ผู้ประสบเหตุรอดชีวิตจากรถตู้ชนต้นไม้ 9 ศพ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สามารถเดินทางกลับได้แล้ว 1 คน ส่วนคนขับอาการสาหัส ญาติเผยต้องทำใจ ได้แต่ภาวนาให้อาการดีขึ้น...

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2561 นางนวลจันทร์ แสงอุทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นางสมพิศ แก้วแดง รองนายกเหล่ากาชาด และคณะกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดฯ ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ประสบอุบัติเหตุรถตู้รับจ้างขนแรงงานชาวเมียนมา ได้เสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้ บริเวณริมถนนพหลโยธิน ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 421-422 บริเวณโรงสีคงเดช ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 9 คน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 คน ได้นำส่งโรงพยาบาลคลองขลุง 4 คน และโรงพยาบาลกำแพงเพชร 2 คน 

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ได้เยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ที่โรงพยาบาลคลองขลุง พร้อมทั้งมอบเงินและสิ่งของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยระหว่างการพูดคุย มีล่ามชาวเมียนมาแปลภาษาไทย แสดงถึงความห่วงใยของคนไทยที่มีต่อผู้ประสบเหตุชาวต่างชาติ สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย มีอาการดีขึ้นตามลำดับ และในวันนี้ มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 1 คนรักษาตัวจนมีอาการดีขึ้น แพทย์ได้อนุญาตให้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาได้ โดยมีนายจ้างเดินทางมารับตัวจากโรงพยาบาลคลองขลุง เดินทางไปส่งที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 

...

นางสายดาบี ล่ามชาวเมียนมา กล่าวว่า หนึ่งในผู้ประสบเหตุเล่านาทีระทึกจากเหตุการณ์รถตู้ชนต้นไม้ให้ฟังว่า มีผู้โดยสารมาทั้งหมด 14 คน ตัวเขาได้นอนหลับอยู่ระหว่างการเดินทาง เมื่อรถตู้ประสบเหตุชนต้นไม้ ร่างของตนกระแทกกับเบาะด้านหน้าอย่างแรงทำให้ตื่น แต่อยู่ในอาการมึนงงสักพัก ไม่สามารถขยับตัวได้ เห็นไฟกำลังลุกไหม้เข้ามาภายในห้องผู้โดยสาร เห็นเพื่อนชาวเมียนมา ใช้มือทุบกระจกรถเพื่อที่จะหนีไฟออกมา แต่กระจกรถแข็งทุบไม่แตก จึงใช้หัวกระแทกไปที่กระจกอย่างแรง กระจกรถแตกหนีออกมา ส่วนตัวเองก็ตะเกียกตะกาย นำร่างที่บาดเจ็บคลานตามออกมา รวมกับคนผู้โดยสารอีก 2 คน ส่วนคนอื่นไม่ทราบว่าออกมาจากรถได้อย่างไร และไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต และรอดชีวิตอีกกี่คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมด มีจุดหมายปลายทางเดินทางกลับบ้าน หาครอบครัว เยี่ยมญาติ สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้โทษใคร แต่ตนคิดว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ 

จากนั้น คณะเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางต่อเพื่อมาเยี่ยมผู้ประสบเหตุ อีก 2 ราย ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร ที่เป็นคนขับและชาวเมียนมา ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ต้องใช้เครื่องออกซิเจนในการช่วยหายใจและยังไม่สามารถสื่อสารพูดคุยได้ จึงได้พูดคุยให้กับกำลังใจกับญาติผู้บาดเจ็บทั้งสองราย พร้อมทั้งมอบเงินและสิ่งของ เพื่อนำไปใช้ระหว่างต้องดูแลผู้บาดเจ็บ

ขณะที่ แพทย์หญิงปรารีญา คุณนาเมือง ตำแหน่งนายแพทย์ปฏิบัติการโรงพยาบาลกำแพงเพชร เปิดเผยว่า หลักๆ ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน มีอาการสาหัสจากแผลไฟไหม้ค่อนข้างมาก ระดับความลึกของแผลไฟไหม้สูงสุด ลึกสุด และเรื่องของระบบทางเดินหายใจ ต้องใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจทั้ง 2 คน ส่วนคนขับเรื่องของภาวะไต คือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยจากคนไข้ที่ถูกไฟไหม้ กำลังฟอกไต และยังต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

ส่วน นางพัชรินทร์ แซ่พู่ ลูกสาวของนายคมวัฏ แซ่พู เป็นผู้ขับรถตู้คันประสบเหตุ เปิดเผยว่า พ่อเป็นคนใจเย็น สูบบุหรี่แต่ไม่ดื่มสุรา การประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากถนนลื่น ไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง เป็นเหตุให้ตนเองและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สำหรับตนได้ดูอาการของพ่อแล้ว เป็นห่วงพ่อมาก แต่ได้ทำใจไว้บ้างแล้ว เพราะว่าพ่อได้รับบาดเจ็บสาหัสเหลือเกิน ได้แต่ภาวนาให้พ่อดีขึ้นผ่านพ้นเหตุการณ์เรื่องร้ายๆ ไปได้.