"น้อมจิตต์" ประกาศตรึงราคา "ชุดนักเรียน" เท่าเดิมในปีการศึกษา 2569 หวังช่วยลดภาระผู้ปกครอง แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ถ้าสู้รบตะวันออกกลางยังไม่จบ อาจต้องขยับขึ้นราคาในปีหน้า


วันที่ 30 เมษายน 2569 นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนนูแฟกเจอร์ริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดนักเรียนน้อมจิตต์ เผยว่า ตลอดปีการศึกษา 2569 น้อมจิตต์ยังคงตรึงราคาขายชุดนักเรียนไว้เท่ากับปีก่อน เพราะสินค้าส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในปีนี้ยังเป็นสต็อกเดิมจากปี 2568 ที่ผลิตไว้ก่อนต้นทุนเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของการสู้รบในตะวันออกกลาง 

ทั้งนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม แม้ต้นทุนหลายด้านสูงขึ้น รวมๆ 5-10% ทั้งน้ำมันดีเซลที่กระทบค่าขนส่ง รวมถึงด้าย ซิป กระดุม ผ้าโพลีเอสเตอร์ เพราะทำมาจากเม็ดพลาสติก ที่ราคาสูงขึ้นจากผลกระทบของการสู้รบในตะวันออกกลาง

ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทผลิตสินค้าออกมาตลอดทั้งปี โดยสินค้าที่จำหน่ายในช่วงเปิดเทอมปีนี้เกือบทั้งหมดเป็นสต็อกเดิม ขณะที่สินค้าล็อตใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนสูงขึ้น จะนำออกมาจำหน่ายในปีหน้า หรือประมาณเดือนพฤษภาคม 2570 ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม ทำให้ในระยะสั้นนี้ ยังสามารถแบกรับภาระต้นทุนไว้ได้ แม้ค่าขนส่งได้รับผลกระทบแล้วทันที แต่บริษัทมองว่ายังสามารถรับภาระได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับราคาขายทันที

ส่วนในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้า บริษัทจะประเมินต้นทุนเฉลี่ยอีกครั้ง หากต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มาก อาจยังคงตรึงราคาได้ต่อ แต่หากต้นทุนพุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจพิจารณาปรับขึ้นราคาเฉพาะส่วนที่จำเป็น

สำหรับกำลังซื้อของผู้ปกครองในปี 2569 มองว่ายังคงทรงตัวจากปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ฐานกำลังซื้ออยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น เด็กที่เปลี่ยนระดับชั้นใหม่จะซื้อเฉลี่ย 2-4 ชุดต่อคน ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโรงเรียน ขณะที่ลูกค้าเก่าหลายรายซื้อเพียง 1 ชุด หรือบางส่วนเลือกแก้ขนาด ขยายเอว หรือซ่อมแซมแทนการซื้อใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย 

...

อีกทั้งบางโรงเรียนก็ไม่บังคับใส่ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดกันแล้ว จึงทำให้ยอดขายส่วนนี้หายไป โดยราคาชุดนักเรียนน้อมจิตต์ในปัจจุบัน เริ่มต้นที่ตัวละ 200 บาทต้นๆ และอาจสูงถึง 300-400 บาทปลายๆ ตามขนาดและชนิดผ้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการแข่งขันในตลาดชุดนักเรียน มองว่ายังคงแข่งขันสูงต่อเนื่อง ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายระดับราคา ทั้งจากแบรนด์หลัก แบรนด์รอง และช่องทางจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น.