king10
Thairath Logo
กีฬา

เจอแล้ว 13 หมูป่า ปลอดภัย เตรียมพาออกมา (คลิป)

Share :
line-share-logo

ผบ.หน่วยซีลแจ้งข่าวดีผวจ. ทั้งหมดหลบอยู่‘พัทยาบีช’ ส่งแพทย์เช็กร่างกายทันที


คนไทยทั้งประเทศเฮลั่น “หน่วยซีล” ดำน้ำ เชี่ยวตะลุยฝ่าจุดวิกฤติสามแยก บุกถึงหาด “พัทยาบีช” ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีฯแล้ว ทุกคนปลอดภัยดีและมีสัญญาณชีพ ให้กินอาหารฟื้นฟูสภาพร่างกาย ส่งแพทย์เข้าถ้ำตรวจอาการแล้วนำตัวออกมาด้านนอก รพ.เชียงรายฯเตรียม แผนรับตัว 13 หมูป่าส่งเข้าเต็นท์ปลอดเชื้อ ก่อนพากลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ ผู้ว่าฯเชียงรายหลั่งน้ำตาแถลงขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจ ใช้เวลาร่วม 10 วัน ปฏิบัติภารกิจจนสำเร็จ ทั่วโลกรู้ข่าวร่วมยินดีกับประเทศไทย

ย่างเข้าวันที่ 10 แล้วกับปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ช “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ที่เข้าไปติดค้างอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเอกชนทุกภาคส่วน รวมทั้งทีมกู้ภัยและจิตอาสาจากนานาประเทศ ระดมกำลังและใช้ทุกวิธีการเพื่อเปิดทางเข้าถ้ำอย่างไม่หยุดยั้งตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องประสบอุปสรรคคือระดับน้ำในถ้ำที่ท่วมสูง อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณที่ดี เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเรือหน่วยซีล ดำน้ำนำอุปกรณ์ที่จำเป็นในการกู้ชีพ เข้าไปยึดห้องโถง 3 ภายในถ้ำเป็นฐานปฏิบัติการได้สำเร็จแล้ว และเร่งเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุด “พัทยาบีช” ที่คาดว่าทั้ง 13 ชีวิตหนีน้ำขึ้นไปหลบพักอยู่ ขณะที่ผู้คนทั่วโลกต่างเฝ้าจับตารอฟังข่าวดีด้วยความลุ้นระทึก พร้อมส่งแรงใจเชียร์ให้ทีมหมูป่าฯได้ออกมาเห็นโลกภายนอกถ้ำอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

คลิปวินาที 'หน่วยซีล' ดำน้ำเดินเท้าพบ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง จากเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL

นักดำน้ำต่างชาติร่วมทีมซีล

แม้จะเหนื่อยยากต้องต่อสู้ทั้งกับสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง ดินโคลนเฉอะแฉะ และสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการปฏิบัติงานติดต่อกันมากว่า 1 สัปดาห์แล้วนั้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังไม่ย่อท้อ เพราะตระหนักดีว่าทุกนาทีมีค่าต่อชีวิตของผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. บริเวณหน้าถ้ำหลวง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายสิบคนช่วยกันใช้เครื่องอัดออกซิเจน 4 เครื่อง อัดก๊าซใส่ถังเปล่า 330 ถัง ที่ขนย้ายขึ้นเครื่องบินของกองทัพ มาจากฐานทัพเรือสัตหีบ มาลงที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง แต่ละถังใช้เวลาอัด 10 นาที จากนั้นจะให้ทหารและอาสาสมัคร แบกเข้าไปวางไว้ตามจุดในทุกๆระยะ 25 เมตร ของโพรงที่ 2-3 ในถ้ำหลวง เพื่อให้หน่วยซีลใช้งาน ส่วนที่กองอำนวยการปฎิบัติการพิเศษกองทัพเรือ ตั้งอยู่หน้าทางขึ้นถ้ำหลวง มีนักประดาน้ำอังกฤษ ทหารอากาศกองทัพสหรัฐฯ ทีมประดาน้ำตำรวจออสเตรเลีย ทีมประดาน้ำ Blue Sky Rescue จากจีน ทีมมูลนิธิ Green Boat Emergency และนักประดาน้ำไทย จ.เชียงใหม่ รวมกว่า 30 คน มาประชุมฟังสรุปสถานการณ์จากหน่วยซีล

เร่งสูบทั้งคืน–น้ำลดลงเรื่อยๆ

ขณะที่การระดมสูบน้ำออกจากถ้ำด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ด้วยท่อเจ็ตหรือท่อพญานาค จำนวน 3 เครื่อง ยังคงเร่งสูบน้ำออกมาต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า น้ำที่สูบออกมาใสมาก ประกอบกับไม่มีฝนตกลงมาเติมอีก ทำให้ปริมาณน้ำในถ้ำลดลงเรื่อยๆ ส่วนภารกิจด้านอื่นๆในวันนี้ ภารกิจด้าน การลดระดับน้ำในถ้ำ มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯกว่า 100 คน เตรียมเดินเท้าขึ้นดอยผาหมีเพื่อหาต้นน้ำและเปลี่ยนเส้นทางน้ำ หลังตรวจพบปริมาณน้ำในห้วย 2 แห่ง จากต้นทางเข้าถ้ำหายไประหว่างทางกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าน้ำบางส่วนจะมุดลงไปในถํ้า นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เปิดเผยว่า ระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างมาก น่าจะมีสัญญาณที่ดีเร็วๆนี้

พ่อแม่ยังปักหลักนอนหน้าถ้ำ

ที่ รพ.สนามบริการประชาชน บริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีชายจิตอาสาทำหน้าที่ควบคุมเครื่องปั๊มน้ำจาก จ.นครปฐม 1 คน เข้ามาขอทำแผลที่ส้นเท้า เนื่องจากผิวหนังเปื่อยหลุดลุ่ยทั้ง 2 ข้าง สาเหตุจากรองเท้าบูตกัดเท้าเพราะยืนแช่น้ำตั้งแต่เช้าจนเย็นของอีกวัน ด้วยความตั้งใจต้องการช่วยเหลือพร่องน้ำในถ้ำหลวงออกอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รีบล้างแผลทายาแล้วพันเท้าและแนะนำให้พักผ่อนไม่ให้แผลถูกน้ำอีก ด้านนางอัปสร เหมนาไลย พยาบาลจิตเวช รพ.เวียงป่าเป้า กล่าวว่า ได้หมุนเวียนมาเข้าเวรอยู่ รพ.สนามฯ มีหน้าที่ทำแผล จ่ายยาและเยียวยาจิตใจ ลดความวิตกกังวลให้พ่อแม่พี่น้องของทีมหมูป่า ทุกคนเริ่มมีความหวังที่ได้เห็นทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ประกอบกับสถานการณ์ดีขึ้น ฝนไม่ตก น้ำในถ้ำลดลงต่อเนื่อง ญาติพี่น้องทีมหมูป่าทุกคนยังเฝ้าอยู่หน้าถ้ำคอยลูกด้วยใจจดจ่อ หลายคนบอกจะกลับบ้านหรือนอนห่างปากถ้ำก็นอนไม่หลับ

“ซีล” ตั้งกองบัญชาการโถง 3

เวลา 09.40 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย แถลงถึงความคืบหน้าการปฏิบัติงานของทีมกู้ภัยว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือวันที่ 10 คืบหน้าดีมาก เมื่อคืนหน่วยซีลเข้าไปถึงสามแยกในถ้ำได้แล้ว และตั้งกองบัญชาการในโถง 3 ห่างปากถ้ำ 1,500-1,700 เมตร มีอุปกรณ์ครบทั้งโทรศัพท์ ระบบสื่อสาร ระบบไฟฟ้า ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันหมด สามารถทำงาน นอนพัก รับประทานอาหารได้ที่นั่น หน่วยซีล 60 กว่านาย อยู่จุดนั้นได้โดยไม่ต้องออกมาจากถ้ำ ยกเว้นสับเปลี่ยนกำลัง ขณะนี้ยังมีนักดำน้ำเข้าไปเสริมอีกหลายหน่วยงาน ด้านอุปกรณ์เครื่องมือสนับสนุน เมื่อวานขนขวดออกซิเจนเข้าไป 200 กว่าขวด และวันนี้จะขนเข้าไปอีก รวมแล้วมี 600 กว่าขวด หน่วยซีลจะบุกต่อจากสามแยกในถ้ำ เลี้ยวไปทางซ้ายมุ่งไปยังเป้าหมายพัทยาบีช ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องจุดที่อยู่ด้านขวาว่าทีมหมูป่าอาจไปทางนั้น จะส่งกำลังพลไปสำรวจด้วยเช่นกัน หากวางกำลังไปทางซ้ายเพียงพอและลงตัวแล้วเพื่อให้ผู้ที่ห่วงใยได้สบายใจ

จุดวิกฤติตรงช่วงสามแยก

“การทำงานขณะนี้ จุดวิกฤติคือสามแยก เพราะเป็นทางชันขึ้นเนินและต้องดำมุดลงโค้งไปด้านล่างที่เป็นทางแคบมาก นักดำน้ำต่างประเทศหากติดท่ออุปกรณ์จะเข้าไปไม่ได้เลย ในจุดนี้เราต้องเปิดช่องและรักษาช่องไว้ให้ได้ เมื่อไหร่ที่เปิดช่องนี้ได้จะมาแจ้งสื่อมวลชนทันที ตนจะเดินเข้าถ้ำเช็กปริมาณน้ำด้วยตนเองอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ดังนั้น ที่มีข่าวว่าไปถึงพัทยาบีชแล้วนั้น ขอบอกว่าไม่จริง” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว กล่าวอีกว่า ระบบสูบน้ำเป็นผลดีมาก ประชาชนไม่ตำหนิ เขาเข้าใจ แต่เราพยายามเบี่ยงเส้นทางให้ไปลงไปในช่องทางธรรมชาติให้มากที่สุด การสูบน้ำเป็นแผนหลัก เราจะทำไปเรื่อยๆ น้ำตรงสามแยกลดไม่มาก ส่วนหลุมอื่นสูบได้สำเร็จ ส่วนแผนรองช่องทางเข้าถ้ำทางอื่นๆ มีแจ้งมาจำนวนมาก เลือกเป็นเป้าหมายเดินเท้าสำรวจ 11 แห่ง ทีมสำรวจเกือบครบแล้ว และเลือกสำรวจละเอียด 6 โพรง แต่มี 2 โพรงที่ไปได้ลึก โพรงหนึ่งลงไปได้ลึก 200 เมตร และอีกโพรงลึกประมาณ 60 เมตร

สแกนภาพสามมิติทำไม่ได้

“ส่วนทฤษฎีเครื่องสแกนพื้นที่ภูเขาให้เป็นภาพสามมิติ สภาพทั้งหมดเป็นไปได้ยาก เพราะการขนย้ายลำบาก ไม่มีกำลังพลและอุปกรณ์เพียงพอ แต่ต้องขอขอบคุณทุกความกรุณาที่เอาเครื่องมือมาช่วย แต่การปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามแนวทางเดียวกัน หลายทีมที่เข้ามาร่วมกันทำงานต้องเป็นไปในทางสนับสนุนกัน จะเห็นว่าบางทีมมีความตั้งใจมาก เช่น ทีมจากเพชรบุรี-นครปฐม ชาวบ้านนำเครื่องสูบน้ำมา แต่ยังไม่ให้เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานทันที ต้องจอดรอเขาก็รอ จนเรามีจุดที่จะให้เขาช่วย เมื่อคืนเอาอุปกรณ์ของเขาไปสูบข้างในหน้าถ้ำทรายทอง เขาก็ขอบคุณผม ผมบอกไม่ต้องขอบคุณผม แต่ผมต้องขอบคุณเขาที่ยังรอผม” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว กล่าวต่อว่า วันนี้ รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระสังฆราช พระราชทานเมตตาธรรมปรารภ พิมพ์เป็นแผ่นพระราชทานมาให้กับญาติทีมหมูป่า ให้ขวัญและกำลังใจทั้งญาติและคนทำงาน

ทะลวงโพรงบนเขาเหนือถ้ำ

เช้าวันเดียวกัน รถแบ็กโฮขนาดเล็ก ที่เฮลิคอปเตอร์ MI 17 จากกองบินปีกหมุน จ.ลพบุรี ขนย้ายไปไว้ที่เหนือถ้ำหลวง จุด A เป็นจุดที่อยู่ห่างสันปันน้ำไปทางทิศเหนือราว 500 เมตร และคาดว่าอยู่ใกล้ตำแหน่งพัทยาบีชนั้น ได้เริ่มทำงานปรับพื้นที่เพื่อวางอุปกรณ์ขุดเจาะถ้ำ อาทิ เครื่องปั่นไฟฟ้า เครื่องอัดลม หัวเจาะ การทำงานทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้วางแผนและทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะเครื่องมือดังกล่าวไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการขนย้ายแบบอากาศยาน พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รอง มทภ.3 กล่าวว่า การเจาะรูในโพรงที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นการเปิดช่องทางการสื่อสารเท่านั้น สำหรับการทำงานในการหาช่องทางสื่อสารเข้าไปในถ้ำได้ค้นหาในพื้นที่ 625 ไร่เหนือถ้ำ ส่วนการเคลื่อนย้ายทั้ง 13 คนออกจากถ้ำ ยังใช้แผนเคลื่อนย้ายแบบเดิมคือออกทางปากถ้ำ

เอกซเรย์ความหนาผนังถ้ำ

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.เชียงใหม่ และทีมกู้ภัยชาวต่างชาติ นำอุปกรณ์ค้นหาสิ่งมีชีวิตและตรวจสอบโครงสร้างถ้ำที่ทันสมัย เดินเท้าขึ้นบนดอยผาหมี จุดที่เป็นปล่องโพรงของถ้ำหลวงที่คาดว่าเป็นบริเวณท้ายถ้ำ ติดตั้งอุปกรณ์โรยตัวลงสำรวจในโพรงถ้ำเป็นรอบที่ 3 ระดับความลึก 20 เมตร พบภายในโพรงมีห้องโถงขนาดใหญ่ จากนั้นได้เดินสำรวจข้างในพบมีเหวลงไปข้างล่าง คาดว่าห้องโถงนี้อาจเป็นส่วนของเพดานถ้ำ ขณะที่ทีมวิศวกรได้ใช้อุปกรณ์เอกซเรย์ผิวดิน เป็นระนาบทางยาวกว่า 160 เมตร ระนาบเดียวกับผนังถ้ำหลวง จะสามารถมองเห็นความลึกและหนาของผิวผนังถ้ำได้ถึง 12 เมตร จากนั้นวิศวกรจะนำภาพที่ได้จากผลของการเอกซเรย์ ไปคำนวณหาค่าเฉลี่ยความหนาของหินและนำข้อมูลมาเสนอหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อไป เพื่อไว้ใช้ในการตัดสินใจหากจำเป็นจะต้องเจาะทะลุผนังถ้ำ

ทีมซีลยังไม่ถึงจุด “พัทยาบีช”

วันเดียวกัน ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ได้สรุปกราฟิกปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวงไว้ว่าเรื่องการระบายน้ำเป็นเรื่องหลัก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสูบน้ำออกจากถ้ำโดยตรง สูบน้ำออกจากหนองน้ำ หรือเรียกว่าการพร่องน้ำ การขุดเจาะน้ำบาดาล เพื่อลดระดับน้ำภายในถ้ำ ช่วยให้หน่วยซีลทำงานง่ายขึ้น ขณะนี้หลังการร่วมมือกันของหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศ สามารถผ่านโถงที่ 1 ไปจนถึงโถงที่ 3 และถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายได้กว่า 800 เมตร ใช้พื้นที่โถง 3 เป็นฐานปฏิบัติการส่วนหน้า ลำเลียงอุปกรณ์เข้าไป ทั้งถังอากาศ หลอดไฟ สายโทรศัพท์ มีการวางเชือกนำทางและถังออกซิเจน เป็นระยะทุกๆ 25 เมตร ตลอดแนวเชือก จากปากถ้ำไปจนถึงสามแยก ระยะทางราว 2 กม. บริเวณสามแยกเป็นจุดวิกฤติ เนื่องจากเป็นหลุมที่หน่วยซีลต้องดำน้ำขึ้นไปแล้วเป็นทางแคบ อีกทั้งยังต้องเลี้ยวลด ระยะทางกว่า 15 เมตร เป็นภารกิจหลักของหน่วยซีลวันนี้คือต้องเพิ่มขนาดช่องและรักษาระดับช่องไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้

เจาะถ้ำเป็นทางเลือกสุดท้าย

ไทยรัฐทีวีได้สรุปด้วยภาพกราฟิกอีกว่า ปฏิบัติ การที่ทำควบคู่กันไปคือ การโรยตัวสำรวจปล่องเหนือถ้ำ ล่าสุดเร่งสำรวจ 6 ปล่อง มีอยู่ 2 ปล่อง ที่สามารถเข้าไปได้ลึกกว่า 200 เมตร และ 60 เมตร ส่วนแผนปฏิบัติการสุดท้ายที่ต้องรอบคอบเป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการวิเคราะห์อย่างรัดกุมคือการขุดเจาะผนังถ้ำ แบ่งเป็น 2 จุด ได้แก่ฝั่งตะวันตกของถ้ำหลวง จุดนี้หากทำสำเร็จจะเป็นจุดที่ใกล้กับพัทยาบีชมากที่สุด วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ขนย้ายเครื่องเจาะขึ้นไปบนดอยผาหมีแล้ว 2 เครื่อง หากมีการเจาะถ้ำ ส่วนหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้เด็กๆได้รู้ว่ากำลังมีคนเข้าไปช่วยเหลือ และหากเจาะสำเร็จจะส่งกล้องเข้าไปพร้อมหลอดไฟส่องสว่างด้วย อีกจุดคือบริเวณทางตอนใต้ของถ้ำ ตอนนี้อยู่ระหว่างประเมินพื้นที่ เนื่องจากการขุดเจาะทำได้อย่างยากลำบากเพราะมีตัวแปรหลายอย่าง

รพ.เชียงรายพร้อมรับ 13 ชีวิต

เวลา 15.00 น. บรรยากาศที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย พบว่ามีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หากช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้ น.พ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เผยว่า ได้เตรียมความพร้อมทางการแพทย์ไว้ทุกด้าน ทั้งคณะแพทย์และสถานที่รักษาพยาบาล ทันทีที่ 13 ชีวิตจากถ้ำหลวงมาถึงโรงพยาบาล จะถูกส่งตัวเข้าหอเตรียมผู้ป่วยที่คัดแยกปลอดเชื้อ เจาะเลือดตรวจรักษา เตรียมยารักษาที่จำเป็น จากนั้นจะคัดแยกส่งตามหอผู้ป่วยต่างๆ พร้อมอุปกรณ์รักษา เตรียมการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อจากกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นที่ปรึกษา พร้อมมีขั้นตอนการเยียวยาญาติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ส่วนทีมแพทย์มีผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี กุมารแพทย์ โรคทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคติดเชื้อ ร่วมประชุมวางแผน เตรียมความพร้อมในการรักษาทั้ง 13 ชีวิตจากถ้ำที่จะส่งเข้ามารักษาสมบูรณ์เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์

ส่งตัวเข้าเต็นท์ปลอดเชื้อทันที

นพ.ไชยเวชเปิดเผยถึงขั้นตอนการช่วยเหลือว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ค้นหาจนพบ 13 นักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่พลัดหลงอยู่ในถ้ำหลวงนานกว่า 9 วันแล้วนั้น จะนำออกจากถ้ำไปยัง เต็นท์ปลอดเชื้อที่กางเตรียมไว้บริเวณสนามวนอุทยานถ้ำหลวงนางนอนเพื่อประเมินสภาพ ก่อนลำเลียงทางรถพยาบาลที่จอดเตรียมพร้อมไว้จำนวน 13 คัน หากใช้ทางรถยนต์จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการลำเลียงผู้ประสบเหตุถึงโรงพยาบาล หากลำเลียงโดยเฮลิ– คอปเตอร์จะใช้เวลา 15 นาที นำไปจอดที่จุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ฝูงบิน 416 ก่อนจะมีรถพยาบาลรอรับออกไปทางหัวสนามบินเก่า มุ่งหน้าอาคารฉุกเฉิน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ใช้เวลาเพียง 3 นาที มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประจำการรักษาแบบ 1 ต่อ 1 ในห้องปลอดเชื้อที่ รพ.เชียงรายฯจัดเตรียมไว้ และโรงพยาบาลยังมีห้องสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยทีมหมูป่าฯด้วยเช่นกัน

ครอบครัวทีมหมูป่าเครียด

เวลา 15.30 น. ที่บริเวณหน้าถ้ำหลวง น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นำคณะไปเยี่ยมครอบครัว 13 นักเตะทีมหมูป่าฯ เพื่อให้กำลังใจและสอบถามความต้องการของญาติและติดตามสภาวะแวดล้อมอื่นๆที่อาจกระทบต่อสภาวะจิตใจของญาติ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมเยียวยาจิตใจของ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ รพ.แม่จัน รพ.แม่สาย ที่มาร่วมดูแลคนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่าขณะนี้ขวัญกำลังใจของคนในครอบครัวผู้สูญหาย 52 คน สามารถรองรับเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่จะมี 6 คน มีภาวะความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งการหายใจเร็วและมีความเครียด ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เชียงรายฯ และให้แพทย์ดูแลใกล้ชิดแล้ว

ผวจ.มั่นใจ “13 หมูป่า” รอดแน่

เวลา 17.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย พร้อมคณะทำงานแถลงความคืบหน้าการปฏิบัติงานว่า กรมชลประทานและกรมอุทยานฯ ได้ช่วยกันเบี่ยงเส้นทางน้ำห้วยน้ำดั้นที่อยู่แนวสันเขา 2 แนว ไม่ให้น้ำไหลเข้าถ้ำหลวงตามที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นต้นน้ำที่เข้ามาในถ้ำ ส่วนการทำงานของทีมซีลยังอยู่ใกล้ตำแหน่งเดิม แต่การวางเบสไลน์ การวางขวดอากาศทำได้ดีมาก ต้องวางให้ครบเพื่อมีออกซิเจนเพียงพอ และมีเจ้าหน้าที่ซีลมาเพิ่มอีก 20 นาย ระดับน้ำภาพรวมระดับลดต่อเนื่องประมาณ 1 เซนติเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ใช้เครื่องสูบ 9 ตัว ติดในถ้ำเพิ่มอีก 6 ตัว ในช่วงระยะ 300-1,500 เมตร “หากเจอเด็กจะใช้ทฤษฎีเข้าหน้า-ออกหน้า ต้องประเมินสภาพร่างกายเด็กก่อน แขนขามีแรง และเด็กต้องเดินผ่านน้ำได้ ไม่อยากเสี่ยงให้เด็กต้องดำน้ำออกมา เป็นห่วงเรื่องสายตา ตามทฤษฎีนำออกมาไม่ได้ทันที ต้องปรับสภาพก่อน แต่กำหนดไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะนำเด็กออกมาได้ เชื่อว่าเด็กต้องมีชีวิตอยู่

เร่งอุดต้นทางน้ำที่ไหลเข้าถ้ำ

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า ดอยผาหมีมีห้วยไหลเป็นทางยาวขนานไป ทางเขาห้วยน้ำดั้น จากการสำรวจพบมีรูทางเดินน้ำไหลเข้าไปในถ้ำ ได้ทำฝายเพื่อต่อท่อทำเป็นทางเบี่ยงของน้ำให้เลยจากรูตรงนั้นไป มีกรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี ร่วมวางแผนทำฝายเบี่ยงทางน้ำ ตั้งแต่เมื่อวานจนสำเร็จในวันนี้ ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านกว่า 150 คน และทหาร น้ำที่เปลี่ยนทิศทางไม่ให้ไหลเข้าถ้ำจะเบี่ยงออกไปเข้าพื้นที่เกษตรกรรมในหมู่บ้าน กรมอุทยานฯคุยกับชาวบ้าน แล้วไม่มีใครมีปัญหา และปริมาณน้ำที่ถูกเบี่ยงออกไปนั้นไม่ถึงขั้นทำให้น้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรมได้ จุดที่เป็นต้นน้ำยังมีทั้งจุดเล็กจุดน้อยหลายจุดมาก ภารกิจยังไม่เสร็จยังต้องตามหาต่อและเบี่ยงเส้นทางน้ำให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าถ้ำได้แล้ว 60 เปอร์เซ็นต์

ตะลึงเจอโพรงลึก 400 เมตร

พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รอง มทภ.3 กล่าวว่า การสำรวจโพรงเหนือถ้ำทั้งหมดกว่า 200 แห่ง มีศักยภาพ 6 แห่ง โพรงหนึ่งลึก 400 เมตร ยังไปได้อีก ส่วนอีกโพรงลึก 50 เมตร ไปได้อีกเช่นกัน ส่วนอีก 4 โพรง รอรายงานกลับมา ในการใช้เครื่องมือ เจาะวันนี้กำลังขนเครื่องมือ ตอนนี้ขนไปแล้ว 3 เที่ยว เหลืออีก 1 เที่ยว ส่วนอีกโพรงหนึ่งไม่เหมาะกับการขนทางอากาศยาน จะใช้วิธีแยกชื้นส่วนเครื่องมือ และใช้การเดินเท้าไปแทน พล.ต.บัญชา ดุริยพันธุ์ ผบ.มทบ.37 กล่าวว่า การพร่องน้ำด้านหน้าถ้ำหลวง ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 หัว หัวละ 50,000 ลิตรต่อชั่วโมง ส่วนการพร่องน้ำที่หน้าถ้ำทรายทอง เป็นที่ลุ่มต่ำกว่าถ้ำหลวง น้ำจะไหลมารวมกันตรงนี้ ขณะนี้ได้ใช้เครื่องขุดบ่อบาดาล และใช้รถแบ็กโฮขุดหน้าถ้ำที่ปิดให้เป็นโพรง เพื่อให้น้ำระบายออกมาโดยการวางท่อหัวพญานาค 3 หัว และใช้ดันน้ำ 1 หัว มีความเร็วในการสูบน้ำ 300,000 600,000 และ 700,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง การระบายน้ำทำได้รวดเร็ว

เยียวยาพื้นที่รับน้ำถ้ำหลวง

วันเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ได้ระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน น้ำจะไหลผ่าน อ.แม่สาย ไปจนถึง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ทำให้มวลน้ำที่อยู่ในถ้ำและน้ำที่อยู่ในป่าไหลมารวมกัน จากการสำรวจมีพื้นที่ 3 ตำบลที่น้ำไหลผ่าน ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ต.โป่งผา ต.โป่งงาม และ ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,397 ไร่ โดยเฉพาะนาข้าว มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 101 ราย กรมส่งเสริมการเกษตรจะสำรวจพื้นที่ได้รับความเสียหายอีกครั้ง หลังจากผ่านไปแล้ว 10-15 วัน ว่าเป็นพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงหรือไม่ ถ้าพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงจะชดเชยเงินให้เกษตรกรที่ปลูก 1 รายไม่เกิน 30 ไร่ ได้แก่ นาข้าว 1,113 บาทต่อไร่ พืชไร่ 1,148 บาทต่อไร่ และพืชสวน 1,690 บาทต่อไร่

ร.10 พระราชทานสิ่งของเพิ่ม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร พระราชทานสิ่งของสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.ท.ชิดชัย กาญจนโภคิน เป็นผู้แทนพระองค์มอบชุดดำน้ำ 30 ชุด ถุงดำ 2 กระสอบ ถุงซิปล็อก 2 กระสอบ กาต้มน้ำ 2 ใบ ปลั๊กไฟ 1 กล่อง เทปกาว 1 กล่อง และผ้าห่มให้ความอบอุ่น 1 โหล ยังความปลื้มปีติแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุอย่างล้นพ้น ด้าน น.ส.รัตนาภรณ์ ทัพบำรุง ผู้ประสานงานโรงครัวพระราชทานหน้าถ้ำหลวง กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยกองทัพภาคที่ 3 นำรถปรุงอาหารเคลื่อนที่ 4 คัน มาจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ตั้งแต่วันแรกที่ปฏิบัติภารกิจค้นหา แต่ละวันประกอบอาหารหลากหลายเมนู ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำรวมกว่า 4,000 ชุด แจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่ปฏิบัติงาน

“ฟ้าหญิง” พระราชทานเงินช่วย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานเงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อนำไปจัดซื้ออาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นต่างๆ ใน การปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทน รับเงินพระราชทาน หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ บริเวณโถงชั้น 1 ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ รพ.จุฬาภรณ์ ทั้งนี้ พระองค์รับสั่ง “ขอให้ทุกคนปลอดภัย และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือเด็ก 13 ชีวิตที่ติดถ้ำ ทั้งเจ้าหน้าที่และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอให้พระคุ้มครองทั้งคนช่วยและคนถูกช่วย”

เกาหลีใต้ส่งกำลังใจให้ “หมูป่า”

บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางคัง คยอง-ฮวา รมว.การต่างประเทศเกาหลีใต้ เข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ นางคังกล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนเกาหลีใต้ ขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจให้นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่สูญหายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายผู้ว่าฯจังหวัด 12 ตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย โยกสลับกับ ผวจ.พะเยา ว่า นายณรงค์ศักดิ์ ถือเป็นผู้ว่าฯน้ำดีและเหลืออายุราชการอีกหลายปี ถึงให้ไปเป็น ผวจ.พะเยา ในช่วงที่ผ่านมานายณรงค์ศักดิ์ อาจทำงานไม่ราบรื่นบ้าง แต่ก็พูดคุยกันได้ ขณะที่ ผวจ.พะเยา มีภูมิลำเนาเกิด จ.เชียงราย เลยโยกสลับไปก่อน นายณรงค์ศักดิ์คงเจริญเติบโตดีแน่ ไม่ต้องกังวล เป็นคนดี จึงให้ออกไปเป็นคนพันธุ์ใหม่ที่เก่ง

“บิ๊กปู” ลงพื้นที่ถ้ำหลวงอีกรอบ

ที่สำนักงาน ชั้น 7 สตช. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวหลังจากนายวิบูลย์ธร กมลนฤเมธศ์ เจ้าของเฟซบุ๊กที่ล่ารายชื่อให้ถอดถอน พล.ต.อ.ศรีวราห์ออกจากตำแหน่ง หลังมีคลิป “ต้องขออนุญาตเจาะบาดาล” ได้เข้าพบและขอโทษว่า รู้สึกมีกำลังใจหลังนายวิบูลย์ธรเข้ามาขอโทษ ยืนยันจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ได้สั่งให้ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานภายในถ้ำที่เผยแพร่คลิปแล้วว่ามีเจตนาอย่างไร เพราะตัดต่อคลิปวิดีโอให้เกิดการเข้าใจผิด ยืนยันว่า การเจรจากับผู้ปฏิบัติงาน เป็นการพูดคุยในลักษณะบุคคลที่มีความสนิทสนมกัน เป็นการถามตำรวจน้ำในถ้ำและตำรวจสื่อสารที่ทำหน้าที่บินโดรน “วันที่ 3 ก.ค. ตนจะลงพื้นที่ไปยังถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งเจ้าหน้าที่ รพ.ตำรวจ ตำรวจสื่อสาร ตำรวจน้ำ ตามตำแหน่งของตนที่เป็น รอง ผบ.ตร. ดูแลฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

เฮลั่น! พบ 13 ชีวิตปลอดภัยดี

ต่อมาเวลา 21.50 น. พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล เชิญนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย ไปที่ศูนย์ปฏิบัติการ ระหว่างเดินไป ทั้ง 2 คนได้หยุดพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ผู้ว่าฯเชียงรายจะโผเข้ากอด ผบ.หน่วยซีล และเดินต่อไปยังห้องประชุม ก่อนเรียกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าไป แต่ยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ รวมทั้งยังไม่ยืนยันว่าเจอผู้สูญหายทั้ง 13 คนหรือไม่ กระทั่งอีกราวครึ่งชั่วโมงต่อมา เวลาที่ทุกคนรอคอยด้วยใจระทึกก็มาถึง เมื่อผู้ว่าฯเชียงรายเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยซีลดำน้ำทะลุผ่านจุดสามแยกเข้าไปจนถึงจุดพัทยาบีช และพบกับทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คนเรียบร้อยแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี และมีสัญญาณชีพ หน่วยซีลพบทั้งหมดหนีน้ำไปอยู่ในจุดพัทยาบีชประมาณ 400 เมตร เบื้องต้นแพทย์จากหน่วยซีลที่ดำน้ำเข้าไปได้ให้อาหารเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายให้ฟื้นตัว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จะสามารถนำตัวทั้ง 13คน ออกมาจากจุดดังกล่าวได้ ทันทีที่ผู้ว่าฯกล่าวถึงตอนนี้มีเสียงเฮขึ้นดังลั่นพร้อมเสียงปรบมือดังกึกก้อง

ผู้ว่าฯหลั่งน้ำตาขอบคุณทีมกู้ภัย

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้าว่า พบทั้ง 13 ชีวิตติดภายในถ้ำหลวงฯแล้ว อยู่ห่างจากจุดพัทยาบีชออกไป 300-400 เมตร ทั้ง 13 คนปลอดภัย ขณะนี้ได้ส่งทีมแพทย์เข้าประเมินสภาพร่างกายของทั้ง 13 ชีวิตก่อน การปฏิบัติภารกิจยังไม่สิ้นสุด ตามแผนที่ตนบอกเสมอ แผนที่ 1 คือ การเอาน้ำออกให้หมดและนำตัวน้องออกมา ขณะเดียวกันต้องประชุมวางแผนการส่งทีมแพทย์ พยาบาล เข้าไปดูแลสภาพร่างกายน้อง ก่อนการเคลื่อนย้ายออกมาอีกครั้ง ตามเป้าหมายที่ว่า “ค้นหา กู้ภัย ส่งกลับ” ภารกิจยังคงมีอีกมากมายทั้งส่งฟื้นฟู จนกว่าจะกลับไปเรียนหนังสือได้ แต่วันนี้แผนที่ 1 สำเร็จแล้ว คืนนี้ทั้งคืนคงไม่ได้พัก ตนยืนยันได้ที่เราสามารถค้นหาน้องจนพบ เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งน้อยครั้งจะเกิดขึ้นในแผ่นดินไทย รวมทั้งการร่วมมือของสื่อมวลชนและประชาชนด้วย ขอขอบคุณทีมกู้ภัยทุกทีม

สื่อต่างชาติตีข่าวค้นพบทั่วโลก

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดปฏิบัติการค้นหานักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน และผู้ช่วยโค้ช 1 คน ที่สูญหายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มานานกว่า 1 สัปดาห์ด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวต่างประเทศทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ และสำนักข่าวบีบีซี รายงานข่าวดีที่ชาวไทยรอคอยมานาน คือข่าวการพบผู้สูญหายทั้ง 13 คนและพบสัญญาณรอดชีวิตทั้งหมด ข่าวดีดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แถลงยืนยันและว่า หน่วยกู้ภัยค้นหา อยู่ระหว่างเข้าช่วยเหลือ และดูแลจนกว่าจะนำตัวออกมาได้ต่อไป

รายชื่อ 13 หมูป่าอะคาเดมีฯ

รายชื่อ 13 นักเตะและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่พลัดหลงในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ประกอบด้วย ด.ช.ประจักษ์ หรือโน้ต สุธรรม อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, ด.ช.ณัฐวุฒิ หรือเติ้ล ทาคำทรง อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, นายพิพัฒน์ หรือนิค โพธิ อายุ 15 ปี ชั้น ม.3 ร.ร.บ้านสันทราย, ด.ช.ภาณุมาศ หรือมิกซ์ แสงดี อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, ด.ช.ดวงเพชร หรือดอม พรมเทพ อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, ด.ช.ชนินทร์ หรือไตตั้น วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ขวบ ชั้น ป.6 ร.ร.อนุบาลแม่สาย, ด.ช.เอกรัตน์ หรือบิว วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี ร.ร.ดรุณราษฎร์วิทยา, ด.ช.สมพงศ์ หรือพงศ์ ใจวงศ์ อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, นายพีรภัทร หรือไนท์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี ชั้น ม.3 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์, นายพรชัย หรือตี๋ คำหลวง อายุ 16 ปี ชั้น ม.4 ร.ร.บ้านป่ายาง, ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 ร.ร.ป่าเหมือด, ด.ช.อดุลย์ หรือดุล สามออน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 ร.ร.เวียงพาน และนายเอกพล หรือเอก จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี ผู้ช่วยโค้ชผู้ฝึกสอน

เผยความลำบากเอาชีวิตรอด

ขณะเดียวกันบรรดาพ่อแม่และญาติพี่น้องของเด็กทั้ง 13 คนที่ปักหลักรอฟังข่าวอยู่ในห้องพักที่ทำการวนอุทยานฯ หลังทราบข่าวว่าหน่วยซีลพบผู้ช่วยโค้ชและเด็กทั้ง 13 คนแล้ว และทั้งหมดอยู่ในอาการ ปลอดภัยดี ทุกคนถึงกับโผเข้ากอดกัน ส่งเสียงร้องไห้ด้วยความดีใจ โดยแม่ของนายพรชัย หรือตี๋ คำหลวง อายุ 16 ปี 1 ในนักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมีฯ เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ดีใจมากที่ได้ลูกชายกลับคืนมา ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันค้นหาจนพบเด็กๆทุกคน ตอนนี้อยากเจอหน้าลูกมากที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จากญาติของเด็กบอกว่า “เด็กบอกข้างในมันลำบากมาก เขาต้องยังชีพด้วยการเอามือไปรองและกินน้ำฝนที่หยดลงมาตามช่องถ้ำ ทำให้เขาสามารถประทังชีวิตอยู่ได้ รวมทั้งข้างในมืดมาก ต้องเอามือคลำๆกันว่าใครอยู่จุดไหนอย่างไร บางคนร้องไห้จนหมดเสียง แต่ก็ยังคงนอนรอความช่วยเหลืออยู่ในถ้ำ”

นายกฯกำชับลำเลียงออกให้ปลอดภัย

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยหลังทราบข่าวพบเด็กทั้ง 13คนอย่างปลอดภัยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่เจ้าหน้าที่พบตัวเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คนแล้ว ได้รับรายงานว่าทุกคนปลอดภัย พร้อมขอบคุณความตั้งใจและเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยซีล รวมทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร พี่น้องประชาชน จิตอาสาชาวไทยและต่างประเทศและสื่อมวลชน ที่ร่วมมือร่วมใจกันสนับสนุนให้ปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี นายกฯรับทราบรายงานเบื้องต้นเวลาประมาณ 21.45น.ว่าแม้เจ้าหน้าที่หน่วยซีลไปถึงหาดพัทยาแล้วแต่ยังไม่ลดละความพยายาม จนพบตัวเยาวชนที่บริเวณเนินนมสาว ห่างออกไปอีกประมาณ 400 เมตร จากนี้ไปศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่จะประเมินสถานการณ์และวางแผนลำเลียงเยาวชนทุกคนออกมาให้ได้อย่างปลอดภัยที่สุด นายกฯกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการด้วยความรอบคอบ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนทั้งประเทศ หากทุกคนตั้งใจทำอะไรจะสำเร็จได้ภายใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 วันนี้จึงนับว่าเป็นวันดีของคนไทยและครอบครัวของเยาวชนทุกคน

เร่งนำตัวออกมา–หวั่นน้ำขึ้นสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังพบตัวนักเตะและผู้ช่วยโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่ติดค้างอยู่ร่วม 10 วัน ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแล้วนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยซีล พร้อมทีมแพทย์และทีมกู้ภัยพยายามเร่งหาหนทางและวิธีการในการเคลื่อนย้ายทั้งหมดออกจากถ้ำโดยเร็วภายในคืนนี้ เนื่องจากเกรงจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นมาอีก ส่งผลให้การนำตัวทั้งหมดออกมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจต้องติดค้างอยู่ในถ้ำต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะพบผู้สูญหายทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังต้องทำงานหนัก ทั้งการระดมสูบน้ำ ในถ้ำออกมาต่อเนื่องเพื่อให้น้ำลดระดับมากที่สุด รวมทั้งการเคลียร์พื้นที่และเส้นทางรอรับเด็กๆออกมา และนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด

เกาะติดภารกิจช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง

ต้องดู! เปิดคลิปวินาที 'หน่วยซีล' ดำน้ำเดินเท้าพบ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

ทีมหมูป่าสุดแข็งแกร่ง! ชาวเน็ตอ้างเป็นรูป 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงแห่แชร์อื้อ

เปิดไทม์ไลน์นาทีที่พบ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

รู้จักเนินนมสาว จุดพบ 13 ทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง

ปาฏิหาริย์มีจริง ผู้ว่าฯ เชียงราย ยันพบแล้ว 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

อ่านเพิ่มเติม...
ถ้ำหลวงค้นหา13ชีวิตเด็กติดถ้ำหมูป่าอะคาเดมีข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป