เครดิตภาพ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
นายกรัฐมนตรี มาเชียงใหม่ติดตามความคืบหน้าการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งของเชียงใหม่ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว หนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนในภูมิภาค
เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2567 ที่หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาล ในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งและการเดินทางของจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น รองรับปริมาณการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวของภูมิภาค มีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ และมีปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยนอกวงแหวนรอบเมือง
จากเหตุที่กล่าวมาจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับโครงข่ายถนน ประกอบด้วย ระบบขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภท ที่จะช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่กระทบต่อวิถีชุมชน และยังคงอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ความคืบหน้าโครงการรถแดงไฟฟ้า (EV) ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่, แผนการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว 7 แห่ง, การพัฒนาถนนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงเชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนือ ตลอดจนโครงการก่อสร้างสนามบินล้านนา (เชียงใหม่แห่งที่ 2)
...
สำหรับการพัฒนาทางถนน ได้แก่ ถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 11 และทางหลวงหมายเลข 1141 ระยะทางรวม 18.238 กิโลเมตร, ถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 121 ระยะทางรวม 52.957 กิโลเมตร, แผนพัฒนาทางแยกระดับถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 3, การพัฒนาถนนเลี่ยงเมืองแม่ริม อำเภอแม่ริม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ปัจจุบันสำรวจออกแบบแล้วเสร็จ, การพัฒนาถนนเลี่ยงเมืองต้นเปา ระยะทาง 16.50 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างของบประมาณจ่ายค่าเวนคืน
ด้านแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ (CM-PMAP) โดยมีระบบหลัก (Trunk Route, LRT) ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้า สายสีแดง โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคีระยะทาง 12.54 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการดำเนินโครงการที่เหมาะสม และพิจารณาผลการศึกษาเปรียบเทียบร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ขณะที่โครงการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินระยะทาง 10.47 กิโลเมตร จำนวน 13 สถานี สายสีเขียว ระยะทาง 11.92 กิโลเมตร จำนวน 10 สถานี และระบบ Feeder (รถประจำทาง) ประกอบด้วย ระบบรอง จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 89 กิโลเมตร ระบบเสริม จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 85 กิโลเมตร
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ประกอบด้วย ระยะที่ 1 กรุงเทพมหานคร-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กิโลเมตร ปัจจุบันฝ่ายญี่ปุ่นศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงินของโครงการแล้วเสร็จ และผลการศึกษา R-Map บรรจุเส้นทางอยู่ในแผนงานระยะกลาง (พ.ศ. 2571-2575) สำหรับระยะที่ 2 พิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง 288 กิโลเมตร ปัจจุบันผลการศึกษา R-Map บรรจุเส้นทางอยู่ในแผนงานระยะยาว (พ.ศ. 2576-2585) โดยกรมทางหลวงพิจารณาขออนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในภาพรวม สำหรับดำเนินโครงการเพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น หรือจัดลำดับความสำคัญแผนงาน และจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในระยะเร่งด่วน (ระยะ 3 ปี) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงโครงข่ายทางถนนให้ต่อเนื่องเพื่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ มอบให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนดเส้นทางรถโดยสารสาธารณะ (รถสี่ล้อแดง) สำหรับบริการประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมตอบโจทย์การเดินทางผู้โดยสารที่ใช้บริการ สำหรับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดปัญหามลพิษและฝุ่น PM 2.5 มอบให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณากำหนดมาตรฐานการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ของรถโดยสารสาธารณะ รวมทั้งหาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมและปลอดภัย
ขณะเดียวกันยังให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) หาแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่สโมสรวิทยุการบิน เชียงใหม่ เช่น การใช้เป็นพื้นที่เช็กอิน โหลดสัมภาระ หรือพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ International Civil Aviation Organization (ICAO) รวมทั้งประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการร่วมกัน โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ สร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ให้มีความเข้าใจถึงประโยชน์ในโครงการของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะมีการสร้างงาน สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ.
...