อดีตครูเกษียณเครียดป่วยโรคประจำตัวที่ทรมาน ขับรถออกจากบ้านพร้อมนำปืนลูกซองยาว ก่อนคิดสั้นใช้อาวุธที่เตรียมมายิงกรอกปากตัวเอง ดับสยองคาปิกอัพกลางสี่แยกไฟแดงแสงดาว ถนนสายพิษณุโลก – วัดโบสถ์...

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 13 มี.ค. ร.ต.อ. (หญิง) ชนานันท์ ชัยกาวิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่ในรถยนต์บริเวณสี่แยกไฟแดงแสงดาว ถนนสายพิษณุโลก – วัดโบสถ์ (สายเก่า) ต.หัวรอ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.บุญญาภาส เพ็งฤกษ์ นวท.สบ 1 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุมีบรรดาไทยมุงยืนดูอยู่เป็นจำนวนมาก พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นทีเอฟอาร์ แบบ 4 ประตู สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน นข 1303 พิษณุโลก จอดติดเครื่องยนต์อยู่บนถนนขาออกเมืองพิษณุโลก บริเวณสี่แยกไฟแดง ที่เบาะนั่งฝั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายสมจิต แตงตรง อายุ 71 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนวัดตาปะขาวหาย อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 3 ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อกล้ามสีขาว นุ่งกางเกงสแลคสีดำ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงทะลุกลางศีรษะจนมันสมองไหล เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วรถ ที่หว่างขาพบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก มีปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 คาอยู่ในลำกล้อง และที่คอนโซลหน้ารถยังมีกระสุนปืนลูกซองขนาดเดียวกันวางไว้อีก 2 นัด

ตำรวจสอบถาม นายปิยะพงษ์ แตงตรง อายุ 36 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมาที่เกิดเหตุ หลังจากเห็นร่างอันไร้วิญญาณของพ่อถึงกับสะอื้นไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ทราบว่านายสมจิต ผู้เสียชีวิตเคยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดตาปะขาวหาย แต่ได้เกษียณอายุราชการมานานแล้ว ไม่เคยบ่นเครียดเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้กับคนในครอบครัวฟังเลย และใช้ชีวิตตามปกติเหมือนทุกวัน แต่ก่อนหน้าเกิดเหตุได้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ก่อนจะกินยาที่แพทย์สั่งแล้วบ่นว่าปัสสาวะและถ่ายไม่ออกทำให้ทรมานเป็นอย่างมาก กระทั่งวันนี้ได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านพักจนมาก่อเหตุสลดขึ้นดังกล่าว สร้างความเสียใจให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

...

ด้านตำรวจสันนิษฐานว่า นายสมจิต ผู้เสียชีวิต น่าจะมีเรื่องทุกข์ในใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนจะเกิดภาวะความเครียดจนหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจคิดสั้นฆ่าตัวตายภายในรถยนต์ขณะขับมาจอดติดไฟแดงอยู่บริเวณสี่แยกดังกล่าว โดยใช้ปากอมปลายกระบอกปืนลูกซองยาวก่อนจะใช้นิ้วมือเหนี่ยวไกจนกระสุนพุ่งทะลุศีรษะเสียชีวิต เนื่องจากมีการเตรียมการนำอาวุธปืนลูกซองยาวติดตัวมาด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากญาติของผู้เสียชีวิตถึงสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ม.นเรศวร ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.