ข่าว
100 year

สรุปเหตุสุดช็อก ลูกทรพีฆ่าหั่นศพแม่ สัมพันธ์สวาทซับซ้อน เรื่องแปลก ทรายปิดเลือด

ไทยรัฐออนไลน์2 มี.ค. 2563 19:57 น.
SHARE

เรื่องราวที่ทีมข่าวกำลังจะไล่เรียงนับจากนี้ เราขอบอกว่า นี่เป็นอีกหนึ่งคดีในปี 2563 ที่สุดแสนจะอำมหิต เลือดเย็น และผิดหลักศีลธรรมจรรยาอย่างที่สุด เพราะนี่เป็นเรื่องราวของลูกฆ่าแม่ สัมพันธ์ลูกสาวและพ่อ สับสนปนไปด้วยข่าวลือฉาวที่เกี่ยวข้องกับคนในสายเลือด “ฆ่าแม่ สัมพันธ์สวาทลูกสาว” ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงให้คุณเข้าใจง่ายๆ ภายในหน้าเดียว

  • เช้ามืดเวลา 04.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ. ผู้เป็นแม่ วัย 53 ปี เดินทางไปหานายภาคินวัย 35 ปีที่บ้าน(แยกกันอยู่คนละบ้าน) และเอ่ยปากกับลูกชายว่า “เงินที่ยืมแม่ไป(ประมาณ 60,000 บาท) เอามาคืนแม่ทีนะ แม่จะเอาไปใช้หนี้ธนาคาร

  • นายภาคิน ตอบกลับแม่ไปว่า “เพิ่งขายรถไป ยังไม่ได้เงินเลย รออีก 2-3 วันได้ไหม เดี๋ยวผมเอาไปใช้

  • ผู้เป็นแม่สวนไปในทันทีว่า “ถ้ามึงไม่ใช้เงินกู กูจะไปบอกตำรวจเรื่องมึงนอนกับลูก” (ต่อมา ผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า เรื่องที่นายภาคินหลับนอนกับลูกสาวนั้น เป็นเพียงข่าวลือ และเด็กผู้หญิงเป็นลูกติดแม่ ไม่ใช่ลูกของนายภาคิน)

  • จากนั้น ทั้งคู่ก็เริ่มมีปากเสียงกันรุงแรงมากขึ้น ซึ่งผู้เป็นแม่ก็บ่น และด่านายภาคินอยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่ง ผู้เป็นแม่พูดขึ้นมาว่า “ถ้ามึงไม่เอาเงินมาให้กู กูจะไปแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ เช้าเมื่อไหร่ กูจะไปเลย

  • นายภาคิน รีบตอบโต้ผู้เป็นแม่ในทันทีว่า “แม่ไม่ต้องไปแจ้งความหรอก ผมเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มันจะเสียหาย มันจะเสียภาพพจน์

  • แม้ผู้เป็นแม่จะได้ยินคำขอของนายภาคิน แต่ก็ไม่ได้หยุดบ่นด่าลูกชาย จนอารมณ์ และคำพูดคำจาของทั้งคู่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

  • เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ระหว่างที่ผู้เป็นแม่ยืนหันหลังให้นายภาคินอยู่นั้น นายภาคินก็เดินไปหยิบมีด และจ้วงแทงเข้าไปที่ด้านหลังของผู้เป็นแม่

  • ผู้เป็นแม่ล้มลง แต่ยังมีแรงส่งเสียงร้องให้ชาวบ้านในละแวกนั้นช่วยเหลือ(ต่อมา ชาวบ้านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ได้ยินเสียงแม่ของนายภาคินร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็เข้าไปไม่ได้ เพราะบ้านหลังดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิด)

  • นายภาคินเห็นแม่ส่งเสียงดัง จึงจ้วงแทงแม่ไปอีก 2 ครั้ง จนกระทั่งแม่แน่นิ่ง

  • จากนั้น นายภาคินได้ลากศพแม่ไปที่หลังบ้าน และทำการแขวนศพแม่ไว้กับเชือก และนำทรายมาโรยบนเลือดที่เลอะพื้นจนทั่วทั้งบ้าน และรอจนรุ่งสาง เพื่อเก็บทรายที่เปื้อนเลือดใส่กระสอบ

  • เมื่อเข้าช่วงสาย นายภาคิน ได้ขับรถไปส่งลูกสาวคนเล็กวัย 5 ขวบ ที่โรงเรียน ส่วนลูกสาวคนโต วัย 15 ปี ให้แจ้งครูว่าลาป่วย ซึ่งก่อนเข้าบ้าน เขาได้แวะซื้อน้ำแข็งที่ร้านโกตี๋ และซื้อมีดปลายแหลมอีก 1 เล่ม

  • ช่วงสายของวันที่ 27 ก.พ.63 ผู้ใหญ่บ้านโทรหา นายภาคิน เพื่อเรียกใช้ให้ไปช่วยงาน แต่นายภาคิน ตอบกลับมาว่า “ผมติดธุระ จะพาลูกไปหาหมอ

  • เมื่อนายภาคินกลับมาถึงบ้าน นายภาคินได้แบกศพแม่ขึ้นรถ(ยังไม่ได้หั่น) และขับรถไปยังป่ารกร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านไป 12 กม. 

  • เมื่อมองหาที่ทางลับตาคนได้เป็นที่เรียบร้อย นายภาคิน ก็เริ่มใช้จอบขุดลงไปบนหน้าดิน แต่ปรากฏว่า ดินแข็งมาก ขุดยาก และขุดได้ไม่ลึกมาก

  • นายภาคิน จึงตัดสินใจใช้จอบตัดหัวแม่ และฝังเฉพาะหัวของแม่ลงไปในหลุมที่เขาพยายามขุดอยู่นานสองนาน แต่ก็ขุดได้ลึกเพียง 50 ซม.เท่านั้น

  • เมื่อฝังกลบหัวแม่เป็นที่เรียบร้อย นายภาคิน ก็เดินทางกลับบ้าน และจัดการชำแหละศพแม่แช่ใส่ถังน้ำแข็งและกล่องพลาสติกตลอดทั้งวัน ซึ่งเขาวางแผนไว้ว่า จะหั่นศพให้มีขนาดเล็ก เพื่อที่จะง่ายต่อการนำไปฝังในครั้งต่อไป

    หมายเหตุ : เหตุการณ์ข้างต้นเป็นคำบอกเล่าจากผู้ใหญ่บ้าน

  • ช่วงเย็นของวันเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้านโทรหานายภาคินอีกครั้ง พร้อมสั่งงานให้นายภาคินมาเอาถังใส่น้ำแข็ง เพื่อเตรียมใส่เครื่องดื่มไว้ให้ชาวบ้านที่จะออกไปช่วยกันทำแนวกันไฟในวันรุ่งขึ้น ซึ่งนายภาคินก็รับคำ และทำตามคำสั่งเป็นอย่างดี

  • ช่วงเช้า 28 ก.พ.63 ผู้ใหญ่บ้านโทรหานายภาคินอีกครั้ง โดยแจ้งว่าวันนี้ชาวบ้านจะขึ้นเขาไปทำแนวกันไฟ พร้อมสั่งให้นายภาคินเตรียมซื้อน้ำ ซื้อน้ำแข็งใส่รถกระบะไว้ เพื่อเป็นเสบียงให้ชาวบ้านได้ดื่มกินเวลาเหน็ดเหนื่อย

  • เมื่อนายภาคินได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่บ้าน เขาก็ตบปากรับคำ ทำตามคำสั่งจนเสร็จเรียบร้อยเช่นเดิม และเดินทางไปยังเชิงเขา ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านทำแนวกันไฟ

  • ผู้ใหญ่บ้านสังเกตเห็นว่า ในขณะที่ชาวบ้านรายอื่นๆ วุ่นวายอยู่กับการทำแนวกันไฟ แต่นายภาคินกลับเดินวนไปวนมาไม่ห่างผู้ใหญ่บ้าน เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ(ต่อมานายภาคินยอมรับว่า อยากจะเข้าไปสารภาพผิดกับผู้ใหญ่บ้าน แต่ไม่กล้า)

  • สักพัก นายภาคิน ได้เดินมายังจุดที่ผู้ใหญ่บ้านนั่ง พร้อมเอ่ยปากขอหยิบยืมมอเตอร์ไซค์ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็ให้ไป โดยไม่ได้สงสัยอะไร

  • เมื่อนายภาคินรับกุญแจมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว และเดินหันหลังไปไม่ถึง 100 เมตร ก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาหาผู้ใหญ่บ้าน ปลายสายคือหลานสาวของผู้ใหญ่

  • หลานสาวของผู้ใหญ่ กล่าวด้วยนำ้เสียงระทึกว่า “พ่อหลวง(ผู้ใหญ่บ้าน) ผู้ช่วยพ่อหลวงอยู่ด้วยไหม พ่อหลวงบอกให้ตำรวจมาจับมันที มันฆ่าแม่ไปเมื่อตอนตี 4 ศพอยู่ในบ้าน” ซึ่งหลานสาวของผู้ใหญ่ทราบข่าวจากชาวบ้านว่า น้องสาวของผู้ตาย(น้าของนายภาคิน) ให้ตำรวจไปค้นบ้านที่เกิดเหตุ เพราะพี่สาวหายไป จนสุดท้ายไปพบศพของพี่สาว

  • ผู้ใหญ่บ้านตกใจอย่างมาก และโทรหานายภาคินทันที แต่นายภาคินปิดโทรศัพท์มือถือ จึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ

  • ส่วนนายภาคิน ที่เพิ่งขี่รถออกไป แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับเขา เพราะเจ้าตัวหาทางออกจากป่าไม่เจอ ทั้งๆ ที่คุ้นเคยกับพื้นที่เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจขับรถวกลับมาหาผู้ใหญ่บ้าน และสารภาพความจริงทั้งหมด และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด.
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฆ่าหั่นศพแม่ลูกฆ่าแม่หั่นศพยัดถังน้ำแข็งฆ่าหั่นศพข่าววันนี้ข่าวร้อนข่าวทั่วไป

Most Viewed