king10
Thairath Logo
กีฬา

"บิ๊กตู่" ประกาศ! 7 วันต้องหมด ปัญหาควันพิษของภาคเหนือ

Share :
line-share-logo

“บิ๊กตู่” บินแก้ควันพิษภาคเหนือ จี้ขีดเส้นรู้ผลใน 7 วัน เผยขอทุกคนทำงานถวายในหลวงที่ทรงห่วงใยปัญหาฝุ่นละออง จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติเข้าดำเนินการพื้นที่เขตเมือง พื้นที่ทำกินและพื้นที่ป่าภูเขา งัดกฎหมายเล่นงานนายทุน-ขู่ปิดเส้นทางไม่รับซื้อข้าวโพดพื้นที่บุกรุก ขณะที่หมอกควันยังวิกฤติหลายพื้นที่ แม่ฮ่องสอนค่า PM2.5 พุ่งติดชาร์ตสูงเป็นอันดับ 1 ที่ 253 มคก./ลบ.ม. ส่วนเชียงใหม่ฝุ่นยังเกินมาตรฐานต่อเนื่อง แถมมีการลอบเผาป่าดอยหลวง วอดอีกกว่า 400 ไร่ ด้านประธานทีบีซีไทยและเมียนมาร่วมถกแก้ปัญหาควันไฟทะลักข้ามแดน

นายกฯ ตรวจสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ขีดเส้นต้องคลี่คลายใน 7 วัน โดยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เดินทางไป จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจราชการและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาวิกฤติฝุ่นละออง หมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ

จุดแรกนายกฯเดินทางไปมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนในการปฏิบัติงาน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงกำชับมาให้แก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เราต้องทำเพื่อถวายพระเกียรติ ซึ่งใกล้จะถึงงานพระราชพิธีสำคัญใกล้มีพิธีตักน้ำพลีกรรม ขอให้ทุกคนทำงานเพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานพระราชพิธีด้วย ขอให้ทุกคนสู้ๆ สู้กับความไม่ดี ความอันตรายต่างๆ ถ้าเราคนไทยไม่ช่วยกันใครจะช่วย ใครจะทำให้เราต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 7 วัน ใครก็ตามที่บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยฝ่าฝืนกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี

นายกฯกล่าวว่า วันนี้ทำหน้าที่ทหารให้ครบทั้งป้องกันประเทศ แก้ปัญหาภัยพิบัติ พัฒนา และเฝ้าระวังไฟป่า ขณะที่ไฟป่าประเทศเพื่อนบ้านได้ประสานความร่วมมือไปแล้ว เป็นปัญหาที่เกิดกับโลกปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะบ้านเรา ขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังใช้กฎหมาย พบจุดไฟเผาป่าขอให้ตักเตือนกันก่อน การปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของอากาศยานที่เข้ามาช่วยเหลือ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียใดๆ จะเห็นว่าเราไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทางการทหารเพื่อทหารอย่างเดียว แต่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วย ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ดูแลเรื่องภัยพิบัติ แม้ภารกิจนั้นจะไม่ใช่ภารกิจของทหารโดยตรง เราต้องดูแลพี่น้องคนไทยทั้งประเทศให้ได้

ต่อมาเวลา 09.15 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า ต้องแก้ให้ได้ใน 7 วันข้างหน้าแบบทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่าภูเขา พื้นที่เกษตร และเขตเมือง ยืนยันไม่มีปัญหางบประมาณลงพื้นที่ ให้ผู้ว่าฯมีอำนาจเด็ดขาดแก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทำงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ หากยังเกิดปัญหาไม่แก้ไขให้ลงโทษและปลดออกตามลำดับ การแก้ปัญหาระยะสั้นต้องลดจุดฮอตสปอต ระยะยาวต้องปลุกจิตสำนึก ทั้งหมดต้องมีแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ ต้องแบ่งเป็น 3 พื้นที่ คือ 1.ดูแลสุขภาพพื้นที่เขตเมือง 2.พื้นที่ทำกินป้องกันการบุกรุก และ 3.พื้นที่ป่าภูเขา

“วันนี้ได้สั่งใช้กฎหมายเต็มที่แล้ว เดี๋ยวตำรวจจับหมด การปลูกข้าวโพดข้างบน กระทรวงเกษตรฯเขาคุมอยู่แล้ว ต่อไปต้องสำรวจหากปลูกในพื้นที่บุกรุกเราจะไม่ซื้อ ปิดเส้นทางทั้งหมด นายทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องสืบสวนสอบสวนด้วย ได้กำหนดพื้นที่ชัดเจนขึ้น มีแผนงานปฏิบัติ มีการรวมศูนย์จัดพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร สุนัขตำรวจไปสืบสวนสอบสวนจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ตักเตือนแล้วยังทำอยู่ วันนี้สั่งเครื่องมือขึ้นมาเพิ่มเติมอีก เป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว เอาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปอีกหลายลำ ผลัดเปลี่ยนกันขนน้ำ แต่การประกาศภัยพิบัติเป็นคนละเรื่องกัน เพราะนี่เป็นภัยพิบัติที่ประเมินยาก” นายกฯกล่าวย้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯประชุมแก้ไขปัญหาหมอกควันได้มี น.ส.ณฐิกา ประกอบบุญ อายุ 43 ปี อดีตรองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2544 และเป็นชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 3 คน มายืนชูป้ายหน้าทางเข้าหน้าอาคารอเนกประสงค์ เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ หลังมีปัญหาหมอกควันนานร่วมเดือน และให้รัฐบาลเร่งยกเลิกนโยบายปลูกข้าวโพดในภาคเหนือ 4 ล้านไร่ ซึ่งเป็นต้นตอของหมอกควันที่มาจากการเผาตอซังข้าวโพด แต่ถูกตำรวจกันไว้และไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน

ส่วนหมอกควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ยังน่าเป็นห่วง จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษใน 4 สถานี ช่วงเวลา 13.00 น. พบฝุ่นละอองเกินมาตรฐานทุกแห่ง หนักสุด ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (มาตรฐาน 50) อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ไฟป่าใน พื้นที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดนายอิสระ ศิริไสยาสน์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) รับรายงานว่าช่วง 3 ทุ่มคืนที่ผ่านมาเกิดไฟป่าพื้นที่ดอยหลวงบริเวณม่อนพระจันทร์ทรงกลดด้านหลังถ้ำหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว เสียหาย 400 ไร่ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องทำแนวกันไฟไม่ให้ลามเข้ามายังหมู่บ้าน ส่วนสาเหตุเกิดจากการลักลอบจุดไฟเผาป่า

เช่นเดียวกับ จ.แม่ฮ่องสอน สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ คุณภาพอากาศช่วงเช้าในพื้นที่ ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ที่ 225 มคก./ลบ.ม. และเวลา 13.00 น. เพิ่มขึ้นเป็น 253 มคก./ลบ.ม. สูงเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ขณะที่ นพ.พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผอ.รพ.ศรีสังวาลย์นำคณะแพทย์และพยาบาลกว่า 30 คน ออกมารณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน และทราบถึงพิษภัยอันตรายจากหมอกควันจากไฟป่า จนมีผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำหน้ากากไป แจกจ่ายในตลาดสดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน

ด้านนายธนกฤติ ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าบนเนินเขาสูงชันบ้านทุ่งแล้ง หมู่ 1 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง หลังไฟลุกไหม้ช่วงค่ำที่ผ่านมาก่อนลุกลามเป็นวงกว้างเสียหายกว่า 50 ไร่ ส่วนสาเหตุคาดว่ามีการเผาขยะก่อนปล่อยปละละเลยจนลุกลามไหม้ป่า นอกจากนี้ มีรายงานเกิดไฟป่ากระจายในทุกอำเภอ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. จนถึงเช้าวันที่ 2 เม.ย. พบจุดความร้อนหรือฮอตสปอร์ตเกิดขึ้น 821 จุด รวมถึงพบจุดความร้อนฝั่งประเทศพม่าอีกหลายจุด โดยนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่าไฟป่าในพื้นที่ถือว่าควบคุมได้ แต่สาเหตุที่ควันไฟปกคลุมเมืองแม่ฮ่องสอนมาก ส่วนหนึ่งมาจากฝั่งพม่า ประกอบกับภูมิประเทศเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นแอ่งกระทะ อากาศนิ่งไม่ถ่ายเท จึงเกิดการสะสมของหมอกควันเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน

จ.พะเยา อากาศทั่วไปดีขึ้นเล็กน้อย หลังมีลมพัดหมอกควันเบาบางลงไปบ้าง ทำให้ท้องฟ้าสดใส แต่ค่า PM 2.5 ยังเกินมาตรฐานที่ 91 มคก./ ลบ.ม. สาเหตุมาจากยังคงมีไฟป่าเกิดในพื้นที่ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้ป่า หลังโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา เสียหายกว่า 20 ไร่ และพื้นที่ ต.แม่ปืม อ.เมืองพะเยา 4 จุด นายวิเชียร จันทะลี หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่ปืม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายชาวบ้านเข้าไปดับไฟเสียหายรวมเนื้อที่เกือบ 40 ไร่

ขณะที่หมอกควันใน จ.เชียงราย ที่มีค่า PM 2.5 สูงที่สุดในภาคเหนือเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ปรากฏว่าบ่ายวันนี้ค่าฝุ่นละอองใน อ.แม่สาย ลดลงมาเหลือ 164 มคก./ลบ.ม. ส่วนใน อ.เมืองเชียงรายเหลือ 142 มคก./ลบ.ม. แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ มีรายงานว่าในวันที่ 3 เม.ย.เวลา 09.30 น. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำโดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี จัดเสวนาหัวข้อ “MFU Voice For Clean Air” โดยเชิญนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ร่วมถกหาแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันจากไฟป่า

ส่วนที่บริเวณกึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พ.อ.อาสาฬหะ พูลสุวรรณ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ประธานคณะกรรมการชายแดนไทยส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (ทีบีซีไทย) และ พ.ท.อ่องซานวิน ประธานคณะกรรมการชายแดนเมียนมาส่วนท้องถิ่นเมียนมา-ไทย (ทีบีซีเมียนมา) ร่วมประชุมฉุกเฉินกันกลางสะพานเพื่อหารือปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและเผาเศษวัชพืชเพื่อเตรียมเพาะปลูกในฝั่งเมียวดีของเมียนมา ส่งผลให้หมอกควันจำนวนมากลอยเข้ามาฝั่งไทย ทั้งนี้ เมียนมารับปากจะควบคุมไม่ให้มีการเผาทุกชนิดในช่วงวิกฤตินี้

ที่กองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) สายวันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ กองทัพบกนำเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ 17 จำนวน 4 ลำและเครื่องบินของกองทัพอากาศเร่งแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเรื่องไฟป่าที่เผาไหม้ทุกปีมาเป็นเวลานาน และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ห่วงเรื่องนี้ ทรงรับสั่งว่า ทหารได้มีการฝึกฝนการ ผจญเพลิงในป่าหรือไม่ จะเห็นได้ว่าองค์พระมหากษัตริย์ไทยทรงพระปรีชาสามารถและคิดเรื่องนี้ ในขณะที่กองทัพบกไม่เคยคิด เพราะว่าการดับเพลิงปกติในบ้านเรือนที่เกิดขึ้น หรือตามโรงงานต่างๆแตกต่างกับการดับไฟในป่า

“ขณะนี้กองทัพบกนำพระราชดำรัสและพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพฯ มาขยายผล โดยติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา และสถานทูตออสเตรเลียที่มีหน่วยดับเพลิงในป่าโดยเฉพาะทั้งสองประเทศให้ความร่วมมือและสนใจจะส่งคนมาฝึกให้กับกำลังพล ทั้งนี้ ไฟป่าที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและส่วนหนึ่งจากการกระทำของมนุษย์ ฉะนั้นการทำความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...
แก้ควันพิษประยุทธ์ จันทร์โอชาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือเชียงใหม่ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป