ทุเรียนหลิน-หลง ของสวนรักไทย จ.พิษณุโลก ปีนี้เริ่มออกมาให้ได้ลิ้มลองแล้ว ชู กินอร่อย มัน เนื้อแน่นไม่เละไม่แพ้หลงลับแล ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรบุกซื้อถึงสวนทุกวัน กลัวจะมีไม่พอขาย...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่สวนหลงรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีประชาชนชาวเมืองสองแควและนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดพากันไปเที่ยวชมสวนทุเรียนที่ออกลูกทุกต้นกันอย่างต่อเนื่องแทบไม่ขาดสาย และพากันซื้อทุเรียนพันธุ์หลงรักไทยไปกันทุกราย เพราะยังเป็นระยะต้น ๆ ที่ทางสวนเริ่มเก็บเกี่ยว อีกทั้งประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบว่าผลผลิตเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว แม้ว่าจะเฝ้ารอซื้อไปรับประทานกันอยู่ก็ตาม นายวันชัย กาญจนเพ็ญ อายุ 47 ปี หนุ่มใต้เจ้าของสวน เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลินและพันธุ์หลงของสวนอยู่ที่ประมาณ 20 ต้น น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมามาก แต่ก็เหลือจากยอดสั่งจองสำหรับขายให้กับลูกค้ารายใหม่ที่เดินทางมาที่สวนประมาณ 10 ต้น

เจ้าของสวนหลงรักไทย กล่าวต่อว่า แม้ว่าทางสวนจะได้ปรับปรุงระบบน้ำใหม่ โดยหยดน้ำใส่ฟางที่กองไว้โคนต้น ทำให้ประหยัดน้ำใช้น้ำน้อยกว่าทุกปีเพื่อแก้ปัญหาน้ำขาดแคลน และมีการดูแลต้นทุเรียนอย่างใกล้ชิด ดูแลบำรุงรักษาอย่างทะนุถนอมเพื่อให้ได้ผลผลิตพอเพียงต่อความต้องการของตลาด แต่ปีนี้เจออากาศแปรปรวนฝนตกหนักทำให้กิ่งทุเรียนหัก บางต้นโค่นเพราะมีกระแสลมแรงทำให้ผลผลิตเสียหายมากพอสมควร

นายวันชัย กล่าวต่อว่า สำหรับทุเรียนพันธุ์หลินที่ออกผลผลิตสามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้ง 20 ต้น ลูกค้าประจำได้สั่งจองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ไม่มีขายให้กับลูกค้าที่ไม่ได้สั่งจองไว้ สำหรับราคาทุเรียนหลงที่สวนปีนี้จำหน่าย 150 - 300 บาทต่อกิโลกรัม คัดตามเกรดของทุเรียนเช่นเดิมเหมือนปีที่ผ่านมา หากเป็นทุเรียนตัดก็จะจำหน่ายตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม หากเป็นทุเรียนหล่นก็จะจำหน่าย 150 บาทต่อกิโลกรัม

เจ้าของสวนรักไทย กล่าวอีกว่า ทุเรียนพันธุ์หลง-หลินนั้น มีวิธีดูง่ายๆ ตรงที่พันธุ์หลงนั้นจะมีลักษณะผลกลม ส่วนพันธุ์หลินจะมีลักษณะเรียวกว่า เห็นร่องพูลึกชัดเหมือนมะเฟือง แต่ทั้ง 2 พันธุ์ ลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนรสชาตินั้น ทุเรียนหลงจะหวานมัน มีกลิ่นหอมค่อนข้างชัด แต่หลินจะกลิ่นไม่แรงเท่าหลง แต่หวานมันอร่อยเข้มข้น ทั้งสองพันธุ์ลูกค่อนข้างเล็ก เนื้อไม่มากนัก แต่รสชาติเยี่ยมยอด สำหรับใครที่อยากได้ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร ทำสวนทุเรียน ก็สามารถขอความรู้ได้ เพราะที่นี่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในเส้นทางการท่องเที่ยว Relaxing summer “ฤดูที่แตกต่าง บนเส้นทาง Route 12 (Season Change at Route12)” ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดขึ้นอีกด้วย.