เด็ก ม.1 ยอมรับกุเรื่องขู่กราดยิงในไลน์เอง ไม่มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง คาดคึกคะนอง เตรียมนัดผู้ปกครองเข้าสอบปากคำร่วมสหวิชาชีพ ก่อนพิจารณาข้อกฎหมาย


จากกรณีเกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังมีข้อความข่มขู่ในกลุ่มไลน์ของนักเรียนชั้น ม.1 ระบุว่า “พรุ่งนี้โดนกราดยิงแน่” ซึ่งถูกส่งเมื่อเวลา 19.20 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้ส่งจะยกเลิกข้อความดังกล่าว ทำให้คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนเกิดความกังวลด้านความปลอดภัย จนต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 5–6 พฤศจิกายน พร้อมประสานผู้ปกครองให้เดินทางมารับนักเรียนประมาณ 1,000 คน กลับบ้านอย่างเร่งด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : แตกตื่น เด็ก ม.1 ขู่กราดยิงในกลุ่มไลน์ ผอ.สั่งปิดโรงเรียน-ผู้ปกครองแห่รับบุตรหลาน)

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก. สภ.บางละมุง ว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้เชิญครูประจำชั้น ม.1/2 ซึ่งเป็นห้องเรียนที่เกิดเรื่อง เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน พร้อมเชิญตัวเด็กชายบี (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.1/2 ซึ่งก่อนหน้านี้ให้ข้อมูลว่าเป็นผู้เพิ่มบุคคลปริศนาเข้ากลุ่มไลน์ มาสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ สภ.บางละมุง

โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) เข้าร่วมในการสอบถามข้อมูล เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้เยาว์

ผลการสอบถามเบื้องต้นปรากฏว่า เด็กชายบี (นามสมมติ) ยอมรับว่าเป็นผู้กระทำเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง โดยไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามีบุคคลปริศนาถูกเพิ่มเข้ากลุ่มไลน์ ก่อนส่งข้อความข่มขู่จนสร้างความแตกตื่นให้กับโรงเรียนและผู้ปกครอง

พ.ต.อ.สราวุธ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.รัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางละมุง ดำเนินการสอบปากคำครูประจำชั้นไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเด็กชายบี เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้เดินทางกลับไปก่อน โดยจะนัดหมายให้เดินทางมาพร้อมผู้ปกครอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพอีกครั้ง

หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายข้อใดหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนต่อไป

ส่วนสาเหตุของการกระทำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความคึกคะนองของนักเรียน แต่ยังต้องสอบสวนรายละเอียดและแรงจูงใจเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนฉุกเฉินเป็นเวลา 2 วัน.