คุณตาวัย 90 ปีที่อุตรดิตถ์ หอบบัญชีเงินฝากถอนเงินเป็นครั้งแรก หลังเงินฝากประจำแบงก์ดังหายไป 5 แสน บอกโล่งใจที่ไม่หายเพิ่ม พบมีผู้เสียหาย 3 รายวงเงินกว่า 1.7 ล้าน ผจก.รับปากเร่งคืนให้
จากกรณี มีประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากประจำ 12 เดือนของธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ สูญหายไป โดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้ถอนเงินออกมาแต่อย่างใด ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จำนวน 3 ราย โดยรายแรก จำนวน 672,191.95 บาท รายที่ 2 จำนวน 577,000 บาท และรายล่าสุด รายที่ 3 ผู้เป็นผู้สูงอายุ 90 ปี จำนวน 500,000 บาท รวมยอดเงินกว่า 1,749,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ต.ค.61 ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนบรมอาสน์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เปิดทำการตามปกติ และมีลูกค้าทยอยมาใช้บริการต่อเนื่อง รวมถึง นายเป็งเฮง แซ่จิว อายุ 90 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/6 หมู่ 2 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยผู้ดูแล นำสมุดบัญชีฝากประจำ 12 เดือน ชื่อบัญชี นายเป็งเฮง แซ่จิว และ นางเยาวนา ปรานวโรดม ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดร่วมกับลูกสาว และเงินสูญหายไปจากบัญชีจำนวน 500,000 บาท มาถอนเงินที่ธนาคารด้วย
นายเป็งเฮง กล่าวว่า มาถอนเงินเป็นครั้งแรก เพื่อต้องการตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ เพราะเกรงว่าจะสูญหายไปอีก ซึ่งโชคดีที่ยอดเงินไม่ได้หายเพิ่มจากเดิม ทั้งนี้ ตนได้เปิดบัญชีกับธนาคารตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 โดยมียอดเงินในบัญชีล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2561 จำนวน 1,337,266.97 บาท แต่เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 ได้รับหนังสือยืนยันยอดบัญชีเงินฝากจากธนาคารว่ามียอดคงเหลือ 837,266.97 บาท หายไป 500,000 บาท ทั้งที่ตนไม่ได้ถอนออกมาแต่อย่างใด จึงตกใจมาก จนนอนไม่หลับ ต่อมาได้รับการประสานจากธนาคารว่าจะคืนเงินให้ แต่ก็ยังรู้สึกกังวลใจ จึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และสบายใจขึ้นเมื่อได้รับแจ้งจากธนาคารว่า จะได้รับเงินคืนภายในช่วงบ่ายวันนี้
ด้าน นายจีรวัฒน์ ตระกูลสว่าง ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาถนนบรมอาสน์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยแจ้งว่า ทางสำนักงานใหญ่สั่งห้าม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทางธนาคารฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และเป็นผู้ตรวจสอบพบความผิดปกติของเงินในบัญชีลูกค้า จึงได้แจ้งลูกค้าและติดตามทำเรื่องคืนเงิน ซึ่งจะเร่งรัดคืนเงินให้กับผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ภายในช่วงบ่ายวันนี้.