"กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" บูรณาการร่วม "กระทรวงคมนาคม" ขับเคลื่อน "การท่องเที่ยวทางรถไฟ" พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองรับช่วง Low Season


วันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จัดการประชุมหารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อผลักดัน "การท่องเที่ยวทางรถไฟ" ให้เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (New Tourism Product) พร้อมตั้งเป้ากระจายรายได้สู่ชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season)

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชน เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

...

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการพัฒนาขบวนรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะขบวนรถไฟปรับอากาศดีเซลราง Kiha 183 และขบวนรถไฟ SRT Royal Blossom ซึ่งเป็นขบวนรถที่ได้รับมอบจากประเทศญี่ปุ่นและนำมาปรับปรุงใหม่จนมีความสวยงาม สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงพร้อมเข้ามาต่อยอดและสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวให้เกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ "สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)" ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางและจุดเริ่มต้นของเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์เชิงประวัติศาสตร์ก่อนออกเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว เข้าไปกำกับดูแลด้านมาตรฐานมัคคุเทศก์ การให้บริการของผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางถึงสถานีปลายทาง พร้อมทั้งมอบหมายให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. รับผิดชอบด้านการเชื่อมโยงเส้นทางเพื่อกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในที่ประชุมยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น 

ขณะที่ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้นำเสนอประเด็นข้อจำกัดที่ต้องการการบูรณาการแก้ไข ได้แก่ 1. การเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟเพื่อรองรับอุปสงค์การท่องเที่ยวทางรางที่เติบโตสูงขึ้น 2. การพัฒนาระบบการสำรองที่นั่งให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง 3. การดึงศักยภาพของสถานีรถไฟเก่าแก่อายุนับร้อยปีมาพัฒนาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว และ 4. การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องน้ำทั้งภายในสถานีและบนขบวนรถไฟ

ทางด้าน นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เผยว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันยินดีที่จะใช้จ่ายในราคาสูงเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย และต้องการทางเลือกในการเดินทางเชื่อมโยงที่ยืดหยุ่น 

ส่วนนายนิธิ สิบพงษ์สังข์ ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมุ่งสู่ "การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล" (Tourism for All) โดยเฉพาะการปรับปรุงทางลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุและผู้พิการให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า วันนี้เป็นนิมิตใหม่อันดีและเป็นความหวังแก่คนในภาคการท่องเที่ยว ที่รัฐมนตรีทั้ง 2 ท่านร่วมกันผลักดันโครงการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาว.