ต้องติดตามการช่วยเหลือนำตัว 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งระดับน้ำภายในถ้ำยังคงเป็นอุปสรรคในการนำตัวออกมาจากเนินนมสาว มายังปากถ้ำ รวมถึงบางจุดในถ้ำคดเคี้ยวมีน้ำท่วมสูงและแคบมาก
ขณะเดียวกัน ได้มีการสำรวจหาปล่องบริเวณเหนือถ้ำเพิ่มเติมเพื่อทำการเจาะ เป็นอีกทางเลือกในการนำ 13 ชีวิตออกมา และเจ้าหน้าที่ยังคงหาวิธีอื่นๆ ในการลำเลียงออกมา พร้อมนำอุปกรณ์ว่ายน้ำและดำน้ำ มาสแตนด์บายไว้
สำหรับบรรยากาศถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เมื่อช่วงเช้านี้ พบว่ามีเมฆเป็นส่วนมาก โดยเวลา 07.50 น. หน่วยซีล ได้สับเปลี่ยนกำลังพล กว่า 10 นาย
08.00 น. หลังจากเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่จากบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และเจ้าหน้าที่ทหาร ช่วยกันลากสายออกซิเจนเข้าไปด้านในถ้ำ โดยสายออกซิเจนดังกล่าวมีความยาว 5 กม. ซึ่งคาดการณ์ว่าอีก 3 กม.จะถึงสามแยก และจากสามแยกไปถึงเนินนมสาว ระยะทาง 1.5 กม.
08.20 น. หน่วยซีล จำนวน 10 นาย ขึ้นไปสำรวจเหนือถ้ำ เพื่อหาปล่องในจุดที่ใกล้เนินนมสาว ส่วนจะเจาะหรือไม่จะมีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เนื่องจากถ้ำหลวงเป็นหินปูนมีความอ่อนไหว เสี่ยงที่จะถล่มลงมา จึงต้องระมัดระวังในการเจาะ
09.00 น. นายอาสาน คนขยัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง “ทีมเก็บรังนก” เผยกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า จากการขึ้นไปทำภารกิจค้นหาโพรงที่ใกล้เคียงกับจุดที่ 13 ชีวิตอยู่ พบ 2 โพรงที่อยู่ฝั่งเดียวกับหลุม C โดยโพรงแรกตัน ลงไปได้เพียง 60 เมตร ส่วนโพรงที่ 2 ตันเช่นเดียวกัน ลงไปได้ไม่ลึก จึงต้องใช้วิธีการเดินสำรวจอย่างต่อเนื่องตามลำห้วย ไล่ลงมาตามธารน้ำ เพื่อค้นหาโพรง
เครดิตภาพสำรวจโพรงถ้ำ : นคร 45 ร่วมกตัญญ
...