หนุ่มม้งรุ่นพี่ สารภาพฆ่ารุ่นน้องวัย 16 ปี ห่อเสื่อน้ำมันทิ้งข้างถนนที่นครไทย พิษณุโลก ทะเลาะกันหลังเจอกำลัง "ลักของในบ้าน" อ้างเพิ่งทิ้งศพแค่อาทิตย์เดียว แต่เน่าเปื่อยคล้ายตายมานานนับเดือน   

วันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี ร.ต.อ.เกชา ปากสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้ง มีผู้พบศพเหลือแต่โครงกระดูกถูกห่อด้วยเสื่อน้ำมันทิ้งไว้ริมถนนสายนครไทย–ภูหินร่องกล้า หน้าบ้านเลขที่ 357 หมู่ 1 บ้านห้วยตีนตั่ง ต.เนินเพิ่ม ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุดสยาม ภูมิประเสริฐ ผกก.สภ.นครไทย และชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง พ.ต.ต.บุญญาภาส เพ็งฤกษ์ นวท.(สบ 2) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.6 แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

พบซากศพดังกล่าวอยู่ในพงหญ้าริมถนนถูกห่อหุ้มด้วยเสื่อน้ำมันลายดอกกุหลาบสีแดง มีกิ่งไม้วางทับอีกชั้นหนึ่ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน สภาพศพเน่าเปื่อยเหลือแต่กระดูก มีเพียงเนื้อยุ่ยๆบริเวณเท้า โดยเป็นเพศชาย สวมเสื้อแขนยาวสีเขียว ใส่กางเกงวอร์มสีดำ ที่กะโหลกมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนเป็นรู และได้ควบคุมตัว นายตรีภพ แสงบุตรดี อายุ 25 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 357 หมู่ 1 ต.เนินเพิ่ม ซึ่งมีบ้านพักอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ไปสอบสวนปากคำ เนื่องจากพบว่ามีคราบเลือดเปื้อน อยู่ที่พื้นปูนหน้าบ้าน ในบ้าน และเสื้อผ้ามีเลือดเปื้อนด้วย นำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.นครไทย

พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.สุดสยาม ผกก.สภ.นครไทย ว่า นายตรีภพให้การรับสารภาพแล้วเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชายดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายเอกรินทร์ หรือเตี้ย แซ่ลี อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/191 หมู่ 7 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก จริง เพราะผู้เสียชีวิตมาลักของในบ้านแล้วเจอพอดี เลยทะเลาะกันก่อนใช้เหล็กข้ออ้อยขนาด 6 หุน ยาวประมาณ 50 ซม.ที่ใช้เป็นหลักกั้นลี่กระชังปลาที่เก็บมาไว้ในบ้าน ตีที่หัว ก่อนนำร่างไปทิ้งไว้ที่ริมถนนเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2562 ส่วนสาเหตุที่ศพเน่าเปื่อยเร็วจนเหลือแต่กระดูกส่วนศีรษะและลำตัว น่าจะเกิดจากอาการที่ร้อนจัดแผดเผาเพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่บนที่สูง อีกทั้งผู้เสียชีวิตมีรูปร่างเล็กผอมบางด้วย ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจพิสูจน์โดยละเอียดเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี

...

ด้าน พ.ต.ท.เสน่ห์ พรหมรัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.นครไทย ได้ร่วมกับ ร.ต.อ.เกชา ปากสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.นครไทย ได้สอบปากคำนายตรีภพ หลังจับกุมตามหมายจับของศาลแขวงนครไทยที่ 40/2562 ลงวันที่ 28 พ.ค.2562 ซึ่งนายตรีภพให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุนายเอกรินทร์ หรือ เตี้ย ผู้ตาย มาหาตนที่บ้านพักแล้วดื่มสุราด้วยกันเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ค. แล้วนายเอกรินทร์ได้ออกจากบ้านไป กระทั่งเช้า ได้กลับมาหาตนที่บ้านอีกครั้ง จึงสอบถามเรื่องบัตรประชาชนและบัตรเอทีเอ็มของตนที่หายไปว่า เห็นหรือไม่ นายเอกรินทร์ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นแต่ตนมั่นใจว่านายเอกรินทร์ขโมยไป เพราะนายเอกรินทร์มีประวัติเรื่องลักขโมย และก่อนมาหาตนก็ขโมยโทรศัพท์เพื่อนบ้านมาด้วย จึงมีปากเสียงทะเลาะกัน นายเอกรินทร์ได้ถือเหล็กแหลมลักษณะคล้ายเหล็กไม้แขวนเสื้อตรงเข้ามาหา ตนจึงป้องกันตัวทำให้เกิดการชกต่อยกัน ก่อนที่ตนจะใช้เหล็กควั่นอ้อยตีไปที่ศีรษะของนายเอกรินทร์ 2 ครั้งจนล้มฟุบกองกับพื้นบ้าน ส่วนตนถูกต่อยบาดเจ็บที่หน้าอกด้วยเช่นกัน จากนั้นจึงได้นำร่างของนายเอกรินทร์ไปทิ้งไว้ริมถนนดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย หลังนำตัวไปตรวจร่างกายและปัสสาวะพบผลเป็นบวก และข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ตามกฎหมาย

ขณะที่นายสมวิทย์ แซ่ลี อายุ 41 ปี อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 16 บ้านห้วยน้ำไซ ต.เนินเพิ่ม บิดาของนายเตี้ยผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า นายเตี้ยเป็นบุตรของญาติตนที่เป็นชาวเขาเผ่าม้งด้วยกัน จึงขอมาเลี้ยงเป็นบุตรธรรม ปกตินิสัยดีช่วยทำงานบ้านขยันขันแข็งแต่จะไปเที่ยวกับเพื่อนวัยเดียวกันเป็นปกติ หายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนไม่ทราบว่ารู้จักกับผู้ต้องหาหรือไม่ ที่ตนจำได้เพราะเห็นด้ายสายสิญจน์ที่ข้อมือขวาซึ่งมัดให้เมื่อเทศกาลปีใหม่ปีนี้ และเสื้อแขนยาวสีเขียวที่สวมใส่ รวมทั้งฟันหน้าที่ผุทั้งสองซี่ เมื่อบุตรบุญธรรมเสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจ โดยจะรับศพมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านห้วยน้ำไซ ส่วนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก็ต้องชดใช้กรรมตามกฎหมายไป