“ศ.ดร.ยศชนัน” ลุยต่อจังหวัดยโสธร คิกออฟแก้จนเบ็ดเสร็จ -ดันแพลตฟอร์ม AI ปูพรมค้นหาคนจนตกหล่น เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะ สร้างรายได้ เล็งขยายผลทั่วประเทศ พร้อมประกาศแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทุนดำรงชีพ 5 ด้าน
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวต่อที่ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งมาชุมนุมกันบริเวณลานข้างวัดป่าพุทธิคุณ ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร ประกอบด้วยนายชาญชัย ศรศรีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน นายชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยโสธร และผู้บริหารของจังหวัดยโสธร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ โดยให้ความเชื่อมั่นว่าจะมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือแก้ไขความยากจน แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ
“ผมจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนครอบคลุมทุนดำรงชีพ 5 ด้านคือทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนธรรมชาติ ทุนเศรษฐกิจ และทุนสังคม โดยใช้ชุดความรู้จากโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่(บพท.) ได้ดำเนินการร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 7 ปี ในพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่องทั่วทุกภาคของประเทศ”
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า งานวิจัยแก้จน ที่ หน่วย บพท.เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่อง ภายใต้กลไกกระบวนการตั้งแต่ขั้นตอนการสืบค้นสอบทานข้อมูลคนจนอย่างละเอียด แล้วนำไปออกแบบโมเดลแก้จนให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ บนหลักการความมีส่วนร่วมของคนจน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้ผ่านการพิสูจน์ยืนยันผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ในการช่วยคนจนให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาแล้ว จะได้รับการผลักดันให้เป็นแม่แบบนำไปใช้แก้ไขปัญหาความยากจนทุกจังหวัดทั่วประเทศ
“ความสำเร็จและโมเดลแก้จนที่ดีจากพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย จะต้องถูกนำไปถอดบทเรียนเพื่อให้ได้โมเดลที่ดีที่สุด นำไปแชร์และขยายผลใช้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี โดยไม่ต้องรอกระบวนการที่ล่าช้า และหากโมเดลไหนในพื้นที่ใดสามารถเดินหน้าได้ดีแล้ว เราก็จะส่งมอบต่อให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดงบประมาณและการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ”
...
ศ.ดร.ยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่จริง 2 จุดสำคัญคือ จุดที่ 1 การเข้าเยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจนของนางบัวผัน อุปพันธ์ วัย 72 ปี ซึ่งสภาพบ้านมีความเสื่อมโทรมไม่ปลอดภัย มีปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝน ซึ่งได้โครงการวิจัยแก้จนจากหน่วย บพท. ร่วมกับ วิทยาลัยชุมชนยโสธรและภาคีเครือข่าย ประสานส่งต่อข้อมูลให้สภาองค์กรชุมชนและสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมเทพื้นคอนกรีต เปลี่ยนหลังคา ประตู หน้าต่าง ให้ถูกสุขลักษณะ และมีความปลอดภัย เพื่อความมั่นคงในการใช้ชีวิต
จุดที่ 2 เยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้โมเดลแปลงรวมเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองแหน” ต.หนองแหน อ.กุดชุม ที่ใช้พื้นที่แปลงรวม 30 ไร่ ของนายปริญญา มีไชย มาเป็นพื้นที่ทำกินร่วมของชุมชน โดยมีแปลงรวมให้ครัวเรือนยากจนร่วมใช้ประโยชน์ 30 ครัวเรือน มุ่งเน้นการเชื่อมโยง “คน – ความรู้ – ทรัพยากร – ตลาด” เข้าด้วยกัน ผ่านกลไกการทำงานของนักพัฒนาเชิงพื้นที่หรือ ADM ที่เข้ามาเป็นโค้ชอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการหนุนปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีจากสถาบันวิชาการ อาทิ วิทยาลัยชุมชนยโสธร และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่นำนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเพื่อสร้างรายได้เสริมและทักษะการพึ่งพาตนเองของครัวเรือนยากจนได้
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวด้วยว่า โครงการวิจัยแก้จนซึ่ง บพท.ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้พลิกโฉมรูปแบบความช่วยเหลือคนจน จากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ผสานระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะ และเทคโนโลยี AI ปูพรมค้นหาคนจนที่ตกหล่น ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถนำพาคนจนที่ขัดสนทุนดำรงชีพ เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้แล้วกว่า 7,663 คน สร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท รวมถึงประสานภาคีเครือข่ายช่วยลดหนี้และมอบทุนการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
"ผมลงพื้นที่มาแล้วหลายจังหวัด ตั้งแต่อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด จนกระทั่งล่าสุดมาถึงยโสธร ด้วยความตั้งใจจริงที่จะใช้ข้อมูลความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แก้ไขปัญหาความยากจน และเร่งผลักดันเรื่องระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โอกาสในการมีอาชีพ มีงานทำ และโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบเรื่องทุนมนุษย์ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ทุกมิติ และแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ"
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี อว. ชี้แจงด้วยว่า เราใช้ฐานข้อมูลเพื่อหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดความยากจน โดยมีกลไกความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม PPAP ที่ต่อยอดมาจาก TPMAP เมื่อเราสแกนพบผู้ที่ 'ตกหล่น' จากระบบ หน้าที่ของเราคือต้องเข้าไปช่วยทันที โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การส่งเสริมอาชีพ ในมิติของโมเดลแก้จน และ การส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหากพบว่าข้อมูลใครยังไม่ครบถ้วน เรามี วิทยาลัยชุมชน และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในพื้นที่ เป็นแกนนำในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้สมบูรณ์
นอกจากนี้ เราได้วิเคราะห์ความยากจนผ่านฐานทุนดำรงชีพ 5 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนมนุษย์ ซึ่งเราพบชัดเจนว่ากลุ่มเปราะบางหรือผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ เราจึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เข้ามาช่วยเพิ่มทักษะให้ตรงกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถทำงานได้ เหนื่อยน้อยลง ใช้ต้นทุนลดลง แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่อง ทุนทางกายภาพเช่น การขาดที่ดินทำกิน วันนี้ผมได้เห็นความประทับใจในพื้นที่ที่มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง ให้ชุมชนได้เข้ามาทำมาหากินร่วมกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก และแก้ปัญหาได้จริง
...
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.ยศชนันรับเป็นธุระช่วยต่อยอดขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโครงการแก้จน ไปเชื่อมโยงกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับทุนมนุษย์ที่ท่านกำกับดูแลอยู่ได้แก่กระทรวง อว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยให้การทำให้คนจนเข้าถึงโอกาสในการได้รับสวัสดิการจากรัฐสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น
“การขยายผลงานวิจัยโครงการแก้จน และโมเดลแก้จน จาก 20 จังหวัดนำร่อง ไปทั่วประเทศตามความตั้งใจของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตคนจน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง แต่ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและต้องทำต่อเนื่องจริงจัง และที่สำคัญที่สุด กลไกทั้งในระดับพื้นที่ ระดับชุมชนต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยกัน ท้ายที่สุดเรื่องความยากจนไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเชิงโครงสร้างเท่านั้น เราจะต้องให้เขาเข้าสู่โอกาสต่างๆ ทั้งการศึกษา การเพิ่มรายได้ เพื่อทำให้เขาลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง สามารถยืนหยัดได้ ให้เขามีความรู้สึกว่ามีคุณค่าทางสังคม”
ต่อไปหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และด้วยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) จะได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการยกระดับความช่วยเหลือให้ครอบคลุมคนจนเป้าหมายใน 20 จังหวัดนำร่อง และขยายผลสู่จังหวัดที่ให้ความสนใจจะใช้แพลตฟอร์มและโมเดลแก้จนนี้ เพื่อสร้างความมั่นคง ยั่งยืน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม.
...