ชูโมเดล "13 ชุมชนต้นแบบ" พลิกผลผลิตท้องถิ่นสู่ตลาดคุณภาพได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ตัวอย่างความสำเร็จ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา สร้างรายได้รวมกว่า 25.5 ล้านบาทในปี 68
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเซ็นทรัล โดยโครงการ "เซ็นทรัล ทำ" โครงการเพื่อสังคมและความยั่งยืน เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน การสร้างงาน สร้างอาชีพและปากท้องของประชาชนและเกษตรกรในท้องถิ่น โดยระบุ เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงปลูกผลผลิตให้ดี แต่ต้องมีตลาดที่มั่นคงและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ โครงการ "เซ็นทรัล ทำ" ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การแปรรูป การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ช่องทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่าน 13 ชุมชนต้นแบบ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ "เซ็นทรัล ทำ" จนสามารถเปลี่ยนผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค พร้อมนำมาจัดแสดงและจำหน่ายในงาน "จริงใจ มาหา...นคร" ครั้งที่ 13 เวทีที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ผลิตและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการขยายช่องทางการตลาด จนสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 50 ครัวเรือน และสร้างรายได้รวมกว่า 25.5 ล้านบาทในปี 68
อีกหนึ่งชุมชนต้นแบบ คือ วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา จังหวัดชัยภูมิ ที่ต่อยอดการปลูกอะโวคาโดให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของพื้นที่ พร้อมพัฒนาการแปรรูปและการบริหารจัดการผลผลิต ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชนในปีที่ผ่านมา 60 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติ
ด้าน ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำแนวคิดเกษตรอินทรีย์และการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชนมาพัฒนาควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตท้องถิ่น จนสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้สมาชิกกว่า 14 ล้าน บาท พร้อมเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลบัวใหญ่ จังหวัดน่าน ได้ยกระดับฟักทอง พันธุ์ไข่เน่า พันธุ์พื้นเมืองและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของชุมชนผ่านการพัฒนามาตรฐานสินค้า เช่น ขนมเปี๊ยะฟักทอง พายฟักทอง การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงสู่ตลาด ทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
อีกหนึ่งชุมชนต้นแบบ คือ วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก หมู่ 9 จ.สกลนคร ที่ต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นถิ่นให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ "เซ็นทรัล ทำ" ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การออกแบบลวดลายและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค การยกระดับบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ รวมถึงการเชื่อมโยงสู่ช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผ้าทอพื้นถิ่น สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่สมาชิกในชุมชน พร้อมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โครงการ "เซ็นทรัล ทำ" ได้ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตร ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร การพัฒนาคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต การแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการบริหารจัดการธุรกิจ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนรวมกว่า 2,240 ล้านบาท ครอบคลุมการพัฒนาชุมชนต้นแบบ 13 แห่ง ทั่วประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และต่อยอดผลผลิตท้องถิ่นสู่ตลาดคุณภาพอย่างยั่งยืน