ตำรวจซ้อนแผน รวบแก๊งอุ้มสาวใหญ่ชาวม้ง เรียกค่าไถ่ 25 ล้าน พบเหยื่อ เป็นแม่ของสาว ในเครือข่ายแก๊งยารายใหญ่ที่กำลังหลบหนี ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.ย. 61 ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ. 5 ได้สอบสวน นางหลี่ เลาจาง อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง ชาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย

โดยนางหลี่ แจ้งว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 ส.ค. 61 ตนถูกคนร้าย 5 คน หลอกให้มาคุยกันเรื่องเงินที่บ้านปางเปา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังออกมาพบ ก็ถูกคนร้ายล็อกคอ แล้วอุ้มขึ้นรถ โดยไม่ทราบว่าไปที่ไหน เพราะคนร้ายได้ใช้ผ้าปิดตา และมัดมือไพล่หลังเอาไว้

ต่อมาคนร้ายได้ติดต่อกับลูกชายให้เอาเงิน 25 ล้านบาทมาไถ่ตัว ระหว่างนั้นทางญาติ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อวางแผนจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยการนำของ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ โดยวางแผนให้ญาติ ติดต่อคนร้ายต่อรองให้เหลือเงิน 22 ล้านบาท คนร้ายจึงตอบตกลง และได้นัดรับเงินกันในพื้นที่ของ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยนัดรับเงิน เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา

กระทั่งสามารถจับกุม นายธีรธร ธิราสุวี อายุ 32 ปี ชาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และนางสาวหทัยรัตน์ พนารีลำไพ อายุ 21 ปี ชาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นสามีภรรยากันได้ จากนั้นก็ได้ขยายผลจับกุม นายสิทธิศักดิ์ ไพศาลศิริกุล อายุ 37 ปี ชาว อ.พบพระ จ.ตาก ได้ ขณะกำลังเฝ้า นางหลี่ เลาจาง ที่เอาตัวซ่อนไว้ที่เชิงดอย รีสอร์ท ตั้งอยู่ หมู่ 6 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงรายไว้ได้

พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ. 5 กล่าวว่า แก๊งคนร้ายรู้จักกันกับกลุ่ม นางหลี่ เลาจาง ผู้เสียหาย โดยเฉพาะ ลูกสาว คือ นางสาวบังอร เลาจาง อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ที่เคยถูกจับไปแล้วประมาณ 7 คดีใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นบิ๊กลอตทั้งหมด ซึ่ง ขณะนี้ นางสาวบังอร ลูกของผู้เสียหายยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งทั้งตระกูลเลาจาง ทางชุดสกัดกั้น บช.ปส. และตำรวจภูธรภาค 5 นั้น เคยจับเครือข่ายมาแล้ว และทุกครั้งก็จะมีการเชื่อมโยงถึงกันหมด และมีรายชื่อของ นางสาวบังอร เข้าไปพัวพันด้วย

...

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา คนร้ายทั้ง 3 พร้อมกับพวกที่หลบหนี “ร่วมกัน กับพวกที่หลบหนี เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือ หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง” สมคบกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่ายี่สิบกรัม ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโยไม่ได้รับอนุญาต” มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ซึ่งไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต.