พระวัย 56 ปี หายบน "เขาขี้ควาย" อ.นครไทย พิษณุโลก เข้าวันที่ 9 ขณะที่ลูกสาวไม่เชื่อ หลวงพ่อจะหลงป่า เพราะขึ้นลงมาร่วม 20 ปี สงสัยทำไมรับนิมนต์ขึ้นเขาไปกับพระที่ไม่ถูกกันเพียงลำพัง หวั่นเกิดเหตุร้าย    

วันที่ 25 ธ.ค. ภายหลังชาวบ้าน หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 9 ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยเขาช้างล้วง นายมาก ชมมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพร้าว ระดมช่วยกันค้นหาตัว พระเด็จ เสโล (คงกระพันธุ์) อายุ 56 ปี พระลูกวัดของวัดบ้านพร้าว ที่รับกิจนิมนต์ขึ้นไปสวดมนต์และได้เปลี่ยนเสาธงบนเทือกเขาผาขี้ควาย ที่หักเพราะกระแสลมแรง พระเด็จได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. ระหว่างทางขึ้นเขาไปจุดที่รับกิจนิมนต์ไว้ หลังจากร่วมค้นหาแล้วไม่พบ ทางเจ้าอาวาส พร้อมผู้ใหญ่บ้าน จึงต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหา โดยมีความหวังว่าน่าจะยังไม่มรณภาพ

ล่าสุด เวลา 08.30 น. วันที่ 25 ธ.ค. นายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอนครไทย พร้อมด้วย นายมาก ชมมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพร้าว พ.ต.ท.สมปอง พรมรักษา สวป.สภ.นครไทย นายวชิรศักดิ์ นาควัฒนเศรษฐ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ ได้เรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยเขาช้างล้วง และชาวบ้านหมู่ 4 หมู่ 5 และหมู่ 9 ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ประมาณ 100 คน ที่บริเวณท้ายหมู่บ้านฟากน้ำ หมู่ 4 ต.บ้านพร้าว ทางขึ้นเทือกเขาขี้ควาย เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและแบ่งออกเป็น 4 สายกระจายกำลังเข้าพื้นที่ป่าบนเทือกเขา เพื่อช่วยกันค้นหา พระเด็จ เปสโล (คงกระพันธุ์) อายุ 56 ปี พระลูกวัดของวัดพร้านพร้าว ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อร่วมสวดมนต์ในพิธีเปลี่ยนเสาปักธงชัยที่ถูกกระแสลมพัดจนหักโค่นหลังชาวบ้านได้ร่วมใจกันไปปักไว้เมื่อวันลอยกระทงเมื่อไม่นานมานี้ 

...

นายนิสิต นายอำเภอนครไทย เปิดเผยว่า พระเด็จ หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่าพระสมเด็จ จนติดปาก ได้รับกิจนิมนต์ขึ้นไปทำพิธีปักธงชัยใหม่เนื่องจากเสาเดิมได้หักโค่น เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. และมาทราบข่าวว่าหายไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ทางผู้นำท้องถิ่นและประชาชนได้ออกค้นหาทุกวัน โดยใช้กำลังค้นหาเกือบ 1,000 คน แต่ก็ไม่พบ หาทุกตารางนิ้วในพื้นที่ที่คาดว่าท่านจะไป หรือไปพักผ่อนอยู่ตรงไหนในป่าบนเขา เมื่อวานนี้จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามาร่วมค้นหาด้วยแต่ก็คว้าน้ำเหลวเช่นเคย ในวันนี้จึงระดมกำลังกันอีกครั้งโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมด้วย โดยวางแผนแบ่งสายค้นหาเป็น 4 สาย ขอค้นหากันอีก 1 วัน ถ้าไม่พบก็ต้องวางแผนการค้นหากันใหม่อีกครั้ง

ด้าน นายมาก นายก อบต.บ้านพร้าว เปิดเผยว่า พระเด็จที่ตนและชาวบ้านเรียกกันว่าพระสมเด็จ บวชได้ 1 พรรษา ประมาณ 11 เดือน เป็นคนพื้นเพบ้านหมู่ 4 ต.บ้านพร้าว ออกจากวัดบ้านพร้าวประมาณ 09.00 น. พร้อมกับพระอำนาจเพียง 2 รูป ด้วยพระเด็จอายุมากและร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พระอำนาจที่หนุ่มกว่าจึงเดินไปล่วงหน้าและบอกพระเด็จให้เดินตามไป พระอำนาจบอกกับตนว่าพอเดินไปถึงกลางเขาก็ยังกู่ร้องส่งเสียงโต้ตอบกับพระเด็จอยู่ จนพระอำนาจเดินขึ้นไปบนเขาถึงที่ปักธง พระอำนาจบอกว่าพบกับบุคคลคนหนึ่งที่อยู่บนเขาได้ถวายอาหารและน้ำส้ม จากนั้นพระอำนาจเดินลงเขามาทางเดิมแต่ก็ไม่เจอพระเด็จแล้ว พระอำนาจจึงลงมาฉันเพลที่ด้านล่างภายในหมู่บ้าน ส่วนชาวบ้านประมาณ 100 คนที่ขึ้นไปบนยอดเทือกเขาอีกทางด้านหนึ่งของเทือกเขาไม่พบพระ จึงโทรศัพท์สอบถามเจ้าอาวาสวัดบ้านพร้าว ท่านจึงให้พระภิกษุและสามเณรรวม 5 รูปขึ้นไปประกอบพิธีพร้อมกับชาวบ้าน กระทั่งเจ้าอาวาสวัดไม่เห็นพระเด็จกลับวัดก็จึงแจ้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านรวมทั้งตนทราบในวันที่ 19 ธ.ค. รวมแล้วพระเด็จหายไปได้ 9 วัน

ขณะที่ น.ส.ช่อเพชร นวลวัน อายุ 28 ปี บุตรสาวของพระเด็จ เปิดเผยว่า ถ้าหลวงพ่อไปนอนบนเขาแค่คืนเดียวก็จะบอกกับตนว่าจะไปนอนกี่วันกี่คืน เพราะตนเลี้ยงลูกน้อยอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่ครั้งนี้ไม่มาบอก จึงเชื่อว่าไม่ได้ตั้งใจขึ้นไปนอนหรือไปธุดงค์ และถ้าหลงป่าไม่น่าจะหลง เพราะหลวงพ่อเคยขึ้นมานานถึง 20 ปีแล้ว อีกอย่างที่กุฏิของหลวงพ่อมีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้อง เพราะที่เคยไปหาห้องจะเรียบร้อยกว่านี้ หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังก่อนออกพรรษาว่า อยากสึกไม่อยากอยู่ที่วัดเพราะมีปากเสียงทะเลาะกับพระอำนาจ เรื่องมาขอยืมเงินเป็นประจำ ทำให้ไม่ถูกกัน เลยสงสัยว่าทำไมคนไม่ถูกกันถึงไปด้วยกัน และสงสัยว่าหลวงพ่อจะถูกฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ เพราะหลวงพ่อมีเงินพกติดตัวอยู่ประมาณ 6,000 บาท โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าหลวงพ่อจะหลงป่า เชื่อว่าถูกฆาตกรรมมากกว่า แต่เราก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะชี้ชัดไปอย่างนั้น ก็ต้องทำใจว่าหลวงพ่อหลงป่าไปก่อน.