ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เสนอรัฐเสริมความมั่นคงพลังงานอีสาน ช่วยธุรกิจลดต้นทุนค่าไฟ เร่งสร้างความชัดเจนอนาคตแหล่งก๊าซสินภูฮ่อมภายในปี 2570
นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ความมั่นคงด้านพลังงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจเป็นประเด็นสำคัญต่อเศรษฐกิจขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยหอการค้าจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และสมาคมธนาคารไทย จังหวัดขอนแก่น หารือร่วมกัน และมีข้อเสนอต่อภาครัฐ ดูแลความมั่นคงพลังงานอีสาน ลดภาระต้นทุนท่ามกลางกำลังซื้อเปราะบาง เร่งสร้างความชัดเจนอนาคตแหล่งก๊าซสินภูฮ่อมภายในปี 2570
ภาคเอกชนขอนแก่น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องการให้ภาครัฐเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการ เข้าถึงมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนเครื่องจักรประหยัดพลังงาน เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนต้องการลงทุนลดค่าใช้จ่าย แต่ยังติดข้อจำกัดด้านเงินทุนและเงื่อนไขของโครงการสนับสนุน หากมีมาตรการช่วยลดเงินลงทุนเริ่มต้นและทำให้คืนทุนได้เร็วขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของกิจการได้
นายจักรกฤษณ์กล่าวว่า ราคาพลังงานส่งผลต่อธุรกิจและประชาชนหลายทาง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เชื่อมโยงกับค่าขนส่งและราคาสินค้า เมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ไม่ได้เพิ่มตาม กำลังซื้อย่อมถูกกดดัน ผู้บริโภคอาจลดการเดินทางหรือปรับรูปแบบการใช้จ่าย ส่วนผู้ประกอบการต้องบริหารต้นทุนควบคู่กับการหารายได้เพิ่มเติม
ด้านโอกาสทางเศรษฐกิจ ขอนแก่นยังมีจุดแข็งจากการเป็นศูนย์กลางการค้า การแพทย์ การศึกษา และบริการ รวมถึงการประชุมสัมมนา งานแสดงสินค้า กีฬา และเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งช่วยดึงคนเข้ามาใช้จ่ายในพื้นที่ การพัฒนากิจกรรมเหล่านี้จึงต้องเดินควบคู่กับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลต้นทุนธุรกิจ
นายจักรกฤษณ์ กล่าวถึงความมั่นคงด้านพลังงานว่า อีกเรื่องที่ภาคธุรกิจติดตามคือแนวทางพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงในประเทศที่ส่งก๊าซให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อผลิตไฟฟ้ารองรับระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของแหล่งก๊าซจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนพลังงานและความเชื่อมั่นในการลงทุนของพื้นที่
จากข้อมูลที่ได้รับในการหารือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แหล่งสินภูฮ่อมยังมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติที่สามารถพัฒนาต่อได้ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางดำเนินการก่อนสิ้นสุดสัมปทานเดิม เพื่อให้มีเวลาเตรียมการลงทุน พัฒนาแหล่ง และดำเนินงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
นายจักรกฤษณ์ระบุว่า ภาครัฐควรตัดสินใจให้ชัดเจนภายในปี 2570 เพราะหากล่าช้ากว่านั้นอาจเกิดปัญหาต่อการเตรียมงาน เนื่องจากการผลิตก๊าซต้องมีการลงทุนและเจาะหลุมเพิ่มเติมตามสภาพของแหล่ง การรอให้ใกล้สิ้นสุดอายุสัมปทานแล้วจึงกำหนดแนวทาง อาจทำให้มีเวลาเตรียมการไม่เพียงพอและเพิ่มความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงาน
ทั้งนี้ หอการค้าเปิดกว้างต่อแนวทางที่ภาครัฐจะเลือก ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายเดิมหรือรายใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการตัดสินใจที่ทันเวลาและการเตรียมพร้อมให้สามารถพัฒนาแหล่งต่อได้อย่างไม่สะดุด ไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
สำหรับภาคธุรกิจ ความพร้อมด้านไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกพื้นที่ลงทุน โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าสูง หากเกิดความไม่แน่นอนด้านพลังงาน นักลงทุนอาจนำไปพิจารณาเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น จึงต้องการให้รัฐสร้างความชัดเจนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
แม้การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องพิจารณาความพร้อมของแหล่งผลิตและระบบส่งที่จะรองรับด้วย นายจักรกฤษณ์จึงเห็นว่าควรใช้ทรัพยากรภายในประเทศที่ยังมีศักยภาพให้เกิดประโยชน์ ควบคู่กับการเตรียมแหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อเสริมความมั่นคงให้เศรษฐกิจอีสานในระยะยาว


