เมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุ หลายคนมีความรู้สึกว่า “โดดเดี่ยว” คิดกันไปต่างๆนานาว่าถูกทอดทิ้งจากลูกหลานบ้าง กลายเป็นภาระของลูกหลานบ้าง นำไปสู่ “โรคซึมเศร้า” ในที่สุด
ที่บ้านสบบง หมู่ 2 ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา มีผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันผลิตข้าวควบโบราณ หรือข้าวเกรียบว่าว สร้างรายได้ให้กับตัวเอง ในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้ามาติดต่อสั่งซื้อจำนวนมากเพื่อนำไปจำหน่ายต่อจนผลิตแทบไม่ทัน ด้วยเหตุผลเดียวคือรสชาติอร่อยแบบพื้นบ้าน หารับประทานได้ยาก
เดิมข้าวควบทำรับประทานกันเองเฉพาะในงานบุญเท่านั้น เพิ่งมารู้จักกันอย่างแพร่หลายเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มผู้สูงอายุบ้านสบบงรวมตัวกันผลิตออกมาจำหน่าย โดยใช้ศาลากลางหมู่บ้านทำเป็นศูนย์ในการผลิต
นางตาล อำขำ คุณยายวัย 72 ปี หัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุผลิตข้าวควบเล่าว่า ข้าวควบที่ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นสูตรโบราณที่สืบต่อกันมาช้านานและถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น วิธีทำเป็นแบบพื้นบ้านแท้ๆ ใช้มือแทนเครื่องจักร
“แป้งที่นำมาใช้ก็ทำจากข้าวเหนียวนึ่งเอง นำมาปรุงรสแล้วตำแบบโบราณ จากนั้นก็ทำเป็นแผ่นแล้วนำไปผึ่งแดดแล้วแพ็กจำหน่ายในราคาแผ่นละ 1 บาท ทำกันทุกวัน ในแต่ละวันสามารถผลิตได้ถึง 600 แผ่น สำหรับคนสูงอายุแล้วถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว”
ลูกค้ามีทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ส่วนใหญ่สั่งซื้อแล้วนำไปขายต่อ ทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นอย่างดี ที่สำคัญทำให้ผู้สูงอายุไม่เครียดและมีงานทำ ไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องกลายเป็นภาระของลูกหลาน
เห็นแล้วต้องชื่นชมกลุ่มผู้สูงอายุบ้านสบบงที่ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่มาสร้างงานสร้างอาชีพ นำมาซึ่งรายได้ในการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
...
ดั่งคำพูดที่ว่า “เปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยน”...!!!
จรัสพงษ์ เสมอเชื้อ