ร้อยเอ็ดยกระดับ "บ้านปรางค์กู่" ต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดศรีรัตนาราม (วัดบ้านปรางค์กู่) บ้านปรางค์กู่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด มีชาวบ้าน เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมใจกันต้อนรับผู้มาเยือน ซึ่งไม่ได้สะท้อนเพียงบรรยากาศของการจัดงานเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพแทนของ "ชุมชนที่ลุกขึ้นมาบริหารทุนทางวัฒนธรรมของตนเอง" เพื่อเปลี่ยนมรดกทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้คัดเลือก บ้านปรางค์กู่ เป็นต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชีวิต เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ภายในงานมี นายสมศักดิ์ สาโดด วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด, นางราณี วงศ์ลุน พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด,นางจิราภรณ์ บุญโพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด, ผศ.(พิเศษ)ดร.สาธิต กฤตลักษณ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด, นางรุ่งทิวา ธรณี นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด, ผู้แทนนายอำเภอธวัชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
...
หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีโบราณสถานที่ทรงคุณค่า แต่สิ่งที่ทำให้บ้านปรางค์กู่แตกต่าง คือการที่ชุมชนสามารถเชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน โดยหัวใจของชุมชนคือ ปรางค์กู่ โบราณสถานสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมขอมในดินแดนอีสาน แต่การท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่เพียงการชมโบราณสถาน หากยังต่อยอดไปสู่การสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่ชาวบ้านยังคงรักษาไว้
นายสมศักดิ์ สาโดด วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อยกระดับชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
บ้านปรางค์กู่ได้รับการคัดเลือก เพราะมีความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ตลอดจนมีอัตลักษณ์ด้านประเพณี วัฒนธรรม อาหาร แหล่งท่องเที่ยว และที่พัก ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว
แนวคิดสำคัญของโครงการคือ การเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรม ให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ โดยไม่ทำลายรากเหง้าของชุมชน โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ บ้านปรางค์กู่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของคนทุกช่วงวัย เด็กและเยาวชนทำหน้าที่เป็นนักเล่าเรื่องชุมชน ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้สูงอายุร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญา และเป็นครูสอนงานหัตถกรรม กลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูป และของที่ระลึก ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมพัฒนาโฮมสเตย์และเส้นทางท่องเที่ยว ทำให้รายได้หมุนเวียนสู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง
อีกหนึ่งสีสันสำคัญของงาน คือการนำเสนออาหารพื้นถิ่นที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ต้มไก่บ้าน ตำ 18 นางฟ้า ข้าวต้มพันปี และน้ำสมุนไพร อาหารเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเมนูพื้นบ้าน แต่เป็นเรื่องราวของวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาที่สามารถพัฒนาเป็น Soft Power ด้านอาหาร สร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตนวดแผนไทย การทำลูกประคบ งานจักสาน งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม พร้อมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
ทางด้าน นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นทุนทางเศรษฐกิจ โดยบ้านปรางค์กู่เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีอัตลักษณ์โดดเด่น และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมครบวงจร ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของบ้านปรางค์กู่ เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้ง นายอำเภอธวัชบุรี สภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด สภาวัฒนธรรมอำเภอธวัชบุรี เทศบาลตำบลมะอึ พัฒนาการอำเภอธวัชบุรี โรงเรียนบ้านยางกู่ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมะอึ ผู้นำชุมชนบ้านปรางค์กู่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวโดยชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม บ้านปรางค์กู่อาจเป็นเพียงชุมชนหนึ่งในอำเภอธวัชบุรี แต่ในอนาคต หากการพัฒนาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ชุมชนแห่งนี้อาจกลายเป็นต้นแบบของการใช้ทุนวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาคอีสาน.
...