ของฝากขึ้นชื่อสมุทรสงคราม "กาละแมรามัญ" ห่อกาบหมากหนึ่งเดียวในไทย ภูมิปัญญาชาวมอญที่ยังมีลมหายใจ ยังคงรักษาวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมไว้แทบทุกขั้นตอน


วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดศรัทธาธรรม หรือวัดมอญ ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ทุกกระทะของกาละแมยังต้องอาศัยแรงคนล้วนๆ ในการกวนนาน 6-8 ชั่วโมง ใช้วัตถุดิบเพียง 3 อย่าง ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว, กะทิสด และน้ำตาลมะพร้าว ระหว่างกวนต้องคอยช้อนน้ำมันกะทิออกอย่างต่อเนื่อง จนได้กาละแมเนื้อเหนียวนุ่ม หอม หวาน มัน ก่อนนำมาห่อด้วยกาบหมากแทนใบตองหรือพลาสติก ซึ่งช่วยซับน้ำมันส่วนเกิน ลดการเหม็นหืน ยืดอายุการเก็บรักษา และสร้างลวดลายธรรมชาติที่สวยงามไม่ซ้ำกันในแต่ละชิ้น

พระครูพิพิธพิพัฒนโกศล เจ้าคณะตำบลบางจะเกร็ง เจ้าอาวาสวัดศรัทธาธรรม เผยว่า เดิมกาละแมรามัญเป็นขนมที่ชาวมอญจะร่วมแรงร่วมใจกวนกันเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เมื่อเห็นว่าผู้สืบทอดเริ่มลดน้อยลง จึงได้ก่อตั้ง "กลุ่มแม่บ้านรามัญวัดศรัทธาธรรม" เมื่อปี 2543 รวบรวมชาวบ้านกว่า 100 คน มาช่วยกันอนุรักษ์สูตรดั้งเดิมและพัฒนาเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาชิกเหลือเพียงไม่กี่คน เนื่องจากในชุมชนแทบไม่มีการกวนกาละแมตามบ้านเหมือนในอดีต เพราะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งผู้ที่มีความรู้เรื่องการขุดเตาและการกวนกาละแมแบบโบราณก็มีจำนวนลดลง จึงเหลือเพียงการสืบสานประเพณีที่วัด โดยจะเริ่มกวนกาละแมล่วงหน้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 10-15 วัน เพื่อแจกจ่ายให้ญาติโยมที่มาทำบุญ

เจ้าอาวาส กล่าวอีกว่า แม้ในอดีตประเพณีการกวนกาละแมจะเคยหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง เพราะขาดผู้ร่วมแรงร่วมใจ แต่เมื่อวัดมีญาติโยมเดินทางมาทำบุญมากขึ้น จึงได้ร่วมกันฟื้นฟูประเพณีนี้อีกครั้ง แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะต้องปรับรูปแบบการจัดงาน แต่ก็ยังคงกวนกาละแมตามกำหนดเดิม เพื่อไม่ให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมสูญหาย

ปัจจุบัน กาละแมรามัญได้รับความนิยมอย่างมาก มีคำสั่งซื้อจากหลายจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ ทำให้ทางวัดต้องกวนกาละแมเกือบทุกวัน บางวันถึง 2 กระทะ โดยกาละแมหนึ่งกระทะใช้วัตถุดิบรวมกว่า 60 กิโลกรัม แต่เมื่อกวนเสร็จจะเหลือผลิตภัณฑ์เพียง 27-30 กิโลกรัม ใช้เวลากวนต่อเนื่องราว 7-8 ชั่วโมง และต้องอาศัยแรงงานคนแข็งแรง 5-6 คน ผลัดเปลี่ยนกันกวนตลอดเวลา เพราะหากหยุดเพียงชั่วครู่ กาละแมอาจไหม้และเสียทั้งกระทะ

ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายกาละแมจะนำไปใช้บำรุงวัดและสืบสานประเพณีของชุมชน ปัจจุบันวัดศรัทธาธรรมยังเปิดผลิตกาละแมรามัญตลอดทั้งปี พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสวิธีการกวนกาละแมแบบโบราณด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม กาละแมรามัญวัดศรัทธาธรรมได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว ของจังหวัดสมุทรสงคราม นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนคุณค่าของภูมิปัญญาชาวมอญ ซึ่งยังคงได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดสมุทรสงครามในฐานะของฝากที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร.