เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านจังหวัดกำแพงเพชร ที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อเลี้ยงชีพ และดำรงชีวิตยึดตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง”

ชาวบ้านบอกว่า เดิมที่ชาวบ้านมีอาชีพหลักเลี้ยงสัตว์ หมู ไก่ ปลา กบ ไว้ขาย และไว้กินส่วนหนึ่ง ปลูกข้าวไว้กิน เหลือก็ขายพอเลี้ยงครอบครัว พืชผักสวนครัวปลูกเอาไว้กินง่ายๆ พอกินอยู่ในครัวเรือน

มูลสัตว์นำไปรวมกันใน “บอลลูนพลังงาน” ที่จะผลิตแก๊สมาใช้ในหมู่บ้าน ไม่ต้องเสียเงินซื้อแก๊สใช้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานมาติดตั้งให้ฟรี

เงินกำไรที่ได้จากการขายสัตว์และพืชผลทางการเกษตร จะนำมาใช้จ่ายในครัวเรือน ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ถ้าครอบครัวไหนมีลูกที่เรียนหนังสือ มีจำนวนร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ จะต้องจ่ายเงินค่าเสื้อผ้า ค่าเล่าเรียน ค่าขนม ค่าน้ำมันรถรับส่งเพิ่มเติม

สมัยก่อนใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข แต่ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ในจังหวัดกำแพงเพชร ต้องหนีไปทำงานที่เกาหลีกันหมด จนแทบจะเป็นหมู่บ้านร้าง และคนที่ไปกันแบบผิดกฎหมาย ไม่ได้ขอวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง

รู้ว่างานที่ไปเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย จับได้ต้องถูกจับดำเนินคดี ส่งกลับประเทศ

แต่ไม่มีทางเลือก

ที่ต้องไปเสี่ยงไปทำงานต่างประเทศ เพราะไม่มีทางเลือก อาชีพท่ีเคยทำมาในอดีตเลี้ยงตัวเองไม่ได้

สาเหตุจากพืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ อาชีพเลี้ยงสัตว์เสริมโดนบริษัทใหญ่บีบจนราคาเนื้อสัตว์ และผัก ที่ปลูกขายเองราคาลดลงมามาก

แถมคนที่เลี้ยงสัตว์ต้องซื้ออาหารสัตว์ของบริษัทใหญ่ เพราะมี “พ่อค้าคนกลาง” ที่ขายทั้งอาหารและรับซื้อหมู ไก่ จะรับซื้อในราคากลางสำหรับสัตว์ที่ใช้อาหารของบริษัทใหญ่ที่กำหนดไว้

ส่วนที่ใช้อาหารผสมเองตามสูตรของทางราชการที่แนะนำ จะไม่มีพ่อค้าคนกลางมาซื้อ

...

เหมือนล็อกกันมา

หลายคนต้องเสี่ยงกู้หนี้ยืมเงินไป “ตายเอาดาบหน้า” ดีกว่ารอให้อดตายทั้งครอบครัว

อยากให้เป็นสื่อช่วยให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูแล ช่วยประชาชน

ช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นคงจะเป็นอำเภอร้างจังหวัดร้าง ต่อไปจริงๆ

อยากให้รัฐบาลคืนความสุขมาให้ชาวบ้านบ้าง

ขอแค่เลี้ยงชีวิตอยู่รอดแค่นั้นพอ.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th