ไลฟ์สไตล์
100 year

‘ติดถ้ำ’ บทเรียนชีวิต 13 หมูป่าเปิดใจ-กลับบ้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
19 ก.ค. 2561 05:05 น.
SHARE

เผยวิธี ‘เอาตัวรอด’ ช่วง 10 วัน! ขอโทษพ่อแม่-อาลัยจ่าแซม เตรียมบวชอุทิศส่วนกุศลให้

ข่าวแนะนำ

ภารกิจส่ง “13 หมูป่ากลับบ้าน” จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เด็กๆและโค้ชสุขภาพแข็งแรงดี เดินยิ้มแฉ่งออกจากโรงพยาบาลขึ้นเวทีแถลงข่าวเปิดใจตามสัญญา แถมเดาะลูกฟุตบอลโชว์ความฟิต เล่านาทีชีวิตติดถ้ำจนได้เจอนักดำน้ำอังกฤษโผล่มา ยืนยันไม่ได้เข้าไปจัดงานวันเกิด ไม่มีของกินติดตัว อยู่ได้เพราะกินน้ำหยดและต่างคนต่างคอยให้กำลังใจกัน รู้สึกช็อกและเสียใจที่ “จ่าแซม” ต้องสละชีพ พร้อมขอโทษทุกคนทำให้เดือดร้อน รับถือเป็นประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในชีวิต สัญญาจะเป็นคนดีของสังคมตลอดไป

ในที่สุดวันที่ทุกคนเฝ้ารอก็มาถึง เมื่อเด็กๆและโค้ชทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ที่เป็นผู้ประสบภัยติดค้างในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะเวลานานถึง 17 วัน และเข้าพักฟื้นรักษาตัวอยู่ใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวไปใช้ชีวิตได้ตามปกติท่ามกลางความสนใจของผู้คนในสังคมและสื่อมวลชนที่อยากรู้จากปากของทั้ง 13 คนว่าความจริงในเหตุการณ์เป็นเช่นไร สำนักข่าวทั่วโลกได้ส่งผู้สื่อข่าวมารอฟังการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่จะจัดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ค.นี้

กองทัพสื่อปักหลักหน้า รพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศด้านหน้าอาคารอุบัติเหตุ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย มีความคึกคักตั้งแต่เช้าวันที่ 18 ก.ค. มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากมาปักหลักเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามรายงานข่าวทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน จะออกจาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หลังเข้ารับการรักษามาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. และจะขึ้นรถยนต์เดินทางไปยังอาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย ที่อยู่ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อร่วมแถลงสดในรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” เวลา 18.00 น. จากนั้นเด็กๆจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมผู้ปกครอง

อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน

เวลาประมาณ 10.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน ชุดจิตอาสาพระราชทาน หมวกผ้าพันคอพระราชทาน และพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่9 และรัชกาลที่ 10 มาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับ 13 นักเตะเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและครอบครัว มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ให้การต้อนรับยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทำเก๋มีสนามฟุตบอลจำลอง

ส่วนที่อาคารคชสาร ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศทุกแขนงทยอยเข้าจับจองพื้นที่หน้าเวทีแถลงข่าว ส่วนหนึ่งนำขาตั้งกล้องไปกางจองไว้ บางสำนักเริ่มรายงานสดจากหน้าเวที ในช่วงเจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมสถานที่ ทั้งนี้ บนเวทีได้ตั้งม้านั่งยาวเตรียมให้ทีมหมูป่าทั้ง 13 คนนั่งตรงกลาง ส่วนที่ด้านล่างหน้าเวทีได้ปูหญ้าเทียมทำเป็นสนามฟุตบอลจำลอง ติดตั้งเสาประตูและตาข่ายทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตั้งเก้าอี้ไว้ด้านข้างสนามฟุตบอลจำลอง เพื่อให้กลุ่มเพื่อนนักเรียน ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ มานั่งรอเพื่อนๆทีมหมูป่าฯ รวมกับผู้ปกครองและญาติพี่น้องของทีมหมูป่าฯ

“สุทธิชัย หยุ่น” เป็นตัวแทนสื่อ

หลังจากเจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่เสร็จแล้ว ได้ขอให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องและปิดประตูห้องทันที แจ้งว่าจะเปิดห้องอีกครั้งในเวลา 15.00 น. เพื่อให้สื่อมวลชนลงทะเบียนเข้ารับฟังการแถลงข่าว ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรและเป็นตัวแทนสื่อในการถามคำถามช่วงแถลงข่าวคือ นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโสและนักจัดรายการชื่อดัง เนื่องจากเป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ

ผู้ว่าฯเป็นคนเลือกพิธีกรเอง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่เดินทางมาติดตามการจัดสถานที่ได้เปิดเผยรูปแบบการจัดรายการเดินหน้าประเทศไทยวันนี้ว่าจะไม่ใช่การแถลงข่าว แต่เป็นการพูดคุยในบรรยากาศที่รอคอย “คนแปลกหน้าที่อยากเจอ” จะมีพิธีกรเป็นตัวแทนถาม เป็นผู้สื่อข่าวอาวุโสที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นที่ยอมรับ ได้ให้ ผวจ.เชียงราย เป็นคนเลือก และถามคำถามที่ผ่านการกลั่นกรองของนักจิตวิทยา อาจเปิดให้สื่อซักถามให้อิ่ม ให้หมดข้อสงสัยในวันนี้ เพื่อให้เด็กได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ ส่วนหลังจากนี้คงไม่ถึงขั้นใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเด็ก เพราะเชื่อมั่นว่าสื่อจะมีวิจารณญาณว่าอะไรควร ไม่ควร หรือหากมีการดำเนินการใดไม่เหมาะสม สังคมจะพิพากษาสื่อมวลชนเอง

วางมาตรการดูแลทีมหมูป่า

นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย เปิดเผยว่า จังหวัดได้วางมาตรการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ. ช่วยกันดูแลไม่ให้สื่อไปรบกวนเด็กๆทีมหมูป่าและครอบครัวหลังจากส่งกลับบ้านแล้ว ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีสื่อไปตระเวนสอบถามการเตรียมรับขวัญทีมหมูป่าจากญาติจนไม่เป็นอันพักผ่อน บางสำนักข่าวนำรถไปจอดซุ่มใกล้บ้านเหมือนสายลับ ญาติพากันหวาดผวา ส่วนครูแจ้งมาว่า มีสื่อมวลชนเวียนไปติดต่อทางโรงเรียนจะขอถ่ายมุมนั้นมุมนี้ และขอสัมภาษณ์ช่วงนั้นช่วงนี้ เกรงรบกวนเวลาเรียนและสมาธินักเรียน ต้องขอความร่วมมือและขอความเห็นใจจากสื่อ รวมทั้งบรรดาสิทธิประโยชน์ต่างๆที่มีคนเสนอให้ทีมหมูป่า ยังไม่อยากให้ทำในช่วงนี้


สื่อทั่วโลกส่งคำถามล่วงหน้า

เฟซบุ๊ก Army Times Thailand ได้โพสต์คำถามที่สำนักข่าวทั้งของไทยและต่างประเทศจากทั่วโลกส่งเข้ามา คำถามส่วนใหญ่อยากให้เด็กๆเล่าวิธีเอาตัวรอดระหว่างที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยเฉพาะ 10 วันแรกที่ยังไม่ได้เจอกับทีมค้นหา ชีวิตความเป็นอยู่ การกินอาหาร การให้กำลังใจกัน รวมไปถึงการนั่งสมาธิ ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างไร มีวิธีเอาชนะความกลัวอย่างไร รวมไปถึงความรู้สึกที่น้องๆได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยซีล และนานาชาติ การนำตัวออกมาจากถ้ำ กว่าที่จะออกมาได้อย่างปลอดภัย ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง นักดำน้ำ นักกู้ภัย สอนอะไร รวมไปถึงความรู้สึกภายหลังที่ออกมาจากถ้ำแล้ว และสรุปว่าเด็กๆได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ และการใช้ชีวิตหลังจากนี้

ขออย่าถามซ้ำ-ไม่ถามเชิงลบ

นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้วิเคราะห์คำถามดังกล่าวว่า คำถามมีความเป็นกลาง และการที่มีทีมจิตแพทย์คอยดูแลระหว่างการเปิดใจกับสื่อมวลชน จะช่วยดูแลและกลั่นกรองไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจทีมหมูป่า อย่างไร ก็ตาม หลังจากนี้ไม่ควรถามซ้ำในคำถามเดิมๆ หรือให้เด็กเล่าซ้ำๆจะเป็นการตอกย้ำซ้ำทวนให้เด็กหวนระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นภาวะเสี่ยงกระทบ กระเทือนจิตใจ และอาจไปกระตุ้นให้เกิดบาดแผลทางใจขึ้นมา อีกทั้งไม่ควรถามคำถามเชิงลบหรือทำในสิ่งที่จะสร้างความอึดอัด วิตกกังวลให้เด็กๆและโค้ช สังคมรอบข้าง ชุมชน ครู โรงเรียน ต้องพยายามช่วยให้เด็กๆได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตาม ปกติโดยเร็วที่สุด

13 หมูป่าเดาะลูกบอลโชว์ฟิต

เวลา 18.05 น. เด็กๆและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 คน สวมชุดกีฬาเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนรูปหมูป่าสีแดง มีชื่อทีมเป็นภาษาอังกฤษ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ เดินทางด้วยรถบัสออกจาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ มาถึงห้องประชุมอาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย และทยอยเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผบ.กองพันเสนารักษ์ที่ 3 นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชา– นุเคราะห์ พญ.อัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญพิเศษ พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยซีล กองทัพเรือ ร่วมแถลงข่าวด้วย และมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นพิธีกร เด็กๆทีมหมูป่ายังได้เดาะลูกฟุตบอลโชว์ ท่ามกลางผู้ปกครอง เพื่อนนักเรียน และสื่อมวลชนจำนวนมาก ปรบมือต้อนรับด้วยความยินดีเสียงดังกึกก้อง

หมอยันแข็งแรง-น้ำหนักเพิ่ม

นพ.ไชยเวชกล่าวถึงอาการเด็กทุกคน หลังฝ่าวิกฤติมาแล้วพบว่าทุกคนแข็งแกร่งดี กำลังใจดีเยี่ยม มีความเข้มแข็งภายใน เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีกิจกรรมทางจิตวิทยา พบกับแพทย์ พยาบาลที่ไว้ใจ ก่อนจะออกไปเผชิญสังคมข้างนอกจริงๆ เป็นกิจกรรมถ่ายทอดพลัง ความรู้สึก เป็นการขอบคุณต่อหน้าครั้งแรก เป็นประสบการณ์ของน้องๆ และจะหันหน้าเดินไปสู่ครอบครัวที่รออยู่ และผลตรวจสอบเลือดไม่พบโรคอุบัติใหม่ น้ำหนักตัวเฉลี่ยขึ้นมาประมาณคนละ 3 กก. ยืนยันได้ว่าทุกคนแข็งแรงดี ด้าน พ.ท.นพ.ภาคย์กล่าวว่า น้องๆน่าจะพร้อมตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว เพราะหลังจากสังเกตดูหลังเด็กๆได้รับอาหารแล้วเริ่มมีพลัง เริ่มฟื้นตัว พูดคุยเรื่องออกมาแล้วจะหาอาหารอร่อยๆกินกัน จะไปเที่ยว และหลายคนยังสัญญาว่าจะเอาอาหารแปลกๆมาให้ตนลองกิน มั่นใจว่าต่อจากนี้ไปเด็กๆพร้อมกลับไปใช้ชีวิตแล้ว

สุขภาพจิตดีพร้อมเผชิญโลก

พญ.พัชนีวรรณเผยว่า จากการพูดคุยกัน และตรวจทางด้านจิตวิทยาแล้ว ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆ พบว่าน้องๆมีความเข้มแข็งทางใจดี และตอบรับความเครียดที่จะเกิดในสังคมที่คนทั่วๆไปได้ สามารถจะกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขณะที่ พญ.อัปษรศรีกล่าวว่า จากการพูดคุยพบว่าน้องๆมีความเข้มแข็งทางใจดีตั้งแต่ในถ้ำแล้ว เขามีปัจจัยบวกอยู่เยอะมาก สิ่งที่เราเป็นห่วงหลังจากที่น้องๆออกไปข้างนอกที่จะได้พบเจอนั้นพบว่าน้องๆมีวิธีรับมือได้พอสมควร เด็กๆไม่ดื้อ ไม่ซน และจะเชื่อฟังโค้ชเอกมาก ทีมแพทย์ที่ให้การรักษายังพบว่าเครียดกว่าเด็กอีก

เด็กแนะนำตัวเสียงดังฉะฉาน

จากนั้นทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ได้แนะนำตัวตามลำดับด้วยน้ำเสียงฉะฉาน เสียงดังฟังชัด ไม่มีวี่แวววิตกกังวล หรือประหม่าแต่อย่างใด เริ่มจาก โค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี ผู้ช่วยโค้ชผู้ฝึกสอน, น้องตี๋ นายพรชัย หรือตี๋ คำหลวง อายุ 16 ปี, น้องดุลย์ ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี, น้องไตตั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ขวบ, น้องมาร์ค ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี, น้องบิว ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี, น้องดอม ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี, น้องไนท์ นายพีรภัทร์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี, น้องนิค นายพิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี, น้องโน้ต ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี, น้องมิกซ์ ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี, น้องเติ้ล ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง อายุ 14 ปี และน้องพงศ์ ด.ช.สมพงศ์ ใจวงศ์ อายุ 13 ปี

ตกใจจู่ๆเจอนักดำน้ำฝรั่งโผล่

เมื่อพิธีกรถามว่า ใครเป็นคนพูดกับนักดำน้ำฝรั่งเป็นคนแรก น้องดุลย์ ด.ช.อดุลย์ สามออน ตอบว่า ขณะนั้นพวกเรานั่งขุดหินอยู่ด้านบน และได้ยินเสียงคนพูดกัน จึงรีบแย่งไฟฉายส่องลงมาด้านล่าง ตะโกนทักทายฝรั่งที่โผล่เหนือน้ำขึ้นมาพอดี ตอนแรกคิดว่าเป็นคนไทยจึงตะโกนเรียก “เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่” แต่พอเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติ ตอนนั้นก็ตกใจ หลังจากที่เขาถามเป็นภาษาอังกฤษว่า “คุณสบายดีมั้ย” ก็ตอบกลับไปว่า “สบายดี” รู้สึกตกใจมาก เขายังถามอีกว่า “มีกันกี่คน” ได้ตอบไปว่า “13 คน” ระหว่างนั้นโค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ ตะโกนบอกว่า “แปลด้วยๆ เพราะผมไม่รู้ภาษาอังกฤษ” เด็กๆก็ช่วยแปลให้และพวกเราดีใจมากที่ได้ยินเสียง เป็นความหวังครั้งแรกในรอบ 10 วัน น้องดุลย์เล่าต่อว่า ฝรั่งบอกกับเราให้ขึ้นไปข้างบน ไม่ต้องลงมา แล้วเขาถามเราต่อว่า พวกคุณอยู่กี่วันแล้ว “ผมตอบว่า 10 วันแล้ว” ตอนนั้นมีเสียงน้องดิวตะโกนมาว่า “หิวๆๆ”

สมหวังได้ดูฟุตบอลโลกรอบชิง

พิธีกรถามต่อว่าได้ดูฟุตบอลโลกรอบชิงมั้ย เนื่องจากก่อนหน้านี้เด็กๆได้บอกกับหน่วยซีลระหว่างที่ยังติดอยู่ในถ้ำว่าอยากออกไปให้ทันดูฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ โค้ชเอกตอบว่า ได้ดูและสนุกมากที่โรงพยาบาล มาร์คเชียร์ดังที่สุด น้องมาร์ค ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม เล่าว่า เชียร์ฝรั่งเศส ตอนแรกก็ไม่รู้สึกสนุก พอเห็นนักกีฬาที่ชอบยิงเข้าก็ดีใจ “ผมชอบยิปมันครับ” โค้ชเอกเล่าต่อว่า “สนุกมากครับวันนั้น มีทีมคุณหมอผู้หญิงเชียร์โคเอเชีย และพวกเราเชียร์ฝรั่งเศส ก็ดูกันสนุกสนาน มีความสุข”

ยันไม่ได้เข้าถ้ำไปจัดวันเกิด

เมื่อถามว่า เข้าไปในถ้ำทำไม โค้ชเอกตอบว่า เริ่มจากชวนกันมาระยะหนึ่งแล้ว น้องๆชวนกันเพราะยังไม่เคยไป ตนเลยบอกว่าเดี๋ยวนำไปก็ได้ จากนั้นวางโปรแกรมซ้อมและนัดหมายกันผ่านเฟซบุ๊ก พออุ่นเครื่องเสร็จได้พากันไปที่ถ้ำ ก่อนหน้านี้ตนเคยเข้าไปแล้ว ลึกเข้าไปเกินเนินนมสาว ครั้งนั้นที่เข้าไปมีน้องดอม น้องโฟล์ค น้องแปง เคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันคือตรงแยกจะมีน้ำขังนิดๆ เหมือนครั้งนี้ ลองเข้าไปและคุยกันว่ามีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงในการเข้าไปและต้องรีบออก เนื่องจากน้องไตตั้น ต้องรีบไปเรียนพิเศษตอน 5 โมงเย็น ยืนยันไม่ได้เข้าไปฉลองวันเกิดน้องไนท์ และก่อนหน้านั้น น้องไนท์บอกแล้วว่าต้องรีบกลับถึงบ้านก่อน 5 โมง เพราะพ่อกับแม่จัดงานไว้รอแล้ว

ออกไม่ทันเจอน้ำท่วมปิดทาง

โค้ชเอกเล่าต่อว่า มารู้ตัวตอนที่เข้าไปติดนั้น เนื่องจากเจอน้ำและได้คุยกันว่าจะลองว่ายน้ำเข้าไปบริเวณเมืองลับแล น้องตี๋ก็อาสานำเข้าไปก่อน และทุกคนว่ายน้ำเป็น มีไม่กี่คนที่ไม่แข็ง ระหว่างนั้นก็เช็กระดับน้ำตลอด แต่เห็นว่าเวลาไม่น่าจะทัน คุยกันว่าจะมาวันหลัง ระหว่างที่เดินออกมาบริเวณสามแยก น้องบิวตะโกนบอกมาว่าพี่เราเจอน้ำ เราหลงทางหรือเปล่า ตนมั่นใจว่าไม่น่าหลง ไปเช็กดูตรงแยกแต่พบว่าออกไม่ได้แล้ว เด็กบางคนก็เริ่มกลัวแล้วว่าไม่ได้กลับบ้าน แต่บางคนก็คิดว่าไม่น่าหลง มั่นใจว่าน่าจะได้ออกไป เด็กๆพยายามหาทางออก ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน ให้ไม่กลัวไม่ท้อ

ยังเชื่อวันรุ่งขึ้นน้ำลดออกได้

หลังจากที่คิดว่าไม่สามารถออกทางเก่าได้แล้ว จึงชวนน้องๆขุดหาทางออกใหม่ ทุกคนพยายามหาหินมาช่วยกันขุด สักระยะก็เห็นว่าไม่น่าได้ผล น้องตี๋เลยบอกว่าให้เราไปหาที่นอนกันก่อน ขณะนั้นเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ตนยังปลอบเด็กๆว่าไม่ต้องกลัว อาจจะเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง วันรุ่งขึ้นอาจจะลดลงก็ได้ หลังจากที่เข้าไปบริเวณสามแยกได้ 200 เมตร ก็ไปเจอเนินและมีน้ำย้อยที่ผาหิน เลือกที่จะอยู่บริเวณนั้น ได้พากันไหว้พระแล้วนอน ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้กลัวอะไร เพราะคิดว่าวันรุ่งขึ้นก็น่าจะออกได้

กินน้ำหยด-ไม่มีอาหารติดตัว

พิธีกรได้ถามถึงวิธีการเอาตัวรอดภายในถ้ำ เด็กๆตอบว่า ดื่มน้ำจากหินย้อยที่หยดลงมา น้ำสะอาดรสชาติเหมือนน้ำทั่วไป ในวันรุ่งขึ้นเราก็ยังไม่รู้สึกหิวมาก และพี่เอกบอกว่าให้เราอยู่นิ่งๆจะได้ไม่หิว ส่วนไฟฉายให้ผลัดกันใช้ทีละกระบอก จนพวกเราอยู่กันได้ประมาณ 10 วัน ก่อนที่นักดำน้ำมาพบ ขณะนั้นพวกเราเกือบทุกคนไม่มีแรง หน้ามืด หิว พยายามกินน้ำให้อิ่มๆในระหว่างที่เราว่างกันนั้น พยายามเอาหินไปขุดถ้ำได้ระยะประมาณ 3-4 เมตร เพราะคิดว่าจะหาทางออกใหม่ น้องบิวกับน้องดอมเคยเล่าว่ามาเข้าค่ายที่ถ้ำหลวง และครูบอกว่ามีทางออกอยู่ด้านหลังถ้ำ แต่ความจริงระยะมันไกลมาก โค้ชเอกเล่าอีกว่า เมื่อปรึกษากันว่าจะไม่ไปต่อสักพักหนึ่งได้ยินมีเสียงน้ำไหลมาก รีบไล่น้องๆขึ้นบนเนินนมสาว เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงพบน้ำขึ้นสูงกว่า 3 เมตร ตอนนั้นคิดแล้วว่ากลับไปทางที่มาไม่ได้ จึงผลัดกันขุดดินไปเรื่อยๆ รอเจ้าหน้าที่มาช่วยอย่างเดียว วิธีที่ทำให้ไม่หิวมากจะกินน้ำให้อิ่ม

ทีมซีลย้ำไม่พบไม่เลิกภารกิจ

หมอภาคย์เล่าต่อว่า หลังจากเจอเด็กๆแล้ว ทีมซีลดำน้ำเข้าไปพร้อมเจ้าหน้าที่ซีลอีก 3 นาย นำอาหาร อนุบาลร่างกายน้องๆให้แข็งแรง พิจารณาวางแผนในการนำน้องออกไป แต่ไม่คิดว่าจะนำน้องดำน้ำออกไป เพราะรู้ว่ายากลำบากมาก ในใจอยากให้ เจาะโพรงลงมามากกว่า หรือไม่ต้องรอระดับน้ำลดลง จึงนำออกมา เสบียงที่นำมาส่งนั้นบอกว่าให้อยู่ได้ 1-2 อาทิตย์ แผนที่ 1 ในการนำน้องออกไปคือรอให้น้ำลด แผน 2 คือ ใช้ฟูลเฟซมาสก์ ดำน้ำพาเด็กออกไป แต่ในใจก็รอคิดว่าถ้าเอาออกไปแบบนั้นเด็กจะปลอดภัยหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยซีลเล่าว่า หลังจากได้รับคำสั่งจาก ผบ.หน่วยซีลว่าหากไม่เจอเด็กจะไม่ล้มเลิกภารกิจหลังจากที่เจอเด็กๆแล้วได้ทดสอบจิตใจก่อน หลังจากนั้นก็นำพาวเวอร์เจล ยารักษาโรค ผ้าห่มฟอยล์ให้ความอบอุ่น ซึ่งอุปกรณ์ชุดแรกที่ติดไปไม่เพียงพอ

รักผูกพันกันเหมือนครอบครัว

ด้านโค้ชเอกยังเล่าถึงความผูกพันที่มีกับพี่ๆหน่วยซีลที่เข้าไปช่วยเหลือว่า เหมือนครอบครัวเดียวกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน เด็กๆทีมหมูป่าบางคนบอกว่า คิดว่าพี่ใบเตยเหมือนพ่อ เพราะเรียกเราว่าลูกๆตลอด ส่วนหมอภาคย์เล่าต่อว่า รู้สึกสนิทสนมกับเด็กๆทุกคน ระยะเวลา 9 วัน มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องแบ่งปันกัน ทั้งอาหาร และการดูแลว่าเราต้องทำอย่างไรให้เด็กปลอดภัย ตนก็มีลูก มองทุกคนเป็นลูก เอ็นดู อยู่ร่วมกันก็ซึมซับเหมือนครอบครัว

ช็อกรู้ข่าว “จ่าแซม” เสียชีวิต

เมื่อถามถึงเรื่องการเสียชีวิตของ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม โค้ชเอกบอกว่า รู้สึกเสียใจแต่ก็ประทับใจตัวจ่าแซมที่ยอมเสียสละชีวิตปกป้องทีมหมูป่าทั้ง 13 คน เพื่อให้ไปใช้ชีวิตข้างนอกอย่างปกติ ส่วนใหญ่ทุกคนเมื่อรู้ข่าวว่าจ่าแซมเสียสละชีวิตให้เราตอนติดถ้ำ ทุกคนก็รู้สึกช็อกว่ามันจริงหรือ ทุกคนก็เสียใจ เหมือนตัวเองเป็นตนเหตุให้พี่จ่า รวมถึงครอบครัวเค้าต้องเดือดร้อน พวกเราทั้ง 13 คน ได้ภาพของพี่จ่าแซมมา จึงเขียนบันทึกลงไปในภาพ ถึงความเสียใจ ขอบคุณที่พี่จ่าแซมเสียสละชีวิตช่วยพวกเรา

ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่

พิธีกรถามอีกว่า สรุปบทเรียนในครั้งนี้อย่างไร โค้ชเอก กล่าวว่า ซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆคนและจะใช้สติ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า หลังที่ตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะไม่ประมาทก่อนที่จะทำอะไร น้องตี๋ กล่าวว่า ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และจะเป็นคนดีของสังคม น้องอดุลย์กล่าวว่า การที่เราประมาทในชีวิต มันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดไว้ แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้ชีวิตเราว่าจะดีหรือไม่ดี ในวันข้างหน้าจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด น้องไตตั้นกล่าวว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้รู้คุณค่าต่างๆในตัวเอง เด็กๆยังได้พูดถึงความฝันของตนเองหลังจากที่ออกมาได้แล้วว่า อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และหลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็มีความเข้มแข็ง อดทนมากขึ้น มีความฝันอยากจะเป็นหน่วยซีลด้วย เพราะอยากช่วยคน อยากเรียนให้สูงๆ ให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ บางคนก็อยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ

ให้เด็กสมัครใจออกก่อน-หลัง

หมอภาคย์เล่าถึงการลำเลียงเด็กๆออกในวันแรกนั้น วางแผนว่าจะนำออกมา 6 คน น้องมาร์คละเมอบอกว่าจะได้กินโจ๊ก เพราะตามแผนแล้วมาร์ค จะได้ออกในรอบแรก แต่ไม่มีหน้ากากเพราะตัวเล็กมาก ผลปรากฏว่าไม่ได้ออก คืนก่อนวันจะได้ออกยังนอนละเมออีกว่าได้กินโจ๊ก ด้านโค้ชเอกเล่าว่า แผนการลำเลียงเด็กๆเป็นการปรึกษากันระหว่างตนกับหมอภาคย์ ไม่ได้ซีเรียสว่าใครจะออกก่อน แต่คิดว่าชุดแรกที่ออกมาเลือกจากคนบ้านไกล เพราะต้องปั่นจักรยานกลับบ้าน แล้วหวังให้ไปบอกที่บ้านทำกับข้าวรอไว้ด้วย เป็นความสมัครใจของน้องๆว่าใครจะออกก่อน-หลัง

อยากขอโทษพ่อแม่เป็นเด็กดื้อ

หมอภาคย์เสริมว่า การเลือกเด็กออก ก่อน-หลังได้ปรึกษากับ นพ.แฮริส แล้ว เนื่องจากทุกคนแข็งแรง จึงเลือกตามสมัครใจ ส่วนใหญ่ทุกคนก็อยากอยู่กับพี่ๆหน่วยซีล ไม่ได้แย่งชิงกันออก ส่วนหนึ่งติดพี่ๆหน่วยซีล เมื่อถามว่าหลังจากกลับบ้านไปอยากจะบอกอะไรกับพ่อ-แม่ เด็กๆบอกว่าอยากจะขอโทษที่เป็นเด็กดื้อ ไม่เชื่อฟัง บางคนไม่ได้บอกก่อนที่จะเข้าไปเที่ยวในถ้ำ ทำให้พ่อแม่ เป็นห่วง พิธีกรถามเด็กๆว่า หากมีคนชวนไปถ้ำอีกจะไปหรือไม่ โค้ชเอกกล่าวว่า ถ้าไปเองคงไม่ไป แต่หากหน่วยงานเชิญให้ไปเป็นไกด์ก็ไป แต่คงไม่เข้าไปด้านใน ส่วนเด็กๆรีบปฏิเสธว่า คงไม่เข้าไปอีกแน่ ขณะที่นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย กล่าวถึงแผนรับมือกับสถานการณ์หลังจากนี้ว่า หลังจากเด็กๆกลับบ้านไปนั้น จะมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพด้านการพัฒนาสังคมและมนุษย์ ไปดูแลน้องๆ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับบุคคลที่เข้าไปติดต่อ ประสานงานกับเด็กๆ และผู้ว่าฯจะต้องรับรู้รับทราบด้วย

บวชอุทิศให้วีรบุรุษถ้ำหลวง

โค้ชเอกยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ยินผู้ปกครองเด็กพูดว่า หลังจากกลับไปจะให้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง ทุกคนก็พร้อมใจยินดีจะบวช กี่วันก็ได้ แล้วแต่พี่เอก ด้าน พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์ บอกว่าอยากให้น้องๆ กลับไปใช้ชีวิตเดิมให้เร็วที่สุด อยู่กับครอบครัว มีชีวิตที่โรงเรียนปกติ ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆที่ทำให้เขาอึดอัดใจ อยากจะฝากทุกคนให้เขามีพื้นที่ส่วนตัวกับกิจกรรมที่เขารัก คำถามที่เขาลำบากใจที่จะตอบ ความรู้สึกกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ส่วน พญ.อัปษรศรี ธนไพศาล นัก จิตวิทยาคลินิกชำนาญพิเศษ กล่าวว่า หลังจากที่สัมผัส กับเด็กๆมานั้น พบว่า เป็นเด็กที่ดี เล่นกีฬา ตั้งใจเรียน หากใครการเรียนตก โค้ชจะไม่ให้แข่ง เพราะฉะนั้นน้องๆ ทั้งหมด มีเป้าหมายในชีวิตทั้งที่อายุยังน้อย หมอท่านหนึ่งบอกว่า “คุ้มค่าที่เราได้ช่วยเหลือชีวิตเขา”

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พิธีกรถามถึงเรื่องสัญชาติของเด็กอีก 3 คนในทีมหมูป่า นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย ตอบว่า เรื่องนี้ทราบว่าน้องๆได้ไปยื่นเรื่องไว้ที่อำเภอเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของสำนักทะเบียนตรวจสอบตามขั้นตอน “ด้วยเดชะบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านได้ทรงห่วงใยน้องๆทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้งทีมที่ช่วยกันทุกคน รวมถึงแรงอธิษฐานของคนทั้งโลก ต้องขอกราบขอบพระคุณแทนน้องๆ” การแถลงข่าวปิดท้ายด้วยเด็กๆทุกคนได้ก้มกราบพระฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัว และได้กลับมายืนยกมือไหว้กล่าวคำขอบคุณ และรับมอบของที่ระลึกจากนายกรัฐมนตรี เป็นของใช้และเสื้อเหลือง โดยมี ผวจ.เชียงราย เป็นตัวแทนมอบให้เด็กๆ จากนั้นทีมหมูป่า 13 ชีวิตเดินทางออกจากห้องประชุม พร้อมกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ท่ามกลางเสียงปรบมือให้กำลังใจ

ครูบาชุ่มเป็นอุปัชฌาย์ไม่ได้

กรณีมีกระแสข่าวว่าครูบาบุญชุ่มจะเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้นักเตะและโค้ชทีมหมูป่าฯทั้ง 13 คนนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้พระรัตนมุนี (ปุณณมี วิสารโท) รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการให้ข้อมูล ครูบาบุญชุ่มไม่ได้เป็นคนบอกกล่าวในเรื่องนี้แต่อย่างใด ที่สำคัญครูบาบุญชุ่มไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ คือ พระภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เป็นประธานและรับผิดชอบในการบรรพชาอุปสมบท การจะเป็นพระอุปัชฌาย์จะต้องผ่านการอบรมและได้รับมอบตราตั้งจากคณะสงฆ์อย่างเป็นทางการ ครูบาบุญชุ่มยังไม่ได้รับตราตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ไม่สามารถประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทได้ แต่สามารถให้ความอุปถัมภ์ในการประกอบพิธีได้

นายกฯ แนะสื่อระวังคำถาม

เวลา 10.20 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณี 13 นักเตะทีมหมูป่าฯ จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในเย็นวันนี้ว่า เด็กๆคงได้รับคำเตือนอยู่แล้ว ฝากสื่อที่จะไปถามคำถามให้ระมัดระวัง เพราะทุกอย่างวันนี้เรียบร้อยและเป็นไปด้วยดีแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญไม่จำเป็นก็อย่าไปซักไซ้ให้มาก การรับรู้ทั้งในและในต่างประเทศก็ดีทั้งหมด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว เราต้องไม่ทำอะไรให้เสียไปกว่าเดิม ให้ทุกอย่างจบไปด้วยดี อย่าให้เสียหาย ยิ่งทำอะไรที่มันมากเกินไปจะเจตนาหรือไม่ บางทีก็ทำให้เกิดความเสียหายได้ เพราะบางคำถามเด็กๆเขาไม่รู้ก็ตอบไปด้วยความเป็นเด็ก

ใช้ลานพระราชวังดุสิตจัดงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลขอพระราชทาน พระราชานุญาตใช้พระลานพระราชวังดุสิตเป็นสถานที่จัดเลี้ยงผู้ที่มีส่วนช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงว่า ได้มีพระราชานุญาตมาแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุวันที่ ต้องดูอะไรหลายอย่าง ทั้งลม ฟ้า อากาศ และช่วงเวลาไหนที่จะมีการใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เพราะใกล้ถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย ไม่ได้หวังว่าใครจะมาหรือไม่มา นายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องในนามรัฐบาลในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่มาช่วยในงานนี้ คนที่กลับประเทศไปแล้วคงไม่กลับมา แต่เราจะเชิญทางสถานทูตมาร่วมในงานดังกล่าวนายกฯจะมาร่วมด้วย เพราะรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ

มท.1 ให้รอสรุปรายละเอียด

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการขอพระราชานุญาตใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดงานเลี้ยงแก่เจ้าหน้าที่และทีมช่วยเหลือชีวิต 13 หมูป่าว่า ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ จะประชุมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการจัดงานว่าจะมีอะไรบ้าง รวมถึงการจะเชิญใครบ้าง จะจัดที่เดียวหรือจะจัดแยก แต่ที่แน่นอนคือ แนวโน้มทางรัฐบาลจะทำเรื่องขอพระราชานุญาตใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดงานในส่วนกลาง ตนทราบในขั้นต้นเพียงเท่านี้ เมื่อถามว่า เบื้องต้นทราบว่ามีแนวคิดจะเชิญผู้นำจากประเทศต่างๆ เชิญนักดำน้ำ และคณะทำงานชาวต่างชาติด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ขอให้ประชุมก่อน เพราะส่วนเกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการอีกครั้ง หากมีการเชิญต่างชาติ กระทรวงการต่างประเทศต้องรับไปดำเนินการ

ตร.ออกหมายเรียก “ลีน่าจัง”

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ ผกก.สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกนางลีนา จังจรรจา หรือลีน่าจัง เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังจากนายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ หน.อช.เขาสามร้อยยอด มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีฐานความผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 และระเบียบอุทยานแห่งชาติ กรณีเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ ภายหลังนางลีน่าจัง ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปและเผยแพร่คลิปผ่านสังคมโซเชียล ล้อเลียนภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าการบันทึกคลิปไม่ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ประกอบกับมีการส่งเสียงดังรบกวนบุคคลอื่น บริเวณถ้ำพระยานคร แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ประจวบคีรีขันธ์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถ้ำหลวงหมูป่าอะคาเดมี13 หมูป่าเด็กติดถ้ำข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:49 น.