ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี ประเมินงานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3 หมื่นคน เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท 

วันที่ 4 ส.ค.69 นายอดุลย์ นิลเปรม ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เชิญประชุมหลายหน่วยงานเพื่อร่วมประเมินผลการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาประจำปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นกิจกรรมเยือนชุมชนคนทำเทียนก่อนที่จะมีงานแห่เทียนพรรษา ช่วงที่ 2 ช่วงงานแห่เทียน ระหว่างวันที่ 28-30 ก.ค.69 และ 31 ก.ค.-1 ส.ค.69 และช่วงที่ 3 กิจกรรมเทียนอุบลยลได้ทั้งเดือน ระหว่าง 2-15 ส.ค.69  พบว่า ผลการจัดงานแห่เทียนปีนี้มีตัวเลขประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 33,000 คน จากเดิมปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าชมงานประมาณ 426,000 คน ขณะที่ปี 2569 มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 460,000 คน ส่งผลให้มียอดเงินสะพัดในพื้นที่ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 474 ล้านบาท

โดยรายได้ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พักค้างแรม ประมาณ 675 ล้านบาท และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไป-กลับ ราว 168 ล้านบาท รวมทั้งรายได้ที่เกิดจากกิจกรรมในสัดส่วนอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก การขนส่ง และกิจกรรม DIY เป็นต้น ซึ่งจากผลการประเมินดังกล่าวนับได้ว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ จ.อุบลราชธานี 2569 ทางจังหวัดจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ททท.ในจำนวนที่ลดลงจากปี 2568 ราว 2-3 ล้านบาท ก็ตาม โดยเดิมเคยได้รับอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท


นายอดุลย์ นิลเปรม กล่าวว่า ถึงแม้ว่างบสนับสนุนการจัดงานปีนี้จะได้รับลดลง แต่จากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น รัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น คุ้มวัด สถานศึกษา ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้การจัดงานออกมาสวยงาม โดยเฉพาะการสร้างต้นเทียนที่ยังคงคุณค่าทั้งประเภทแกะสลักและติดพิมพ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุบลฯ ที่มีการแห่เทียนมากว่า 100 ปี ขบวนรำทุกขบวนที่ตั้งอกตั้งใจทุ่มเทเพื่องานนี้ ต่างตั้งใจนำเสนอศิลปวัฒนธรรมอีสานที่เป็นรากเหง้าของเราอย่างเต็มที่งดงาม โดยคุณค่าเหล่านี้ได้ถูกส่งออกไปสู่สายตาพี่น้องทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างน่าภาคภูมิใจ ถือได้ว่าเป็นเทศกาลงานประเพณีที่ชาวอุบลฯ ต่างภาคภูมิใจ

“ต้นกำเนิดของต้นเทียนพรรษาขนาดยักษ์เกิดขึ้นแห่งแรกที่นี่ ทั้งต้นเทียนแกะสลัก และติดพิมพ์ เราได้เน้นการเล่าเรื่องราวพุทธประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านต้นเทียนทุกต้น การรำฟ้อนเพื่อแห่ขบวนเทียนที่งดงามบอกเล่าถึงวิถีชีวิตและความงดงามของวัฒนธรรมอีสานแท้จริง การจัดงานแห่เทียนพรรษาจึงถือเป็นงานเทศกาลที่เชิดชูความเป็นอัตลักษณ์ของ จ.อุบลราชธานี ได้อย่างเด่นชัดที่สุด ซึ่งจากการร่วมสรุปประเมินผลการจัดงานแห่เทียนพรรษาปีนี้ ทางจังหวัดอุบลราชธานี จะได้เร่งนำผลรายงานไปยังอนุกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นำไปสู่การตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อสนับสนุนการจัดงานแห่เทียนของ จ.อุบลฯ ให้สูงขึ้น ในปี 2570 ต่อไป” นายอดุลย์ กล่าว