กลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ รวมตัวทำพิธีเผาพริก-เกลือสาปแช่ง 'หมู่บ้านป่าแหว่ง' ที่ศาลยอมย้ายออก แต่ภาครัฐจะให้หน่วยงานอื่นเข้าสวมอยู่แทน จึงชุมนุมสาปแช่งให้รื้อทิ้งสถานเดียว...

จากกรณี โครงการบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใม่ หรือ 'บ้านป่าแหว่ง' ที่เป็นปัญหาเรื้อรังให้กลุ่มเครือข่ายรักดอยสุเทพออกมาร่วมคัดค้านมากถึง 50 กลุ่ม เรียกร้องให้รื้อทิ้ง คืนสภาพให้กลับมาเป็นป่า ถึงแม้ทางภาครัฐยอมถอยหลังหาพื้นที่สร้างใหม่ ทั้งสำนักงานและบ้านพัก โดยย้ายไปสร้างที่ จ.เชียงราย แล้วก็ตาม แต่ยังมีสัญญาณจากภาครัฐบ่งบอกเหตุยื้อเวลาและไม่รื้อ แต่จะเอาไปใช้ประโยชน์ทางอื่น ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพได้ติดตั้งเวลาทีใช้ชื่อว่า 'เตขว้าง' เป็นภาษาเหนือ แต่หากแปลเป็นภาษากลางก็คือ 'รื้อทิ้ง' โดยบริเวณโดยรอบมีการนำผ้าสีเขียวติดไว้ทั่วบริเวณ และมีการแจกผ้าเขียวให้กับรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ผ่านมาในบริเวณ

จากนั้นได้เริ่มขบวนแห่การชุมนุมรวมพลังว่า 'แม่น้ำร้อยสายทวงสัญญาป่าแหว่ง' เดินมารวมกันที่ข่วงประตูท่าแพ ขบวนบิ๊กไบค์ ขบวนตุ๊กตุ๊ก และขบวนสองแถวแดง ติดธงสีเขียว เข้ามารวมตัวกันจนเต็มลานข่วงท่าแพ ประมาณ 3,000 คน แต่จะมีจำนวนเบาบางกว่าการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมากถึง 5,000 คน เหตุเพราะยังมีการลังเลจากผู้เคยร่วมชุมนุมว่า เมื่อศาลยอมย้ายแล้วทำไมยังชุมนุมกันอยู่ ในเรื่องนี้จึงมีการตั้งคำถามกันมาก

สำหรับเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีการทำกิจกรรม ทางกลุ่มแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่า นายบรรณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้ชี้แจงบนเวทีให้ทุกคนทราบว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะย้ายที่ทำการและบ้านพักออกไปอยู่ที่อื่นซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในช่วงที่บริเวณนั้นจะว่างลง ทำให้มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยากจะเข้าไปสวมอยู่แทน

ดังนั้น จึงเป็นที่ไปที่มาของการจะทำพิธีสาปแช่งในวันนี้ ศาลไม่เอาแล้ว 45 หลัง บวกอาคารอีก 9 หลัง ท่านจะย้ายท่านแสดงเจตจำนง ซึ่งคณะกรรมการระดับจังหวัดส่งไปให้คณะกรรมการส่วนกลางที่กรุงเทพฯ มีรัฐมนตรีเป็นประธาน รออย่างเดียวเรื่องการตัดสินใจ มีคนบางคนบางกลุ่มเสียดายในบ้านพักแห่งนี้ จะขอเข้ามาแทนที่ จึงจะต้องมีการสาปแช่งบุคคลกลุ่มนี้ ที่บังอาจจะมาบิดเบือนข้อสัญญาระหว่างเรากับรัฐมนตรี ที่สัญญาว่าจะไม่ให้ใครไปอยู่หรือใช้ประโยชน์ ก็มีคนบางคนบางกลุ่มซึ่งยังไม่ขอระบุ เมื่อรู้ว่าศาลจะย้าย ก็พยายามบิดเบือนผู้มีอำนาจตัดสินใจจะขอเข้าอยู่แทน เรื่องนี้จึงเกิดการล่าช้าในเรื่องการดำเนินการรื้อ

ขณะนี้ เป็นเวลา 5 เดือนแล้วไม่คืบหน้า การชุมนุมในวันนี้จึงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ซึ่งหากมีการยินยอมให้มีคนอยู่บ้านทั้ง 45 หลัง และอาคารอีก 9 หลัง พวกเราต้องมากันอีก หากสิ่งที่เราส่งไปยังส่วนกลางภายใน 1 เดือนยังไม่มีคำตอบ ถือเป็นการเตะถ่วงพวกเราต้องออกมาอีก เพราะที่ผ่านมาพวกเราวิ่งไปชนผนังทองแดง กำแพงเหล็ก แต่หัวใจจะต้องชนต่อเพื่อลูกหลานและดอยสุเทพ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเมื่อเวลา 11.00 น. จึงมีพิธีอ่านคำสาปแช่งและทำฌาปนกิจ 'บ้านป่าแหว่ง' พร้อมมีพิธีสาปแช่งเผาพริกเผาเกลือ และเขียนคำสาปแช่งลงบนผืนผ้าสีเขียว ก่อนจะแยกย้ายกันกลับด้วยความสงบ.