พิธีกรรมสำคัญที่ชาวปะหล่อง บนดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นับถือศรัทธากันเป็นพิเศษ ได้แก่ “พิธีสืบยาดาอึม” หรือ “พิธีสืบชะตาน้ำ” นอกเหนือจากการเข้าวัดฟังธรรมทุกวันพระตามหลักพุทธศาสนาที่พวกเขานับถือ
พิธีกรรมที่ว่านี้เป็นความเชื่อว่า “น้ำ” คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงพวกเขาให้มีชีวิตอยู่ได้ “ชาวดาระอั้ง” หรือ “ปะหล่อง” มักเลือกประกอบพิธีสืบยาดาอึมให้แก่บุคคลชั้นสูงที่เคารพบูชาโดยเฉพาะเพื่อต่ออายุให้ยืนยาวดุจสายน้ำที่ไหลไม่มีวันหยุด มิได้ทำให้ใครทั่วๆไป
ปี 2554 เมื่อพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรง พระประชวร ชาวปะหล่องผู้ยังชีพอยู่บนดอยอ่าง-ขางราว 290 ครัวเรือน 1,626 ชีวิต ต่างพร้อมใจกันทำ “ตุง” ขึ้นประดับไว้หน้าเรือนชานทุกหลัง
...
เป็นสัญญาณพิธีสืบชะตาน้ำถวายแด่พ่อหลวง ร.๙ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันใหม่ ด้วยเป็นเจตนาที่พวกเขาต้องการจะสนองพระมหากรุณาธิคุณต่อน้ำพระทัยอันใหญ่หลวงในพระองค์ ที่พระราชทานให้ได้มีที่อยู่ ที่กิน และถิ่นประกอบอาชีพ
วีดิทัศน์ชุด “พิธีสืบชะตาน้ำ ชาวเขาเผ่าปะหล่อง” ที่มูลนิธิโครงการหลวงจัดทำขึ้นเผยแพร่ ได้กล่าวไว้ว่า...เช้าวันนั้นหลังเสร็จงานบ้าน ชาวปะหล่องทุกคนได้ไปรวมตัวที่วัดกลางชุมชน เพื่อช่วยจัดสถานที่กับหาเครื่องบูชาตามจารีตโบราณ มีกระทงใบตองใส่ข้าวสุก กล้วย อ้อย 108 กระทง กรวยดอกไม้และเทียนไข 108 กรวย สื่อความเป็นสิริมงคล 108 ประการ ปะหล่องอีกส่วนจะช่วยกันนำหญ้าคามาถักเป็นวัสดุมงคลในพิธี โดยจะถักเป็นเปียยาวด้วยมือข้างซ้าย ซึ่งเชื่อว่าแข็งแกร่งในการป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ดีกว่ามือข้างขวา
หญ้าที่ถักขึ้นมาบอกสัญลักษณ์แทนงูเขียวที่คอยคุ้มครองชุมชน และทุกครัวเรือนจะมีงูเขียวซึ่งถักด้วยหญ้าประดับไว้กับคานประตูหน้าเรือนทุกหลัง
หัวใจสำคัญของการประกอบพิธี ก็คือการนำเอาใบชาซึ่งชาวปะหล่องจะนิยมปลูกไว้สำหรับนำมานวดเป็น “น้ำชา” ดื่มต้อนรับผู้มาเยือนถึงเรือนชาน คัดสรรเอาเฉพาะใบที่มีคุณสมบัติสวยงามเป็นพิเศษ ตลอดจนการคั่วก็ต้องใช้กรรมวิธีโบราณดั้งเดิม และจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการคั่วเป็นการเฉพาะเท่านั้น
เนื่องจากชาที่ได้นี้จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องอธิษฐานขอพรสำคัญสูงสุดในการประกอบพิธีกรรมสืบยาดาอึม หรือสืบชะตาน้ำถวายพ่อหลวง ร.๙ ของชาวปะหล่องบ้านนอแลครั้งนี้
การคัดเลือกบุคคลที่จะมารับน้ำจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ซึ่งตกลงมาจากฟากฟ้ายึดถือตามประเพณีดั้งเดิม คัดเลือกเด็กผู้ชายลูกคนโตสุด ที่ถือว่าแข็งแรงและเรียนรู้สิ่งต่างๆมามากพอ แล้วก็ต้องมาจากครอบครัวที่ไม่แตกแยก พ่อแม่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...ส่วนเด็กผู้หญิงให้คัดเอาลูกสาวคนสุดท้อง ซึ่งได้ชื่อว่าบริสุทธิ์ด้วยเยาว์วัย และชีวิตจะต้องเจริญวัยยาวไกลไปอีกนาน
...
พิธีกรรมจะเริ่มขึ้นด้วยผู้อาวุโสแห่งชุมชนบ้านนอแล เป็นผู้ขอน้ำอันศักดิ์สิทธิ์จากธรรมชาติ โดยรองรับจากรางไม้ไผ่ ส่วนเครื่องเซ่นบูชาจะถูกผูกไว้กับด้ายสายสิญจน์ และธูปเทียนดอกไม้พร้อมเงินอีก 2 บาท
จากนั้นผู้ประกอบพิธีจะทำหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญเทวดาฟ้าดิน ผู้ปกปักรักษาขุนน้ำบนดอยอ่างขางให้ลงมารับเครื่องเซ่นไหว้ กับขอขมาลาโทษที่พวกเขาได้ล่วงเกิน แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอน้ำไปกระทำพิธีสืบชะตาน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พ่อหลวงของตน
นาทีอันสำคัญมาถึงเมื่อเด็กผู้หญิงที่ได้รับการคัดเลือกจะเป็นผู้นำน้ำเต้าภาชนะประจำเผ่าไปรองรับน้ำซึ่งไหลลงมาจากราง แล้วยื่นส่งต่อให้เด็กผู้ชายเพื่อส่งต่อชาวปะหล่องที่มาร่วมพิธีนับพันคน แบบมือสู่มือคนแล้วคนเล่าซึ่งยืนเรียงแถวเป็นแนวยาวเกินกิโลเมตร รอบบริเวณชุมชนบ้านนอแล บนดอยอ่างขาง
น้ำธรรมชาติบริสุทธิ์ซึ่งถูกบรรจุในน้ำเต้าที่ผ่านพิธีกรรมแล้ว ค่อยๆเคลื่อนขยับไปตามกระแสพลังแห่งศรัทธา พร้อมด้ายสายสิญจน์ที่โยงต่อเป็นแนวไปไกลกระทั่งถึงคนท้ายสุดที่แทบจะนับจำนวนแทบไม่ได้
รู้แต่ว่า...ทุกคนพร้อมใจกันมาถวายบูชาแด่พ่อหลวงในวันนั้น
...
บริบทสุดท้ายของพิธีสืบชะตาน้ำยังดำเนินต่อไปเมื่อผู้นำอาวุโสแห่งบ้านนอแลได้นำเอาชาซึ่งเป็นพืชสายโลหิตแห่งชีวิตชาวปะหล่อง ด้วยผูกพันกันมาชั่วชีวิตนับแต่บรรพบุรุษเป็นต้นมา
โดยชาทั้งหมดที่ได้มา ณ ที่นี้ ล้วนผ่านกระบวนการคัดสรรมาแล้วอย่างดีตามประเพณีโบราณ จึงสูงค่าต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องร่วมจิตอธิษฐาน เป็นภาวนาชั้นสูงถวายพ่อหลวง ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ กับพระชนม์ชีพยืนยาวดุจสายน้ำที่ไหลไม่มีวันหยุด นับจากวันนั้น...กระทั่ง 13 ตุลาคม 2559 ฝันร้ายถึงได้บังเกิดขึ้นกับผู้คนบนแผ่นดินไทยทุกหมู่เหล่า เมื่อพระหทัยแห่งพระองค์ทรงหยุดนิ่งไปตามวัฏสงสาร หลังวันที่ชาวปะหล่องบ้านนอแล บนดอยอ่างขาง ประกอบพิธีโบราณสืบยาดาอึม หรือสืบชะตาน้ำยาวนานถึง 5 ปีเต็ม
นี่คือคติความเชื่อที่เกิดขึ้นได้ราว “ปาฏิหาริย์” จากชาวปะหล่องที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์อย่างล้นพ้น...และหาที่สุดมิได้.
รัก–ยม