ท่าน ว.วชิรเมธี พูดถึง“พระครูบาบุญชุ่ม” “ยิ่งหวง ยิ่งหาย ยิ่งให้ ยิ่งหอม” ครบ 55 ปี รับเคยได้ยินชื่อเสียงมานานหลาย 10 ปี แล้ว ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรน้อย เวลาท่านมากราบ อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พอข่าวแพร่ออกไป ผู้คนนับพัน ก็มากันเต็มวัดโดยอัตโนมัติ

วันที่ 25 ธ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานปฏิบัติธรรมมูลนิธิดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ "พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโรอรัญวาสีภิกขุ ” ใช้เป็นสถานที่ใช้ในการเข้านั่งกรรมฐาน และปิดวาจา ในช่วงที่เดินทางข้ามมาจากประเทศเมียนมา และได้เข้าไปทำพิธีขอขมาเจ้าป่า เจ้าเขาช่วยทีม 13 หมูป่า ที่ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำปลอดภัยทุกคน กระทั่งเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ได้จัดประชุมเตรียมงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ครบรอบ 55 ปี 35 พรรษา มีพลเอกสุทัศน์ จารุมณี ประธานกรรมการมูลนิธิดอยเวียงแก้ว เป็นประธาน นายจรัญ ยะม่อนแก้ว ปลัดอาวุโสอำเภอเชียงแสน พระครูพิศาลธรรมาทร รองเจ้าคณะอำเภอเชียงแสน พระครูหิรัญอาวาสวัตร เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาวาส พระมหาทองสุข สุขธัมโม พระวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว นายธวิท ติยะกว้าง ปลัดเทศบาลตำบลเวียง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลเวียง อ.เชียงแสน รองประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว นายประสิทธิ์ สุพันธ์ กำนันตำบลเวียง หัวหน้าส่วนราชการ และหลายภาคส่วน เข้าร่วมประชุม

พลเอกสุทัศน์ กล่าวว่า งานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ครบรอบ 55 ปี เริ่มในวันที่ 6-9 มกราคม 2562 ที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ในครั้งนี้ จะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับบรรดาชาวพุทธที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ รวมทั้งมาจาก ประเทศเมียนมา ประเทศลาว และประเทศจีน ที่มาด้วยแรงศรัทธาต่อพระครูบาบุญชุ่ม และคาดว่าปีนี้ จะมีคลื่นมหาชนชาวพุทธจำนวนมาก มาร่วมทำบุญที่สำนักปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้ว คงต้องช่วยกัน เพื่อให้ผู้มาร่วมงานของ พระครูบาบุญชุ่ม เดินทางมาร่วมงานอย่างปลอดภัย และอยู่ร่วมงานบุญกันอย่างมีความสุข และในปีนี้ จะมีการแจกทุนให้กับผู้ยากไร้ นักเรียนในอำเภอเชียงแสน และโรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 500 ทุนทุนละ 1,000 บาท นอกจากนี้ทางมูลนิธิได้จัดเตรียมหนังสือปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ที่เขียนถึงพระครูบาบุญชุ่ม ในพิธีงานอายุวัฒนมงคล

ในหนังสือที่แจก พลเอกสุทัศน์ได้เล่าว่า พ่อและแม่เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2520 กว่าต้นๆ (จำปีที่แน่นอนไม่ได้) มีสามเณรน้อยรูปหนึ่ง ซึ่งเพิ่งบรรพชาได้ไม่นาน ได้จาริกโดยเส้นทางเดินเท้า ผ่านป่าเขา เป็นระยะทางที่ยาวไกล และทุรกันดาร ไปจนถึงที่ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ระยะหนึ่ง พ่อได้ร่วมเดินทางไปกับอุบาสกสำคัญท่านหนึ่งออกไปต้อนรับ ดูแล และนิมนต์เข้าเมือง ไปพำนักที่วัดจองคา ขณะนั้น ผมไปศึกษาต่อที่กรุงเทพแล้ว “สามเณรน้อย ที่พ่อและแม่ได้พบและเล่าให้ฟังนั้น ก็คือ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร นั่นเอง”

ต่อมา ปี พ.ศ.2538 ระหว่างรับราชการที่เชียงราย โดยหน้าที่แล้ว ต้องติดตามสถานการณ์และสนใจทุกเรื่องราวตามแนวชายแดน จึงได้รับรู้และมีโอกาสได้ไปกราบท่านเป็นครั้งแรก โดยนั่งเรือหางยาวจากสามเหลี่ยมทองคา ย้อนลำน้ำโขง ขึ้นไป ประมาณ 50 นาที แล้วเดินอีก 10 นาที ก็ถึงวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ สุดชายขอบ ของเมียนมา ต่อมาภายหลัง ผมมีเพื่อนชาวเมียนมาคนหนึ่ง อยู่ย่างกุ้ง เมื่อให้ดูภาพพระครูบาบุญชุ่ม นึกไม่ถึงว่า เขาบอกได้ทันทีว่า นี่คือ "ไมพง ส่าหย่าต่อ" (ในภาษาเมียนมาเขียน Main Phone Sayadaw) หรือ "พระคุณเจ้าแห่งเมืองพง"

ด้าน พระมหาวุฒิชัย หรือ ว.วชิรเมธี แห่งศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน ได้เขียนเป็นปฏิปทา กล่าวบางตอนถึงพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร (อรัญญวาสีภิกขุ) “ยิ่งหวง ยิ่งหาย ยิ่งให้ ยิ่งหอม” ว่า ผู้เขียนได้ยินชื่อครูบาบุญชุ่มมาหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อครั้งยังเป็นเพียงสามเณรน้อย และกำลังศึกษาภาษาบาลีอยู่วัดพระสิงห์ จ.เชียงราย จำได้ว่า เวลาครูบาบุญชุ่ม มากราบหลวงพ่อวัดพระสิงห์ ( อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ) ท่านจะมาโดยไม่บอกล่วงหน้ามากนัก แต่ทางวัดจะรู้ก็ต่อเมื่อท่านเดินทางมาใกล้จะถึงแล้ว เท่านั้น เหตุผลของครูบาก็คือ ไม่อยากให้ใครต้องมาเตรียมการต้อนรับใหญ่โต แต่ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้บอกใครนี่แหล่ะ เพียงไม่ถึงชั่วโมงที่ข่าวแพร่ออกไป ผู้คนนับร้อย นับพัน ก็จะพากันมาเต็มวัดจนแน่นโดยอัตโนมัติ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป

...

ทำไมใครต่อใครจึงอยากกราบครูบาบุญชุ่ม ต่อคำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมองจากมุมไหน หรือใครเป็นผู้มอง แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ชอบวิธีอธิบายของพระพม่ารูปหนึ่งที่บอกว่า การที่ครูบาบุญชุ่ม เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนทุกชั้นก็เพราะ “ กลิ่นแห่งศีล “ ของท่านเอง หมายความว่าศีลาจารวัตร และธุดงควัตร ที่ครูบาถือปฏิบัติ ด้วยการอยู่ถ้ำเป็นปกติวิสัยนั่นเอง ก่อให้เกิดศรัทธา ปสาทะ แก่ประชาชนทั่วไป ที่ปรารถนาจะกราบพระสงฆ์ สุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสักครั้งในชีวิต

นอกจากนี้แล้วอีกมุมมองหนึ่งของผู้เขียนที่ได้สัมผัสด้วยตนเองตลอดเวลาหลายปีที่ได้ทำงานถวายท่าน ในฐานะลูกศิษย์( อีก ) คนหนึ่ง ก็คือ การที่ครูบาเป็นพระผู้ให้แก่คนทุกชนชั้นวรรณะมาตลอดชีวิต ครูบาอุปถัมภ์การสร้างวัดวาอารามมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในประเทศไทย พม่า ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ อังกฤษ ภูฏาน เนปาล อินเดีย และล่าสุด กำลังอุปถัมภ์การสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งรัฐฉาน สหภาพเมียนมา

วันทำบุญอายุวัฒนมงคล แต่ละปีของครูบาบุญชุ่ม ก็คือวันแห่งการให้ดีๆนี่เอง ครูบาให้ทุนการศึกษา ให้เสื้อผ้า ให้อาหารการกิน ให้กำลังใจเป็นธรรมะ จนกล่าวกันว่าวันเกิดของท่านนั้นเป็นวันที่ท่านเหนื่อยที่สุดวันหนึ่งในแต่ละปี และในวันดังกล่าวนี้จะมีคนไปรอกราบครูบาเรือนแสน ซึ่งทุกคนก็ไปด้วยใจศรัทธาในครูบาบุญชุ่ม

ชีวิตของครูบาเป็นเช่นนี้มานานแล้ว เป็นมาแต่เมื่อยังเป็นสามเณรน้อยนั่นแล้ว เป็นมาก่อนที่ครูบาจะมาโปรดเมตตาเด็กๆ ที่ถ้ำหลวงเสียอีก เมื่อยิ่งให้ครูบาก็ยิ่งหอม สมกับคำของพระพุทธเจ้าที่ว่า “ ททมาโน ปิโย โหติ : ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ”

...

ขณะที่ นายธวิท รองประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว กล่าวว่า งานบุญสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคลของพระครูบาบุญชุ่ม ซึ่งแต่ละปีก็จะมีผู้คนที่ศรัทธาพระครูบาบุญชุ่ม หลั่งไหลมาร่วมงานหลายหมื่นคน ส่วนมากจะเป็นชาวไทใหญ่ ไทลื้อ ที่มาจากประเทศพม่า ลาว ไทย และจากสิบสองปันนา ประเทศจีน โดยส่วนหนึ่งชาวพุทธจะมากันล่วงหน้า เพื่อร่วมพิธี และบ้างก็มากางเต้นท์ พักที่สำนักปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน เพื่อร่วมทำบุญ ในวันที่ 6-9 มกราคม 2562 ซึ่งปีนี้ทางมูลนิธิดอยเวียงแก้ว ได้จัดมอบเงินทุน 500 ทุน ให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ผู้ยากไร้ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่ อ.แม่สาย ทางมูลนิธิจะสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาให้กับนักเรียนใน อ.เชียงแสน โดยมีทุนมอบให้กับนักเรียนเรียนดี ได้ทุนเรียนต่อเนื่องจนสำเร็จถึงขั้นอุดมศึกษา.