ข่าว
100 year

เกือบไป หนุ่มขโมยปืนจะมายิงทนาย เพิ่งรู้ความจริง หวิดฆ่ากันตาย

ไทยรัฐออนไลน์4 มี.ค. 2563 08:47 น.
SHARE

หนุ่มบางบัวทอง ขโมยปืนยาวพี่เขยจะไปยิงทนายความที่บึงสามพัน แต่ญาติแจ้งตำรวจสกัดจับได้ก่อน ยกมือไหว้ขอโทษทนายความ หลังรู้ความจริงว่าไม่ได้สูญเสียที่ดินจากการว่าความ เข้าใจผิดมาตลอด

วันที่ 4 มี.ค. จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งให้ช่วยสกัดจับรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 6 กข 1120 กรุงเทพมหานคร กำลังขับออกจากบ้านวังสะตือ หมู่ 1 ต.วังโบสถ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ มุ่งหน้ามาทาง อ.บึงสามพัน โดยคนขับ เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ขับรถมาคนเดียว ได้ขโมยอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด ของพี่ภรรยาจากบ้านแม่ยาย โดยทางญาติหวั่นเกรงว่า อาจจะนำอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไปก่อเหตุในพื้นที่ อ.บึงสามพัน

หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.ชลอ ช้างเผือก รอง ผกก.ป.สภ.บึงสามพัน และ พ.ต.ต.สมยศ พรหมบุตร สวป. สภ.บึงสามพัน พร้อมสายตรวจรถยนต์และสายตรวจจักรยานยนต์ ได้ตั้งด่านที่บริเวณสี่แยกไฟแดงซับสมอทอด อ.บึงสามพัน พบรถยนต์คันดังกล่าว จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น พบอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด จำนวน 1 กระบอก วางพิงอยู่ภายในรถ พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด อยู่ที่บริเวณเบาะนั่งด้านซ้ายของคนขับ จึงได้ตรวจยึด และควบคุมตัวชายคนขับทราบชื่อภายหลังคือ นายบุญมี จันทลา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/770 หมู่ 12 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.บึงสามพัน

เบื้องต้น นายบุญมี จันทลา ได้เล่าถึงสาเหตุ ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนและภรรยามีอาชีพขายของตามตลาดนัดอยู่ที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งในระยะหลังประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีเงินผ่อนส่งบ้านและผ่อนส่งรถยนต์ ขาดส่งหลายงวดเกรงว่าบ้านและรถยนต์จะถูกยึดจนทำให้ตนเครียดมาก ทั้งยังมีเรื่องคับแค้นใจที่โดนทนายโกงทำให้ต้องเสียที่ดิน จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาบ้านแม่ยาย เพื่อเอาอาวุธปืนยาว ซึ่งเป็นของพี่เขยตน เดินทางมาที่ อ.บึงสามพัน เพื่อชำระแค้นกับทนายความคนดังกล่าว และหลังจากนั้น ตนก็จะฆ่าตัวตาย โดยได้ส่งไลน์ไปหาภรรยาเพื่อเป็นการสั่งเสีย แต่ถูกตำรวจสกัดจับไว้ได้ก่อน

ความคืบหน้า ช่วงเย็นวานนี้ นางสลินทิพย์ ถิ่นนารา อายุ 47 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ และนายทวี ถิ่นนารา อายุ 50 ปี พี่ชายของนางสลินทิพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด พร้อมนายวิสุทธิ์ แจ้งใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านวังสะตือ ต.วังโบสถ์ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.บึงสามพัน เพื่อขอประกันตัวนายบุญมี จันทลา โดยนายวิสุทธิ์ แจ้งใจ ได้ใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านขอประกันตัวผู้ต้องหาออกไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ นายเทวินทร์ กิมกูล ทนายความที่ถูกนายบุญมี กล่าวหา มาพบกับนายบุญมีเพื่อพูดคุยเจรจาทำความเข้าใจกัน โดยนายเทวินทร์ กล่าวว่า ตนเป็นทนายว่าความสู้คดีให้แก่นางศรี ถิ่นนารา อายุ 78 ปี แม่ยายของนายบุญมีที่ถูกโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 5 หมื่นบาท และค่าเสียโอกาสอีกเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งผลการสู้คดีปรากฏว่า ศาลตัดสินให้นางศรี ถิ่นนารา จ่ายค่าเสียหายเพียง 4,200 บาท ส่วนเงินค่าเสียโอกาสที่โจทก์เรียกร้องเดือนละ 1,000 บาท ศาลตัดสินให้จ่ายเพียงเดือนละ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งตนคิดว่าที่ตนว่าความไปนั้นเป็นเรื่องที่น่าพอใจ ส่วนที่ดินซึ่งเป็นนาข้าวก็ไม่ได้สูญเสียอะไร จะเสียไปก็เพียงพื้นที่ที่อยู่บนหัวคันนาที่ไม่ได้ใช้ทำกิน ที่ต้องย้ายหลักเขตแดนไปเพียงเล็กน้อย โดยศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยตามข้อตกลงที่ทั้ง 2 ฝ่าย เคยไปตกลงกันที่ศูนย์ดำรงธรรมก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับทำคดี ส่วนในศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ก็เป็นทนายความคนอื่น ไม่ใช่ตน

"สาเหตุการเสียชีวิตของพ่อตานายบุญมี ที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้างนั้น ได้เสียชีวิตก่อนหน้าที่ศาลจะตัดสิน และน่าจะเกิดจากการช้ำใจเรื่องที่ไปรื้อหลักเขตบนคันนาจนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้องมากกว่า”

หลังได้รับฟังคำชี้แจงจากนายเทวินทร์ กิมกูล ทนายความ นายบุญมี จันทลา ผู้ก่อเหตุได้ยกมือไหว้ พร้อมกล่าวคำขอโทษ โดยยอมรับว่าตนเข้าใจผิดมาโดยตลอด คิดว่าถ้าศาลตัดสินให้แพ้คดี ครอบครัวแม่ยายตนจะต้องสูญเสียที่ดินทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แค้นทนายพ่อค้าแค้นทนายขโมยปืนพี่เขยจับปืนในรถข่าวทั่วไป

Most Viewed