“เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” ชูอัตลักษณ์เส้นหมี่เตี๊ยวบ้านโป่ง ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. - 3 มี.ค.69 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. บริเวณตลาดดงมะพร้าว เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จัดขึ้นโดยชมรมลูกหลานบ้านโป่ง ร่วมกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง กลุ่มผู้ประกอบการผลิตเส้นหมี่เตี๊ยว เส้นก๋วยเตี๋ยว โรงเจ และภาคีเครือข่าย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน
นายบัญชา ทองเวโรจน์ ทายาทโรงหมี่ลิ้มกวงเว้งรุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า ในอดีตเส้นหมี่เตี๊ยว หรือ เส้นหมี่อายุยืน จะทำขึ้นเพื่อบริโภคกันเองในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันสารทจีน และวันเกิด แต่ด้วยขั้นตอนการทำที่ต้องใช้เวลานาน จึงทำให้เกิดอาชีพทำเส้นหมี่เตี๊ยวขึ้น เช่นเดียวกับครอบครัวของตน พอได้รับความนิยมจากชุมชนคนจีนที่อยู่ใกล้เคียง จึงขยายกำลังการผลิต สร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว
ปัจจุบันตามท้องตลาดเส้นหมี่เตี๊ยวที่ผลิตขึ้น จะมี 2 ประเภท ได้แก่ เส้นหมี่ทำมือแบบดั้งเดิม และเส้นหมี่ทำเครื่อง ซึ่งขั้นตอนการผลิตเส้นหมี่ทำมือ จะใช้เวลาทำนาน 3 – 4 วัน โดยเส้นจะมีลักษณะเฉพาะตัว ที่เรียกว่า “หัวหมี่” ซึ่งเป็นส่วนที่คล้องกับไม้ที่ใช้ในการยืดเส้น ทำให้เส้นบริเวณนี้ค่อนข้างหนา บางคนก็จะชอบตรงนี้ เพราะว่าเนื้อแป้งส่วนนี้จะหนาหนึบ และมีรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ในส่วนของหมี่ทำเครื่อง จะใช้เครื่องจักรและเทคนิคการผลิตในการเข้ามาช่วยลดแรงงานคนและระยะเวลาการผลิต
ในส่วนของโรงหมี่ลิ้มกวงเว้ง ดั้งเดิมจะทำด้วยมือ ปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาเป็นผลิตด้วยเครื่อง แต่ยังคงได้ตัวเส้นที่มีความเหนียวนุ่ม และลดความเค็มจากการทำแบบดั้งเดิมลงมา โดยมีเส้นหมี่เตี๊ยวสีขาวและสีเหลือง ซึ่งสีขาวจะเป็นสีธรรมชาติของแป้งสาลีเกรดพรีเมียมไม่ฟอกสี ส่วนเส้นสีเหลืองจะมีส่วนผสมของผงขมิ้น เพื่อให้หมี่เตี๊ยวกลายเป็นอาหารที่สามารถกินได้ทุกวันและเป็นสากลมากขึ้น โรงหมี่ได้ต่อยอดนำมาทดลองทำเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ทดแทนเส้นสปาเกตตี เส้นขนมจีน และเส้นจันทร์ ซึ่งก็สามารถเข้ากับเมนูต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
นายมนต์ชัย ชินวินิจกุล รองประธานโรงเจบ้วนฮกตั้ว เปิดเผยว่า “เทศกาลโคมไฟ” จะถูกจัดขึ้นในวันหยวนเซียว หรือ วันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์จะเต็มดวงครั้งแรกของปี โดยศาลเจ้า โรงเจ และบ้านเรือน จะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพเจ้าที่ตนเองนับถือ นอกจากนี้ยังเป็นการรำลึกถึงพระคุณขององค์เจ้าแม่กวนอิม ที่ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข และมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า โดยในช่วงเทศกาลโคมไฟของทุกปี จะมีคนไทยเชื้อสายจีน นำอาหารมงคลประกอบด้วย หมู ไก่ ปลาหมึก และหมี่เตี๊ยว ซึ่งมีความหมายในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ขยันหมั่นเพียร มีความรู้ และอายุที่ยืนยาว นำมาเซ่นไหว้ขอพรต่อเทพเจ้า
ด้าน นายปกรณ์ เอกอมรพันธ์ ประธานชมรมลูกหลานบ้านโป่ง เปิดเผยว่า อ.บ้านโป่ง ถือเป็นแหล่งรวมชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งรกรากอย่างยาวนาน และมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นคือ การทำเส้นก๋วยเตี๋ยว และเส้นบะหมี่ โดยเฉพาะ “เส้นหมี่เตี๊ยว” เป็นหนึ่งในของดีที่เป็นตำนานร่วม 100 ปี ด้วยวิธีการดั้งเดิมที่สืบทอดกันมามากกว่า 3 ชั่วอายุคน จนปัจจุบันบ้านโป่งกลายเป็นแหล่งผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ และเส้นหมี่เตี๊ยวรายใหญ่ ที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วประเทศ รวมไปถึงมีร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่ทำมือที่ขึ้นชื่อหลายร้าน
ดังนั้น ชมรมจึงได้นำต้นทุนทางวัฒนธรรมความเชื่อเทศกาลโคมไฟ และด้านอาหารเหล่านี้ มาพัฒนาต่อยอดร่วมกันเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง ภายใต้ชื่องาน “เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” ซึ่งภายในงานได้นำของดีของอร่อยเมืองบ้านโป่ง มาให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง ผัดหมี่กระทะยักษ์ และเมนูประยุกต์ใหม่ อาทิ หมี่เตี๊ยวผัดไทย, หมี่เตี๊ยวผัดขี้เมา พร้อมร่วมสนุกในกิจกรรมการแข่งขันกินหมี่ “ศึกชิงเจ้ายุทธภพหมี่เตี๊ยว” รวมไปถึงยังมีอาหารขึ้นชื่อ อาทิ ไก่ย่างบางตาล แป้งผัดโบราณ และสตรีตฟู้ดอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และโคมไฟแฟนซีอย่างสวยงามทั่วเมืองบ้านโป่ง
...
นอกจากนั้น ยังเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ประกวดคอสเพลย์ ในธีมศิลปวัฒนธรรมจีนผสมผสานกับการแสดงสมัยใหม่ การแสดงของคณะสิงโตเด็กบ้านโป่ง ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันหลังได้รับแรงบันดาลใจจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ “งานเทศกาลโคมไฟบ้านโป่ง นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ก.พ. - 3 มี.ค.69 เวลา 18.00 – 21.00 น. บริเวณตลาดดงมะพร้าว หรือติดต่อสอบถามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ชมรมลูกหลานบ้านโป่ง”