ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลุยทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม "บ้านหมี่" เตรียมพัฒนาเป็น One Day Trip หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน
วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ เพื่อติดตามการดำเนินงานและทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมวางแนวบูรณาการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 4 จุด ประกอบด้วย
จุดแรก : วัดห้วยแก้ว เข้ากราบสักการะหลวงพ่อโปร่ง อดีตเจ้าอาวาส พร้อมชม "เจดีย์มหาเมตตารตนะรังษี" เจดีย์กลางน้ำทรงหกเหลี่ยมที่ผสมผสานศิลปะขอม ไทย และลาวอย่างลงตัว รวมถึงแหล่งน้ำตกธรรมชาติท่ามกลางร่มไม้
จุดที่สอง : สวนกล้วยไม้กาญจนาออคิด แหล่งเพาะปลูกกล้วยไม้ส่งออกขนาดใหญ่กว่า 130 ไร่ รวบรวมสายพันธุ์สวยงามและหายาก เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
จุดที่สาม : วัดคุ้งท่าเลา ชมซุ้มประตูรูปหนุมานและไมยราพขนาดใหญ่ สะท้อนเอกลักษณ์วรรณคดีรามเกียรติ์ พร้อมเยี่ยมชมตลาดน้ำบางขาม และล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำ
จุดที่สี่ : ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านมหาสอน (บ้านสวนขวัญ) โดยคณะได้นั่งรถอีแต๋นท่องเที่ยวในชุมชน เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกร ชมบ้านไทยหลบโจร อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี พร้อมเลือกซื้อสินค้าแปรรูปจากเกษตร อาหารพื้นถิ่น และลิ้มลองขนมพื้นบ้าน "ดอกโสนซาวน้ำ" คู่กับน้ำชาใบขลู่
...
นายวีรพงศ์ เผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการสำรวจศักยภาพ เพื่อเชื่อมจุดแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นเส้นทางเดียวกัน ทั้งแบบ One Day Trip และแบบพักค้างคืน โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชน ซึ่งนักท่องเที่ยวปัจจุบันไม่ได้ต้องการแค่ถ่ายรูป แต่ต้องการประสบการณ์และคุณค่าจากการท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง 4 จุดมีเสน่ห์แตกต่างกันและสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวได้อย่างมีศักยภาพ
ทั้งนี้ พร้อมย้ำว่าจังหวัดลพบุรีมีแนวทางให้ชุมชนเป็นผู้นำเสนออัตลักษณ์ของตนเอง เพื่อคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น โดยภาครัฐจะสนับสนุนด้านมาตรฐานสินค้า การบริการ การตลาด และการสร้างการรับรู้ รวมถึงส่งเสริมการเดินทางด้วยรถไฟเป็นจุดขายสำคัญของอำเภอบ้านหมี่
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเส้นทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัด ที่มุ่งยกระดับลพบุรีสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้ากระจายรายได้สู่คนในชุมชนทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง.