จนท.ป่าไม้ร่วมกับทหารกว่า 200 นาย ตรวจรีสอร์ต 43 แห่ง บนดอยม่อนแจ่ม หลังพบบุกรุกขยายพื้นที่ ที่ดินทำกินถูกเปลี่ยนมือให้นายทุน ผิดวัตถุประสงค์ "มติครม.30 มิ.ย.41"
เวลา 09.30 น.วันที่ 8 ก.ค. เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 นำโดยนายราเชนทร์ ภุมิมะภูติ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ร่วมกับ ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.แม่ริม รวมกว่า 200 นาย เข้าตรวจสอบที่รีสอร์ตม่อนอิงดาว บนดอยม่อนแจ่ม ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับรายงานว่าที่รีสอร์ตแห่งนี้มีการบุกรุกขยายพื้นที่การใช้ประโยชน์ นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตตามมติ ครม 30 มิถุนายน 2541
การลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ มีชาวบ้านจาก หมู่บ้านหนองหอยเก่า หมู่บ้านหนองหอยใหม่ และหมู่บ้านแม่ขิ ซึ่งทั้ง 3 หมู่บ้านประกอบกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ นับร้อยคนออกมาสังเกตการณ์ ขณะตรวจสอบชนเผ่าวัยรุ่นจำนวนมากมีการไลฟ์สดการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดการกระทบกระทั่งใดๆ ซึ่งชาวบ้านก็ยืนยันว่ารวมตัวกันเพื่อมาขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่เนื่องจากที่ผ่านมาประกอบอาชีพโดยสุจริต
...
จากการตรวจสอบรีสอร์ตม่อนอิงดาว ซึ่งอยู่บนเนินเขา พบมีห้องพักทั้งหมด 22 หลัง รวมทั้งมีลานกางเต็นท์ รองรับได้ประมาณ 30 หลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือวัดพิกัดดาวเทียม ตรวจสอบแนวเขต เพื่อนำไปเทียบภาพดาวเทียม
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังแบ่งกำลัง 4 ชุด เข้าตรวจสอบรีสอร์ตในบริเวณเดียวกันอีก 42 แห่ง ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันซึ่งการเข้าตรวจสอบในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกของมาตรการจัดระเบียบพื้นที่การท่องเที่ยวบนดอยม่อนแจ่ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเข้าจัดระเบียบการใช้พื้นที่โครงการหลวงดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
สำหรับดอยม่อนแจ่ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมและพื้นที่ของโครงการหลวงหนองหอย ซึ่งก่อนหน้านี้แถวบ้าน ในพื้นที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อทำการเกษตรตามมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 แต่ภายหลังได้เปลี่ยนพื้นที่มาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเปิดเป็นโฮมสเตย์ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
กระทั่งล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวของรีสอร์ตอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีตัวเลขผู้ประกอบการ 45 ราย มีห้องพักรวมกันเกือบ 1,000 ห้อง นอกจากจะมีการบุกรุกขยายพื้นที่ ยังมีรายงานด้วยว่ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือให้กลุ่มนายทุน ซึ่งทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียด
นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.แม่แรม บอกว่า สาเหตุที่ชาวบ้านหันมาทำการท่องเที่ยว เพราะที่ดินปลูกผักเริ่มเสื่อมโทรม ขณะที่โครงการหลวงหนองหอยได้เข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตั้งแต่ปี 2545 และชาวบ้านได้มีการจัดตั้งรวมกลุ่มกันในนามของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว มาอย่างถูกต้อง ภายใต้ความร่วมมือในการดูแลสิ่งแวดล้อมและป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาซื้อเปลี่ยนมือ การเข้ามาจัดระเบียบของเจ้าหน้าที่โดยยึดเอาจากพื้นที่โครงการหลวงอ่างขางมาเป็นโมเดล เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากครอบครัว มีรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร
ด้านนายราเชนทร์ ภุมิมะภูติ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ระบุว่า วันนี้มาตรวจสอบว่าบ้านพักและรีสอร์ตสร้างอยู่ในพื้นที่เดิมหรือขยายเพิ่มเติมเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ซึ่งข้อมูลจากการตรวจสอบแนวเขตในวันนี้จะนำไปตรวจเทียบกับแผนที่ที่ดินทำกินย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2554 หากไม่ถูกต้องก็ต้องผลักดัน ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
“พื้นที่บริเวณนี้ ในปี 2554 มีการรังวัดจัดสรรพื้นที่ไปแล้ว 600 กว่าราย หากมีการซื้อขายผิดวัตถุ ต้องเพิกถอนแปลงนั้นออก เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหลวงหนองหอย ที่ต้องการให้ชาวบ้านมีที่ดินทำการ แต่ภายหลังพบว่ากลายเป็นรีสอร์ต ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ต้องมีการจัดระเบียบพื้นที่ โดยจะใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.โรงแรม เข้ามาดำเนินการ”
...