สงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวลำปาง อาชีพรับจ้าง เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หรือเป็นผู้สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะ ฝ่าฝืนคำสั่งเป็นหนังสือของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ให้แยกกัก กักกันหรือควบคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 4, 5, 34, 51 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2563 ฉบับลงวันที่ 12 มี.ค. 2563 ข้อ 3

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง (สงวนชื่อ) ต.แม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง และเป็นคณะกรรมการดำเนินการตรวจคัดกรอง แยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต เพื่อการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ระดับตำบล อ.เถิน จ.ลำปาง ได้มีคำสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นบุคคลที่ร่วมเดินทางมากับบุคคลที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ให้แยกกักตนเองเป็นเวลา 14 วัน ที่บ้านจำเลย นับแต่วันที่ 28 มี.ค. - 11 เม.ย. 2563 และจำเลยได้ทราบข้อความในหนังสือคำสั่งดังกล่าวแล้ว ครั้นต่อมาวันที่ 30 มี.ค. 2563 จำเลยได้เดินออกจากบ้านพักไปพบปะบุคคลอื่นภายในหมู่บ้าน พร้อมทั้งชักชวนคนในหมู่บ้านไปมั่วสุมที่บ้านพักของจำเลยด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับการยกเว้น ต่อมาวันที่ 2 เม.ย. จำเลยเข้าพบพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ

ท้ายคำฟ้อง อัยการโจทก์ระบุว่า จำเลยมีเจตนาจงใจฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางไม่คำนึงถึงผลกระทบ และไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม จึงขอศาลได้ลงโทษจำเลยในสถานหนักด้วย

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า มีความผิดฐานพระราชบัญญัติโรคติดต่อตามกฎหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558 มาตรา 34, 51 ประมวลกฎหมายอาญา 29, 30 ให้กักขัง 15 วันแทนค่าปรับ 7,500 บาท ณ สถานกักขังศาลจังหวัดลำปางตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19พรก.ฉุกเฉินห้ามออกจากบ้านไม่กักตัวศาลสั่งกักขังข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 12:11 น.