ไลฟ์สไตล์
100 year

เผาหญ้าจับหนูนา ไฟไหม้-ลาม 10 ไร่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ก.พ. 2563 05:10 น.
SHARE

อธิบดีกรมอุทยานฯนำทีมดับไฟป่า ภูกระดึง จ.เลย ที่ยังไหม้ตอไม้และขอนไม้ป้องกันไฟคุกรุ่นขึ้นมาอีกรอบ เผยต้นเหตุมาจากการจุดไฟล่าสัตว์ก่อนเผาป่าวอดกว่า 3 พันไร่ รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี ส่วนที่พิษณุโลกลอบเผาหญ้าล่าหนูนา หวิดไหม้บ้านและบริษัทไทยน้ำทิพย์ที่อยู่ใกล้กัน ส่วนภัยแล้งวิกฤติหนัก ล่าสุดแม่น้ำวังทองเมืองสองแควแห้งขอดเหลือแค่ในแอ่งลึก ชาวบ้านต้องทำฝายกักน้ำไว้ใช้ ด้านชาวสวนเมืองจันท์โอดผลไม้ขาดน้ำ เทศบาลต้องสูบน้ำในคลองย้อนกลับไปช่วยกว่า 1,000 ไร่

เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟป่าภูกระดึงที่ยังคุกรุ่นตามตอไม้ป้องกันการลุกลาม โดยเมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย มีนายอดิศร เหมทานนท์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูกระดึงและนายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง รายงานสภาพความเสียหายจากไฟป่าที่ลุกไหม้ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว โดยมีผืนป่าถูกไฟเผาเสียหายกว่า 3,400 ไร่ จากนั้นนายธัญญาร่วมกับเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟที่ยังลุกไหม้ตามขอนไม้และตอไม้ให้ดับสนิท เพื่อป้องกันไฟลุกลามขึ้นมาอีกรอบ

ข่าวแนะนำ

นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่ง ชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมไฟป่าได้หมดแล้ว คงเหลือกลุ่มควันไฟตามขอนไม้บ้างเล็กน้อย พื้นที่ป่าเสียหายส่วนใหญ่เป็นต้นสนเล็กที่ขึ้นเองตามธรรมชาติบนพื้นที่ที่เคยเป็นทุ่งหญ้ามาก่อน ส่วนต้นสนใหญ่เมื่อถูกฝนไม่นานก็จะกลับมาได้เหมือนเดิม และยังไม่พบว่าสัตว์ป่าล้มตาย มีแต่แตกตื่นวิ่งหนีไฟ คาดว่าคงมีไม่มากนักเพราะสัตว์ป่าส่วนใหญ่จะหากินตามเขตป่าปิดที่ยังมีความชุ่มชื้นอยู่และไม่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ครั้งนี้ สำหรับสาเหตุไฟป่าน่าจะมาจากพรานล่าสัตว์และหาของป่าจุดไฟไล่สัตว์หรือหุงต้มในป่าแล้วลามเข้าป่า ถือว่าไฟป่าครั้งนี้หนักสุดในรอบ 20 ปี

ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย กล่าวว่า จากการตรวจสอบความเสียหายของไฟป่าพบว่าจุดสำคัญเช่นบ้านพักต้อนรับนักท่องเที่ยววังกวาง ลานพระพุทธเมตตา และระบบสาธารณูปโภคไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินราชการ ขณะนี้ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟปะทุขึ้นมาอีก ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดับไฟป่าด้วยความเข้มแข็ง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทั้งวันทั้งคืน อยากฝากถึงประชาชนช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดไฟป่า เพราะจะเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่ามหาศาล อีกทั้งสร้างปัญหาหมอกควันมลพิษ ทำให้ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน กระทบต่อคุณภาพชีวิต

ที่ จ.พิษณุโลก เกิดเหตุไฟไหม้ป่าหญ้าริมถนนพิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 4 ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ประสานรถน้ำดับเพลิง อบต.สมอแข เทศบาลเมืองอรัญญิก อบจ.พิษณุโลก และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 ไปดับไฟที่ลุกไหม้ป่าหญ้าเนื้อที่ราว 10 ไร่ เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดเปลวไฟที่ลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชนและบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด จนลุกไหม้ ป้ายไฟเสียหาย 4 ป้าย สายไฟฟ้าและสายเคเบิลถูกเพลิงไหม้ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับ และท่อน้ำประปาหลอมละลายถึง 2 ท่อ ทำให้น้ำไหลทะลักออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับไฟกว่า 4 ชม. ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากมีการลักลอบจุดไฟเผาหญ้าล้อมจับหนูนา ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอความ ร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะผู้หาของป่าและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ว่าห้ามจุดไฟเผาป่าอย่างเด็ดขาด เพราะจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ รวมถึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความเสียหายต่อผืนป่าและสัตว์ป่าอีกทั้งการจุดไฟเผาป่ามีความผิดตามกฎหมาย จึงขอให้ทุกคนช่วยกันศึกษาวิธีรับมือ และป้องกันการเกิดไฟป่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดหมอกควัน และจากกรณีไฟไหม้บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ที่ผ่านมา ทุกคนก็เห็นแล้วว่าสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้นายกฯกำชับให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯทั่วประเทศเฝ้าระวังไฟป่าและการลักลอบเผาป่า เพราะปีนี้สภาพอากาศแล้งจัดและบางพื้นที่ มีเชื้อเพลิงสะสมค่อนข้างมาก
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งหลายพื้นที่เข้าสู่วิกฤติ โดยเฉพาะแม่น้ำวังทอง ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ที่เป็นช่วงปลายน้ำเกิดแห้งขอดอย่างมาก ทหารจากกองบิน 46 พิษณุโลก และมณฑลทหารบก ที่ 39 ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสร้างฝายกั้นแม่น้ำเพื่อกักน้ำที่หลงเหลืออยู่ในแอ่งลึก นายสุเทพ สุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอบางกระทุ่ม เผยว่า แม่น้ำวังทอง ที่ไหลผ่าน อ.บางกระทุ่ม แห้งขอดเร็วมาก เนื่องจากมีการสูบน้ำไปใช้ทำนามาก จึงทำฝายกั้นแม่น้ำ 2 จุด บริเวณหมู่ 3 และหมู่ 5 ต.ท่าตาล แม้ว่าปัจจุบันแทบไม่มีน้ำไหลลงมา แต่ต้องทำเพื่อเตรียมกักเก็บน้ำไว้

ด้านนายเคน บัวคำ อายุ 53 ปี ชาวนา ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม กล่าวว่า ช่วงเริ่มทำนาใหม่ๆยังพอสูบน้ำจากแม่น้ำวังทองในพื้นที่ที่มีโครงการสูบน้ำจากพลังงานไฟฟ้าขึ้นมาใช้ ปัจจุบันน้ำแห้งขอด สถานีสูบน้ำไม่สามารถใช้การได้ ต้องลงทุนจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาล ครั้งแรกเจาะบนฝั่งหมดเงินไป 20,000 บาท แต่สูบน้ำไปได้สักระยะก็ใช้การไม่ได้ จึงต้องจ้างเจาะบ่อบาดาลอีกครั้งในแม่น้ำวังทองอีก 10,000 บาท เพื่อนำน้ำขึ้นไปใช้ในนาข้าวให้อยู่รอดถึงเก็บเกี่ยวขายได้ในฤดูกาลนี้

เช่นเดียวกับ จ.จันทบุรี นายอานุภพ สังขนาค ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันทำฝายกั้นน้ำบริเวณสะพาน 3 บ้านคลองเตย-ทองทั่ว หมู่ 11 ต.คลองนารายณ์ เพื่อสูบน้ำจากคลองภักดีรำไพย้อนกลับขึ้นไปตามลำคลองเตย-คลองนารายณ์ ไปช่วยชาวสวนผลไม้ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง นายอานุภพ สังขนาค ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.คลองนารายณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันน้ำจากน้ำตกคลองนารายณ์มีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและสวนผลไม้ในพื้นที่ ต้องดึงน้ำในคลองภักดีรำไพที่อยู่ไม่ไกลกันย้อนกลับไปตามลำคลองโดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์นำเครื่องสูบน้ำพญานาคไปช่วยสูบน้ำให้ชาวสวนผลไม้รวมเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เผาหญ้าข่าวหน้า1ล่าหนูนาพิษณุโลกไฟป่าภูกระดึงภัยแล้งข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12:28 น.