เมื่อใกล้เวลาประเพณีสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” ของคนเชียงใหม่ แม่ญิงสาวงามทั้งหลาย ต่างตื่นตัวฝึกการขี่รถจักรยาน (รถถีบ) กางร่ม (จ้อง) เตรียมตัวเข้าประกวด “แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง”....!
หากย้อนอดีตไปกว่า 50 ปีผ่านมา สมัยนั้นแม่ญิงสาวแรกรุ่นจะแต่งกายพื้นเมือง นุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อแขนกระบอก เกล้าผม ทัดดอกเอื้อง ขี่รถถีบ มือขวาจับแฮนด์รถ มือซ้ายกางจ้องกันแดดกันฝน เคียงคู่บนถนนเป็นคู่ๆ
เป็นภาพอดีตที่สวยงามเกิดขึ้นทุกวันในตอนเช้า ขณะออกจากบ้านไปทำงาน และตอนเย็น เมื่อเลิกงานกลับสู่บ้าน แต่ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไป เมื่อความเจริญเข้ามาแทนที่ จากภาพขี่รถจักรยาน ได้เปลี่ยนใช้รถจักรยานยนต์
นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเล็กนครเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการเสื่อมหายไปนี้ กลุ่มนักอนุรักษ์จึงรู้สึกเสียดาย อยากได้เห็น “แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง” อยู่คู่เมือง เพื่ออวดต่อสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
การประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง จึงกลับมาจัดอีกครั้ง ในช่วงงานปี๋ใหม่เมืองทุกปีมา ก่อนที่กลุ่มนักอนุรักษ์ชุดดังกล่าว จะส่งมอบภารกิจนี้ให้เทศบาลนครเชียงใหม่ รับหน้าที่จัดประกวดแทนจนถึงทุกวันนี้
ด้าน นายอุดม กาญจนประโชติ กรรมการชมรมลานนา 39 ประธานจัดประกวดต่อเนื่องมาหลายปี เผยว่า การประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง จัดขึ้นในวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นงานปี๋ใหม่เมือง
ทุกๆปีมีสตรีสาวชาวเชียงใหม่เข้าประกวด จำนวน 60-80 คน อายุระหว่าง 17-25 ปี เป็นสตรีที่ไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน ต้องพูดคำเมืองได้ และขี่รถถีบกางจ้องคล่อง
ตอนเช้า ผู้เข้าประกวดจะแต่งกายพื้นเมือง ขี่รถถีบกางจ้องจากหน้า ททท.เชียงใหม่ ถนนเชียงใหม่ลำพูน ข้ามสะพานนวรัฐไปตามถนนท่าแพ ถึงข่วงประตูท่าแพ สถานที่จัดประกวด
ณ สถานที่แห่งนี้ กรรมการจะตัดสิน ผู้ชนะเลิศ 1 คน รองชนะเลิศ 4 คน เพื่อรับเงินสด และรถถีบเป็นรางวัล
แต่คงไม่สำคัญเท่ากับได้ร่วมอนุรักษ์สืบสานสิ่งดีงามล้านนาให้เป็นเสน่ห์เมืองเชียงใหม่ตลอดไป...!
อินสม ปัญญาโสภา