อำเภอเทิงประสบปัญหาแล้งหนัก หลังฝนทิ้งช่วงทำระดับน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งโห้ง ระดับน้ำลดวูบ ชาวนาชาวสวนชุมชนบ้านทุ่งโห้งทำใจปล่อยผลิตผลแห้งตายขาดทุนยับ...

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย ประสบปัญหาภัยแล้งหนักกว่าทุกปี อ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งโห้งที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2527 เคยมีระดับน้ำสูงถึง 7-8 เมตร แต่วันนี้ลดระดับจนเห็นตอไม้ด้านล่าง จุดที่อยู่ริมฝั่งแห้งจนเห็นเนินทราย จนชาวบ้านสามารถนำวัวมาเลี้ยงบนเนินทรายริมตลิ่งได้ พืชผลทางการเกษตรก็เริ่มเหี่ยวแห้งตาย

นายดวงแสง ไกลถิ่น ผญบ.ทุ่งโห้ง ม.5 เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปีนี้ฝนทิ้งช่วง ทำให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำชุมชนบ้านทุ่งโห้ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคและใช้ทำการเกษตรของชาวบ้าน 5 หมู่บ้านของตำบลเวียง คือ บ้านทุ่งโห้ง ม.5 บ้านห้วยผึ้ง ม.11 บ้านร่องริว ม.12 บ้านเฉลิมพระเกียรติ ม.19 และบ้านทุ่งโห้งเหนือ ม.22 ที่ปกติในช่วงฤดูฝนระดับน้ำจะลึกถึง 7-8 เมตร แต่ฤดูแล้งปีนี้น้ำในอ่างลดลงเหลือไม่ถึง 2 เมตร คิดเป็นประมาณร้อยละ 15 ของระดับน้ำปกติ ตอนนี้จำเป็นจะต้องเรียกผู้นำชุมชนที่ใช้น้ำมาร่วมพูดคุยเพื่อวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยวางแผนว่าจะไม่ปล่อยน้ำไปให้บ้านร่องริว ม.12 เพราะอยู่ไกล จะเหลือให้ใช้แค่เพียง 4 หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้มีน้ำไว้อุปโภคบริโภคเพียงพอถึงช่วงฤดูฝน แต่ถ้าหากยังไม่มีฝนตกต่อเนื่องมาเติมระดับน้ำในอ่างภายใน 1 เดือน คาดว่าน้ำในอ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งโห้งจะแห้งขอดหมดแน่นอน

"นอกจากน้ำจะแล้งแล้ว ในชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง ม.5 ที่ผลิตน้ำดื่มป้อนให้ 4 หมู่บ้านข้างต้น ยังประสบปัญหาท่อปั๊มซับเมิร์สที่ใช้สูบน้ำบาดาลเพื่อนำมาผลิตน้ำดื่มยังเสีย ไม่มีงบประมาณซ่อมแซม ต้องแก้ปัญหาโดยการหันไปใช้น้ำจากบ่อน้ำตื้นขนาด 6 ท่อ ซึ่งเป็นบ่อเก่า แต่ต้องแบ่งเวลาสูบน้ำเฉพาะช่วงเย็นไปถึงสองทุ่ม เพื่อนำน้ำที่สูบไปเก็บไว้ในถังเก็บ ก่อนจะนำไปผลิตน้ำดื่มส่งป้อนหมู่บ้านโดยรอบ ส่วนเวลากลางวันจะให้ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำดังกล่าวมาก่อนใช้ไป ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีน้ำเพียงพอใช้ไปจนถึงเมื่อไหร่ ถ้าหากสามารถซ่อมแซมท่อสูบน้ำบาดาลของหมู่บ้านได้ก็คงจะช่วยให้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มของทั้ง 4 หมู่บ้าน จะทุเลาเบาบางไปบ้างไม่มากก็น้อย" ผญบ.ทุ่งโห้งกล่าว

ด้านนายศาสตร์ สุธทหลาน อายุ 62 ปี เกษตรกรบ้านทุ่งโห้ง ม.5 เผยว่า จากปัญหาฝนทิ้งช่วง น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดระดับอย่างน่าใจหาย ส่งผลให้ชาวนาชาวสวนได้รับผลกระทบหนัก ต้นลำไยที่กำลังออกผลเป็นเม็ดเท่าหัวไม้ขีดกำลังขาดน้ำ แห้งเหี่ยวร่วงหล่นเหลือเพียงกิ่ง บางต้นก็มีใบแห้งเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล ถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาภายใน 1 เดือน จะต้องมีลำไยยืนต้นตายอย่างแน่นอน ส่วนชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรัง ตอนนี้ต้นข้าวแห้งเหี่ยวไปแล้ว บางรายตัดสินใจไถกลบเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวนาปี ขาดทุนย่อยยับรายละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อจะได้นำน้ำมาใช้ในการเกษตร เพื่อจะได้นำมารดน้ำต้นลำไย ถึงจะไม่ได้ผลิตผลในปีนี้แล้ว แต่ก็อยากจะรักษาลำต้นไว้ ไม่อยากให้ต้นลำไยต้องแห้งตายไปอีก.