ฟื้นฟูป่าสมบูรณ์ ห้ามคนอยู่อาศัย อาคารที่ด้านล่างใช้ทำการศาลได้

ชาวเชียงใหม่เฮลั่นยุติสร้างหมู่บ้านป่าแหว่งหลัง “สุวพันธุ์” ประชุมร่วมกลุ่มเครือข่ายทวงผืนป่าดอยสุเทพ สรุปปัญหาบ้านพักตุลาการโอนพื้นที่คืน กรมธนารักษ์ทำรังวัดแนวป่าอาคารชุด 9 หลังและบ้าน 45 หลัง จะไม่มีผู้อยู่อาศัย ส่วนอาคารด้านล่าง 3 หลังแบ่งเขตชัดเจนให้ศาลใช้ประโยชน์ ขณะที่กลุ่มเครือข่ายพอใจ ย้ำผืนป่าสมบูรณ์ต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้าง

รัฐบาลเร่งหาทางออกปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในพื้นที่เชิงดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ รวมเนื้อที่ 147 ไร่ ชาวเชียงใหม่ออกมาต่อต้านขอคืนพื้นที่ป่ากันอย่างรุนแรงและขนานนามว่า “หมู่บ้านป่าแหว่ง” พร้อมแสดงสัญลักษณ์ติดริบบิ้นสีเขียวกันทั่วเมือง ชี้การก่อสร้างบ้านบนดอยสุเทพขัดต่อความเชื่อชาวล้านนา ตัดต้นไม้และขวางทางน้ำแพร่ความอัปมงคล ต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุคนฟื้นฟูป่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตั้งคณะทำงานมอบให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะทำงานหาทางออก ประชุมร่วมกับกลุ่มเครือข่ายขอคืนผืนป่า ดอยสุเทพเพื่อหาแนวทางแก้ไข

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ เรืองเครือ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 และ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รอง ผบช.ภ.5 พร้อมคณะเดินทางมาประชุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายทั้ง 45 เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

...

ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ นายสุวพันธุ์ขอประชุมนอกรอบก่อนระหว่างแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ประกอบด้วยนายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ กรรมการเครือข่ายฯ นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายฯ และนางคำสีดา แป้นไทย กลุ่มเฮาฮักเจียงใหม่ และแกนนำเครือข่ายอีก 3 คนเข้าร่วมหารือ สำหรับวาระการเจรจาทางเครือข่ายอยากจะเห็นความคืบหน้าจับต้องได้ ไม่ต้องการตั้งคณะกรรมการร่วมคณะใหม่และเริ่มต้นใหม่ เรื่องใดสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ขอให้ประกาศไว้ก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังต้องพูดคุยกันต่อในรายละเอียดให้ดำเนินการต่อไป มีเป้าหมายสุดท้ายคือ ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพบริเวณโครงการดังกล่าว รวมถึงการป้องกันเกิดเรื่องดังกล่าวซ้ำ และการอนุรักษ์ดูแลในระยะยาว

ภายหลังการประชุมนายสุวพันธุ์เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มอบนโยบายมา 3 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องการอยู่อาศัย พูดคุยทำข้อตกลงร่วมกับทางเครือข่าย ในเรื่องของแนวทางปฏิบัติ เรื่องที่ 2 การฟื้นฟูปลูก ต้นไม้ นายกรัฐมนตรีอยากให้ดำเนินการทันที

เรื่องนี้ทางส่วนราชการมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว และภาคประชาชนอาจมีข้อเสนอแนะ อยากเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมปลูกป่าด้วยกัน ส่วนเรื่องที่ 3 นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้พูดถึงเป็นความต้องการในพื้นที่มอบหมายให้ตนมารับฟัง

สำหรับการหารือได้ข้อสรุปว่า เรื่องของการอยู่อาศัยนั้น จะไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยจะให้ทางกรมธนารักษ์มาดำเนินการทำรังวัดเพื่อแบ่งเขตพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า มีแนวเขตป่าดั้งเดิมเป็นอาคารชุด 9 หลังกับบ้าน 45 หลัง จะไม่มีผู้อยู่อาศัย แบ่งเขตให้ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูพัฒนาป่าที่สมบูรณ์แบบต่อไป ส่วนด้านล่างลงมาแบ่งเขตให้ชัดเจนเพื่อให้ศาลใช้ประโยชน์ในส่วนของอาคารสำนักงานและอาคารชุด 3 หลัง ในส่วนนี้จะมีการดำเนินการให้ชัดเจนหลังจากนี้

ส่วนเรื่องที่ 2 การฟื้นฟูจะดำเนินการไปตามแผน จัดตั้งคณะกรรมการรวมไปถึงการจัดตั้งผู้ประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูป่า เช่น การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ และเรื่องที่ 3 มีประเด็นเกี่ยวข้องกัน ตัวแทนเครือข่ายฯอยากให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งมีประเด็นอยากให้ดูแลพื้นที่นอกเหนือจาก 147 ไร่ และพื้นที่ที่เป็นราชพัสดุมีสภาพคล้ายป่าควรจะดำเนินการอย่างไร หลังจากคุยกันแล้วเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ควรจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลโดยตรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการสูญเสียงบประมาณหรือไม่ และศาลจะไปพักอยู่ที่ไหน นายสุวพันธุ์ ตอบว่า ตนต้องใช้หลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ซับซ้อนต้องแก้ไขไปทีละขั้นตอน ส่วนเรื่องจะรื้อสิ่งปลูกสร้างหรือย้ายไปอยู่ที่ไหนต้องรอคณะกรรมการว่าจะดำเนินการกันอย่างไรถึงจะเหมาะสม เมื่อถามว่า การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ศาลมาปรึกษาอย่างไร นายสุวพันธุ์ตอบว่า ศาลแจ้งมาชัดเจนแล้วให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาแทน อะไรที่รัฐบาลตัดสินใจศาลพร้อมรับและปฏิบัติตาม ฉะนั้นรัฐบาลรับภาระมาทำตนคิดว่าในเรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญทำให้สังคมได้เรียนรู้ ภาคประชาชนได้เรียนรู้ ภาคราชการได้รับการเรียนรู้แล้วว่าต่อไปจะทำอะไรต้องคำนึงถึงสิ่งอะไรหลายอย่างที่กระทบความรู้สึกต่อภาพรวม และประโยชน์ของประเทศ พวกเราได้รับบทเรียนพร้อมกันทุกฝ่าย

...

ด้านนายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายมาประชุมร่วมกัน และบรรลุข้อตกลงหลายประการ ประเด็นหลักที่ได้คือผืนป่าดอยสุเทพ หรือหมู่บ้านป่าแหว่งแห่งนี้จะกลับคืนมาเป็นป่าสมบูรณ์ดั้งเดิม ส่วนวิธีการกลุ่มเครือข่ายฯ จะฟื้นฟูแนวป่าในพื้นที่อาคารทั้ง 9 หลังและ 45 หลัง กรมธนารักษ์จะรังวัด หลังจากรังวัดแล้วจะทำทางเข้าด้านข้างศาลเพื่อจะไปดำเนินการด้านอื่นๆ เมื่อรังวัดเสร็จที่แปลงนี้ศาลจะโอนไปให้กรมธนารักษ์ จากนั้นกรมธนารักษ์จะโอนไปให้กรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประกาศเป็นเขตอุทยานในที่สุด ขณะเดียวกันจะพูดถึงการตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการกับสิ่งปลูกสร้าง และคณะกรรมการเพื่อให้ป่ากลับไปเป็น ป่าดั้งเดิมต่อไป สิ่งที่ชาวเชียงใหม่ได้นั้นคือ คำมั่นสัญญาจะได้ป่าดอยสุเทพกลับมาเป็นป่าดั้งเดิม คำว่าจะเป็นป่าสมบูรณ์ดั้งเดิมความหมายว่า พื้นที่แห่งนี้จะไม่มีอาคารบ้านพักอยู่ในนั้นอีกแน่นอน

นายธีรศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า สิ่งที่เราต่อสู้กันในวันนี้จะเป็นบทเรียนสอนลูกสอนหลาน ประชาชนร่วมมือกันทำสิ่งที่ดีงามให้กับประเทศชาติได้ ขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่เสริมพลัง และขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสนใจปัญหาของชาวบ้าน ท่านสัญญาว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน และขอให้รัฐบาลดูแลอย่างใกล้ชิดอย่าให้ยืดเยื้อ เพราะคนเชียงใหม่ต้องการป่ากลับคืนมาให้ไวที่สุด และขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่มาร่วมงาน “ฉันรักดอยสุเทพ” จัดขึ้นที่คุ้มเจ้าบุรีรัตน์กลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นการผ่อนคลาย และฉลองความสำเร็จเรียกร้องผืนป่าดอยสุเทพกลับคืนมา