แปลงใหญ่ปลาช่อน จ.กำแพงเพชร ช่วยสมาชิกในชุมชนสร้างรายได้เสริม นอกเหนือจากการทำนา โดยรวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาช่อนเข้าร่วม โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เดินหน้าวางระบบการผลิตเพื่อเชื่อมโยงการตลาด สร้างอาชีพ-รายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน
วานนี้(25 ส.ค.61) นายปกรณ์ คุณมี ประมงจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า "ปลาช่อน" เป็นปลาน้ำจืดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ปัจจุบันจังหวัดกำแพงเพชร มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาช่อน จำนวน 199 ราย มีพื้นที่ 350.6 ไร่ ได้ผลผลิต 358.5 ตัน มูลค่า 21,511,500 บาท ถือเป็นสัตว์น้ำที่มีผลผลิตและมีมูลค่าสูงอันดับต้นๆของจังหวัด รองจากปลานิลและปลาดุก กรมประมงโดยสำนักงานประมงจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดกำแพงเพชร ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเลี้ยงและจำหน่ายปลาช่อน มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่ม แบ่งผู้รับผิดชอบด้านต่างๆ เพื่อวางแผนการผลิตและการจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม ไม่สามารถวางแผนการผลิตและประมาณการผลผลิตได้ ทำให้เวลาจำหน่ายเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาต่ำ
"จุดเด่นของกลุ่มแปลงใหญ่ปลาช่อน ซึ่งเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ปีนี้เป็นปีแรก คือ สมาชิกของกลุ่มแปลงใหญ่เคยได้รับการอบรมจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 8 พระนครศรีอยุธยา มาบ้างแล้ว และได้นำความรู้มาถ่ายทอดให้เกษตรกรในหมู่บ้าน จึงทำให้การขับเคลื่อนงานต่างๆ ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกเป็นอย่างดี อีกทั้งทางกลุ่มยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนอื่นๆ ทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง" นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า ได้มีการแต่งตั้งให้หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง เป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ภาครัฐ และได้มีการจัดอบรม 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรการรวมกลุ่ม/แปรรูป/การตลาด และหลักสูตรการเพาะเลี้ยง การพัฒนาฟาร์มสู่มาตรฐานฟาร์ม GAP โดยทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดกำแพงเพชร ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตเป็นลูกพันธุ์ปลาช่อน รายละ 1,500 ตัว พร้อมกันนี้ยังได้ให้ความรู้ในเรื่อง Biosecurity หรือ ชีวอนามัยฟาร์ม เพื่อป้องกันและลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในฟาร์ม และกลุ่มสมาชิกแปลงใหญ่ นอกจากนี้ทางสำนักงานประมงจังหวัดกำแพงเพชร ยังได้บูรณาการร่วมกับทางอุตสาหกรรมจังหวัด ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการแปรรูปสินค้าของกลุ่มแปลงใหญ่ ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาด
...
นายสุวรรณ บุตรดา ผู้จัดการแปลงใหญ่ภาคเกษตรกร กลุ่มปลาช่อน กล่าวเพิ่มเติมว่า แปลงใหญ่ปลาช่อน ประกอบด้วย 2 หมู่บ้าน คือ บ้านดงประดา และบ้านรังแถว มีสมาชิก 51 ราย มีพื้นที่เฉลี่ยต่อรายประมาณคนละ 2 บ่อๆละประมาณ 3 งาน รวมพื้นที่เพาะเลี้ยงประมาณ 149 ไร่ มีผลผลิตเฉลี่ย 1,135 กิโลกรัมต่อไร่ กำไรเฉลี่ย 13,970 บาทต่อไร่ ใช้เวลาการเลี้ยงประมาณ 3-5 เดือนต่อรุ่น ซึ่งเกษตรกรรวมกลุ่มกันเลี้ยงแบบครบวงจรเริ่มจากการเพาะพันธุ์จำหน่ายลูกพันธุ์ให้สมาชิก และจำหน่ายให้เกษตรกรในจังหวัดใกล้เคียง โดยได้รับการสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆจากกรมประมง เช่น การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การตรวจคุณภาพน้ำ และการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP ปัจจุบันนอกจากจำหน่ายปลาสดแล้ว ยังแปรรูปเป็นปลาช่อนแดดเดียว น้ำพริกปลาย่าง และน้ำพริกผัดหรือน้ำพริกปลาร้าทรงเครื่องจำหน่ายในชุมชน และตามเทศกาลต่างๆของจังหวัด โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า "ชิมเพลิน"
"ตอนนี้เมื่อรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่แล้ว ถือว่าช่วยได้มากในเรื่องการต่อรองราคา เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างขายเลยมักจะถูกกดราคา เราจึงตั้งใจว่าจะอาศัยประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาด เพื่อให้สามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้เหมือนอย่างปลานิล ส่วนที่เราเน้นแปรรูปด้วย เพราะเป็นการสร้างอาชีพ และกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกทางหนึ่ง ซึ่งในอนาคตทางกลุ่มจะผลิตสินค้าต้มโคล้งปลาช่อนย่างสำเร็จรูป พร้อมเครื่องปรุงในซอง แบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากนั้นจะขอให้ทางกรมประมง และอุตสาหกรรมจังหวัดมาช่วยเรื่องมาตรฐานและการออกแบบบรรจุภัณฑ์" นายสุวรรณ กล่าว
การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ จึงนับเป็นการดำเนินงานที่สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ทั้งการลดต้นทุน การจัดการผลผลิตให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นการช่วยยกระดับฟาร์มเพาะเลี้ยงให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของการเพาะเลี้ยงปลาช่อนแบบครบวงจรนั้น กรมประมง ได้มีการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ปลาช่อน และรูปแบบโรงเพาะพันธุ์มาตรฐาน พร้อมถ่ายทอดให้กับกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ นำไปขยายผลทางธุรกิจได้ โดยสามารถติดต่อขอรับการฝึกอบรมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 8 พระนครศรีอยุธยา โทร 0 3570 4171