ฤาษีพุทธจรัล ชื่นชมผลงาน 4 ปี คสช.-นายกฯตู่ นำชาติยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่หวั่นอิทธิพลนานาชาติ เปรยเรื่องวงการสงฆ์ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตอบสนอง...

วันที่ 31 พ.ค. ที่อาศรมอมราวดี อายุเวทย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ฤาษี ดร.พุทธจรัล นันสุนานนท์ วัย 76 ปี เปิดเผยถึงการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่นำ คสช. ผ่านร้อนผ่านหนาว จนมาถึง 4 ปี ว่า จากชีวิตเริ่มที่ปฏิสนธิเจริญเติบโตปรากฏเป็นนามรูปพร้อมๆกับโครงสร้างที่จะพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมาย คือเจริญด้วยสติปัญญา มีปิติสุข เบิกบานพร้อมพลังแห่งคุณธรรมที่อยู่เบื้องหลังทุกชีวิต นำพาให้ทุกชีวิตสำเร็จสมปรารถนาตามบริบทของธรรมชาติโครงสร้างแห่งธรรมะซึ่งประกอบไปด้วยคุณธรรมและยุติธรรม เนื่องจากโลกปัจจุบัน หายใจเข้าออกทวารวัตถุ ชีวิตปีติจึงห่างธรรมชาติ คุณภาพดังกล่าวถูกจำกัด อันเป็นสาเหตุให้ชีวิต 4 ขวบ คสช. มิได้ผันไปตามกระแสหลักการที่เข้ามา ที่มีบทบาทและเจตนารมณ์ ที่จะพัฒนาสังคมสยามสู่ธรรมาภิบาลของธรรมชาติ 

เด็กชาย คสช. ที่เกิดมาในสายของนักรบ ย่อมฮึกเหิม และต้องการที่กำจัดศัตรูที่สังคมนิยาม หรือเรียกว่าคอร์รัปชัน ที่ครอบงำมายาวนาน การที่เด็กชาย คสช. จะเปลี่ยนกลียุคเป็นสัตย์ยุค จะต้องใช้เวลา ความพยายาม และความตั้งมั่นสูงมาก และอีกประการหนึ่ง เนื่องจากคณะ คสช. มีลิ่วล้อเป็นจำนวนมาก ที่ยังอยู่กับกิเลส และตัณหา จึงยากต่อการพัฒนา เค้าจะใช้บทบาทของความได้เปรียบภายใต้อิทธิพลของ คสช. ซึ่งบางครั้งก็เห็นถึงประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ซึ่งอย่างที่เรียนให้ทราบว่า ประโยชน์ส่วนตน คือ กลียุค ประโยชน์ส่วนรวม คือสัตย์ยุค เมื่อคิดที่จะเปลี่ยนยุคให้อยู่ในบรรยากาศของคุณธรรม ปลอดคอรัปชั่น ซึ่งจะเกิดขึ้น ได้ไม่นานเกินรอ ทั้งนี้ทั้งนั้น จิตสำนึกรวมของชาติ จะต้องเป็นกุศลกรรมก่อน 

เลือกตั้งไม่ใช่ประเด็น เปลี่ยนรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็น ใครจะเป็นนายกก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็น คือทุกชีวิตมีความพร้อมและปรารถนาเหมือนกัน คือ ปีติสุข เบิกบาน ความสำเร็จ สมหวังในทุกมิติของชีวิต อย่าเสียเวลาคิดที่จะเปลี่ยนคนอื่น แต่จะเปลี่ยนจิตสำนึกตนให้สุขุม

สรุปว่าสี่ปี คสช. สามารถที่จะยืนบนลำแข้งของตนเองได้ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลนานาชาติหรือองค์กรต่างประเทศที่พยามจะเข้ามามีบทบาทในอารมณ์ และวิถีชีวิตของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของรัฐบาล เราอยากจะให้เครดิตกับ คณะ คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกฯ ที่มองเห็นและทันเกมกับบทบาทต่างๆ ซึ่งในอดีตนานาชาติเค้าเป็นผู้ชี้นำกำหนดแผนให้ แต่วันนี้ นายกฯ คิดเอง ทำเอง และนานาชาติยอมรับในเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ ที่จะผักดันให้สังคมสยามเป็นสังคมศรีวิไล พึ่งตนเองได้ มีธรรมาภิบาล เป็นที่ตั้ง นี่คือข้อดีของรัฐบาล คสช. ที่เป็นที่ยอมรับ

ส่วนข้อเสีย แน่นอนถ้าไม่มีข้อเสียก็จะมองไม่เห็นข้อดี ไม่เห็นข้อดีก็จะมองไม่เห็นข้อเสีย ข้อเสียคือคนรอบข้างที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจ มีโอกาสใช้มาตรการที่เกินขอบเขตที่ตัวเองได้รับมอบหมายและสังคมก็จ้องผิด เมื่อบวกลบคูณหารแล้ว ความผิดพลาดที่มีประจักษ์ในสายตาสื่อ นักสังคมสงเคราะห์หรือนักการเมือง ยังน้อยกว่าความดีที่ปรากฏในวันนี้อย่าง ที่เห็นชัดก็คือ บ้านเมืองสะอาดมากขึ้นคอร์รัปชันน้อยลง ผู้ที่มีสันดานเลวก็ถูกปรับวิสัยทัศน์กันเป็นแถว นี่ถือว่า เป็นผลงานที่ดีเด่นมากของรัฐบาล คสช. 

ส่วนเหตุการณ์ที่ร้อนแรงเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้า ขอให้เรียนให้ทราบว่ามันแค่เป็นเพียงทางผ่านที่จะปรับทิศทางของบ้านเมือง ให้สู่เป้าหมายเร็วขึ้น อีกประการหนึ่ง เราเป็นชาวพุทธ คิดอยู่เสมอว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตอบสนอง.