ตู้บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ชนต้นไม้ไฟคลอกเสียชีวิต 9 ราย เป็นชาย 4 ราย เป็นหญิง 5 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยเป็นแรงงานชาวเมียนมา 14 ราย คนไทย 1 ราย ซึ่งยังไม่ทราบชื่อและที่อยู่ที่ชัดเจน
เมื่อเวลา 06.00 น. ของเช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2561 ร.ต.ท.ชัชชานนท์ สนิทมาก รอง สว.สอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ต่างระดมเจ้าหน้าที่ไปยังที่เกิดเหตุถนนพหลโยธิน บริเวณโรงสีคงเดช ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีรถตู้ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนอยู่กับต้นไม้ข้างทาง และมีไฟลุกท่วม เป็นรถตู้โดยสารหมายเลขทะเบียน 33-2779 กรุงเทพมหานคร ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสายหลักพหลโยธินจากจังหวัดนครสวรรค์ มุ่งหน้าขึ้นสู่ทางภาคเหนือ เป็นช่วงรอยต่อของอำเภอคลองขลุงกับอำเภอเมืองกำแพงเพชร
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำรถดับเพลิงมาฉีดสกัดเพลิงไหม้ไว้ได้ แต่ไฟก็เผาไหม้รถวอดไปทั้งคัน และภายในห้องโดยสาร และกู้ภัยฯ นำเครื่องมีอตัดถ่างตัดตัวถังรถดังกล่าว ก็พบมีซากศพถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโกของผู้เสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่หลายศพ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภายในรถพบผู้บาดเจ็บ จำนวน 7 ราย และผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุจำนวน 9 ราย โดยพบร่างคนขับรถตู้คันดังกล่าวเสียชีวิตอยู่ในรถด้วย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันดับไฟที่ไหม้รถ ก่อนจะนำคนเจ็บ 4 ราย ส่งโรงพยาบาลคลองขลุงอย่างเร่งด่วน รวมผู้เสียชีวิต 9 ราย เป็นชาย 4 ราย เป็นหญิง 5 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยเป็นแรงงานชาวเมียนมา 14 ราย คนไทย 1 ราย รวม 15 ราย เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและที่อยู่ที่ชัดเจน
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเกิดเหตุขณะฝนตกหนัก รถตู้ดังกล่าวนำผู้โดยสารชาวเมียนมาอาจจะไปส่งที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คาดว่ารถอาจจะเสียหลัก หรือคนขับหลับในไปชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทางจนเกิดประกายไฟและลุกไหม้อย่างทันที เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่อยู่ในรถซึ่งอาจจะนอนหลับอยู่ หรือขณะเกิดเหตุอาจจะหมดสติไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในรถ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ต้องรอพิสูจน์ว่ารถใช้เชื้อเพลิงประเภทใด ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุและพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองขลุงได้มาตรวจสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับถนนสายพหลโยธินขาขึ้น ช่วงบริเวณอำเภอคลองขลุง จะเป็นถนนในลักษณะทางตรงและขับสบาย มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งก็จะมีผู้เสียชีวิต ส่งผลให้อำเภอคลองขลุงเป็นที่โจษจันของชาวจังหวัดกำแพงเพชรว่า เป็นเส้นทางที่อันตราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีนี้.