เปิดตัวยิ่งใหญ่ Mega Halal Bangkok 2026  ผนึกกำลัง 4 องค์กรยักษ์ ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางฮาลาลแห่งเอเชียใหญ่สุดในไทย เริ่ม 15-17 ก.ค. 2026


วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทคอมเอเชีย จำกัด จับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก Shapers Malaysia , สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) และ สถาบันอาหาร (NFI) แถลงข่าวเปิดตัวงาน Mega Halal Bangkok 2026 ภายใต้แนวคิด Forging the Future ประกาศความพร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลชั้นนำของเอเชีย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาล เครื่องยนต์ใหม่ตลาดโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายปีเตอร์ เฉิง ผู้อำนวยการบริษัท คอมเอเชีย จำกัด เผยว่า เศรษฐกิจฮาลาลโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026 รองรับประชากรมุสลิมกว่า 2 พันล้านคน และผู้บริโภคทั่วไปที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ฮาลาลในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงแค่กฎระเบียบทางศาสนา แต่เป็นวิถีชีวิต และโอกาสทางธุรกิจมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการไทย

การจัดงาน Mega Halal Bangkok 2026 ครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันแบบทวีคูณผลลัพธ์ ระหว่าง 4 องค์กรหลัก ได้แก่ คอมเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติกว่า 30 ปี , Shapers Malaysia ผู้นำตลาดฮาลาลและผู้บุกเบิกงาน MIHAS , NFI (สถาบันอาหาร) ผู้ดูแลมาตรฐานการผลิต และ TMTA สมาคมการค้าที่เชื่อมโยง SME ไทยสู่ตลาดโลก

...

จุดเด่นของงานในปี 2026 คือการย้ายสถานที่จัดงานมายังใจกลางเมือง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อรองรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเน้นรูปแบบ B2B (Business-to-Business) ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ที่คัดเลือกผู้ซื้อที่มีคุณภาพและอำนาจตัดสินใจจริงจากทั่วโลก มาพบผู้ประกอบการไทย

ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ชูครี อับดุลลาห์ ผู้ก่อตั้ง MIHAS และนักยุทธศาสตร์หลักจาก Shapers Malaysia กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น "ครัวฮาลาลของโลก" เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบและมีสินค้าที่หลากหลาย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันสินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก โดยมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ให้เติบโตไปด้วยกัน

ทางด้าน คุณมารุต เมฆลอย นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสินค้าที่ผ่านการรับรองฮาลาลกว่า 200,000 รายการ ซึ่ง 95% เป็นของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่มุสลิม TMTA จึงมุ่งเน้นการผลักดันให้ "ฮาลาล" เป็น "สินทรัพย์ของชาติ" ในเชิงพาณิชย์ 

นอกจากนี้ TMTA ยังได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของ หอการค้าและพัฒนาอิสลาม (ICCD) ซึ่งเป็นองค์กรเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกมุสลิม ครอบคลุม 57 ประเทศ ทำให้ไทยมีโอกาสใหม่ในการเข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศ OIC (องค์การความร่วมมืออิสลาม) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก

งานนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคการศึกษาและนวัตกรรม โดย ผศ. คำรณ พิทักษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า อุทยานวิทยาศาสตร์พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานนวัตกรรมเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าฮาลาลไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี

สำหรับในมิติด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า ดร. วินเซนต์ ตัน ผู้บริหารจาก Thahira ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ฮาลาล จากมาเลเซีย กล่าวถึงบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อจุดต่างๆ ของห่วงโซ่อุปทานว่า Thahira เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในการขนส่งข้ามพรมแดน ด้วยแนวทางการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบท้องถิ่น การสร้างความเชื่อมั่นในการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และการรับประกันคุณภาพ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน Mega Halal Bangkok 2026 สามารถเตรียมความพร้อมทั้งด้านมาตรฐานสินค้า ข้อมูลราคา กำลังการผลิต และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.megahalal-bangkok.com เพื่อคว้าโอกาสในตลาดการค้ามูลค่ามหาศาลนี้.