นำตัวส่งฟ้องแล้วหนุ่มไทใหญ่ ต้นตอข่าวฉาว ตำรวจแม่สายเรียกค่าปรับ 2 หมื่น ศาลลงโทษฐานออกนอกเขต ปรับ 2.5 พัน นอนห้องขัง 3 วัน หักวันละ 500 เหลือปรับพันเดียว ขณะตำรวจชุดตั้งด่านถูกตั้ง กก.สอบ

จากกรณีอื้อฉาว เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ค.62 มีการร้องเรียนตำรวจสายตรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับนายลาส่วย จายคำ ชาวไทใหญ่ ข้อหาออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกเงินค่าปรับ 20,000 บาท หลังเจรจาตกลงโอนเงิน 5,000 บาทให้แล้ว กลับขอเพิ่มเป็น 10,000 บาท อ้างว่าไม่พอแบ่ง ทำให้มีการร้องเรียนสื่อ เรื่องจึงแดงขึ้น ตำรวจจึงโอนเงินคืนให้เมียนายลาส่วย และเรื่องบานปลายใหญ่โตนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 24 พ.ค.62 พ.ต.ท.สุชาติ ปิติกุณโชติ สว.(สอบสวน) สภ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าของคดี ควบคุมตัว นายลาส่วย จายคำ ชาวไทใหญ่ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 0/89 หมู่ 1 ต.เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งฟ้องศาลจังหวัดเชียงราย ข้อหาออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลได้สั่งปรับเป็นเงิน 2,500 บาท แต่ลดค่าปรับจากที่นายลาส่วยถูกจำคุก สภ.แม่สาย 3 วัน วันละ 500 บาท คงปรับเพียง 1,000 บาท จากนั้นได้ปล่อยตัวนั่งรถกลับกรุงเทพฯ

วันเดียวกัน พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5 ได้มีหนังสือสั่งการถึง พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.เชียงราย ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจที่ตั้งด่านสกัดในวันเกิดเหตุ และรายงานให้ภาค 5 ทราบโดยเร่งด่วน ส่วน พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.เชียงราย ได้มีหนังสือสั่งการถึง พ.ต.อ.คมสันต์ สอาดล้วน ผกก.แม่สาย ให้สอดส่องดูแลพฤติการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างให้มีเหตุทำให้เสียภาพพจน์ของตำรวจเกิดขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีญาติของบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย และเป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงรายหนึ่ง ได้ออกมาร้องเรียนผ่านโซเชียล ว่า ขณะที่ญาติได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่านทางด่านพรมแดน อ.แม่สาย ติดต่อกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า กำลังจะไปทาง ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เมื่อ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย เข้าควบคุมตัวและเรียกรับเงินจำนวน 20,000 บาท แต่มีการต่อรองกันเหลือประมาณ 5,000 บาท โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง

...


เรื่องนี้ รับรายงานจาก สภ.แม่สาย ว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันปราบปรามตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ บริเวณถนนพหลโยธิน เขตบ้านป่ายาง ม.8 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้พบนายลาส่วย จายคำ อายุ 45 ปี เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน นั่งโดยสารรถประจำทางจากด่านพรมแดนแห่งที่ 1 มุ่งหน้าไปทางสถานีขนส่งแม่สาย จากการตรวจสอบพบว่า นายลาส่วย ได้กระทำผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีจากการควบคุมตามอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ (ออกนอกเขตควบคุม)” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

แต่ระหว่างที่จับกุมนั้น นายลาส่วย ผู้ต้องหา ได้สอบถามเกี่ยวกับการดำเนินคดีว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งชุดจับกุมก็แนะนำว่า ในคดีที่ถูกกล่าวหานี้จะต้องถูกฟ้องศาล มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่แนวโน้มศาลอาจจะปรับไม่น่าเกิน 5,000 บาท แต่นายลาส่วยบอกว่ามีเงินติดตัวไม่เพียงพอกับค่าปรับ จึงขอโทรศัพท์เพื่อแจ้งภรรยาทราบ และขอให้ภรรยาส่งเงินมาเพื่อใช้เป็นค่าปรับและค่าเดินทาง โดยในคดีดังกล่าวนี้พนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนและส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลแขวงเชียงรายในวันที่ 24 พ.ค.

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว หากได้ข้อสรุปเป็นประการใดก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด.