ขบวนช้าง 80 เชือกร่วมอาลัย ยืนส่งศพ "พ่อเลี้ยงชูชาติ" เศรษฐีพันล้านเจ้าของปางช้างแม่สา ทำพิธีฝังตามหลักศาสนา ด้านคดีความสาเหตุการตาย ตำรวจยังคงเดินหน้าทำความจริงให้ปรากฏ

จากกรณีการเสียชีวิตของ “พ่อเลี้ยงแอ๊ด” นายชูชาติ กัลมาพิจิตร อายุ 79 ปี เศรษฐีพันล้านเจ้าของปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวในบ้านพักส่วนตัวที่ อ.แม่ริม เมื่อวันที่ 27 ม.ค.เวลา 23.35 น. โดยทางญาติได้นำศพไปตั้งทำบุญทางศาสนาคริสต์ ที่โบสถ์เซนต์นิโกลาส บ้านโต้งหลวง อ.แม่แรม อ.แม่ริม

ต่อมา นางอัญชลี กัลมาพิจิตร อายุ 51 ปี บุตรสาวคนโต ได้สงสัยในการเสียชีวิต จึงแจ้งความขอให้ทางตำรวจอายัดศพเพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต จนเกิดปัญหาอลเวงท่ามกลางความไม่พอใจของทางกลุ่มญาติ แต่การผ่าพิสูจน์ยังคงดำเนินการต่อไป และอยู่ในช่วงรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งร่างของนายชูชาติ ทางญาติได้นำไปทำบุญต่อจาก 7 วัน เป็น 1 เดือน เพื่อรอทำพิธีฝังศพตามหลักศาสนา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 27 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกลุ่มญาติได้ทำพิธีเคลื่อนศพของนายชูชาติ ไปทำพิธีฝังยังสุสานใกล้บ้านพัก โดยได้จัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ สืบเนื่องจากนายชูชาติ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รักของชาวบ้าน เป็นผู้นำความเจริญมาสู่หมู่บ้าน โดยเฉพาะปางช้างแม่สา ถือว่าเป็นปางช้างที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ มีช้างอยู่จำนวน 80 เชือก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับของประเทศ

โดยพิธีศพ ได้มีทหารจากกรมรบพิเศษที่ 5 ค่ายขุนเณร ได้นำรถทหารและกำลังพลมาร่วมขบวนศพ โดยมีการตั้งขบวนแห่ศพออกจากโบสถ์เซนต์นิโกลาส ไปตามถนนของหมู่บ้านโต้งหลวง โดยมีช้างจำนวนนับสิบเชือกเดินนำขบวน ตลอดสองข้างทางมีขบวนช้างและควาญมายืนเรียงแถวร่วมแสดงความอาลัย และส่งศพของเจ้าของปางช้างแม่สา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก จนถึงสถานที่ฝังศพที่ทางญาติได้จัดเตรียมไว้

...

สำหรับด้านคดีความนั้น ที่ทางญาติได้ร้องหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ทางตำรวจหลายหน่วยงานได้เข้ามาร่วมทำคดีนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และรอผลการผ่าพิสูจน์ศพทางด้านนิติวิทยาศาสตร์อยู่ รวมถึงเรื่องพินัยกรรมที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร ได้ทำไว้ ก็ยังอยู่ในขั้นตอนรอการเปิดพินัยกรรมต่อหน้าทายาททั้งหมด.