น้ำท่วมที่อำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ยังวิกฤต บางจุดใน ต.สาวชะโงก ต้องอพยพออกจากบ้านทั้งซอย หลังน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร คุณตาวัย 75 น้ำตาคลอ ยกอัฐิลูกสาวหนีน้ำท่วม ส่วนทรัพย์สินอื่น จมหมด

สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงน่าเป็นห่วง หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานานกว่าสัปดาห์ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถกลับเข้าไปพักอาศัยภายในบ้านได้ตามปกติ โดยเฉพาะชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลสาวชะโงก ซึ่งต้องอพยพออกจากบ้าน หลังระดับน้ำท่วมสูงและยังคงท่วมขังต่อเนื่อง

ช่วงสายวันนี้ (9 ต.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พร้อมนายปรีชา พัชระกุล อายุ 75 ปี ซึ่งพาล่องเรือเข้าไปสำรวจความเสียหายภายในบ้านพัก ที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย พบว่าระดับน้ำสูงประมาณ 1.50 เมตร บ้านเรือนทุกหลังถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ชาวบ้านต้องอพยพออกมาอยู่ด้านนอกทั้งหมด ระหว่างล่องเรือเข้าไปยังบ้านพัก พบคราบตะไคร่น้ำและแหนสีเขียว รวมถึงขยะลอยอยู่บนผิวน้ำ ขณะที่น้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและมีสภาพเน่าเสีย สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากการที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน


เมื่อไปถึงบ้านของนายปรีชา พบข้าวของเครื่องใช้ และทรัพย์สินที่ใช้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำขนม เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงรถจักรยานยนต์ ถูกน้ำท่วมจมอยู่ภายในบ้านทั้งหมด แทบไม่สามารถขนย้ายสิ่งของออกมาได้ทัน เหลือเพียงเสื้อผ้าบางส่วนที่นำติดตัวออกมาได้ แต่ท่ามกลางความเสียหายทั้งหมด ยังมีสิ่งหนึ่งที่นายปรีชาพยายามรักษาไว้ คือพานบรรจุอัฐิของนางภรภัทร ลูกสาว ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม โดยนายปรีชารีบนำพานอัฐิขึ้นไปวางไว้บนเก้าอี้ในจุดที่สูงที่สุดภายในบ้าน ก่อนจะเก็บรูปถ่ายและตะเกียงของลูกสาว ใส่ถังผสมปูนล่องออกมาไว้ด้านนอก

นายปรีชา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวตั้งใจจะนำอัฐิของลูกสาวไปลอยอังคาร แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ จนกระทั่งเกิดฝนตกหนักและน้ำหลากเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทัน ขณะนั้นตนเองกำลังช่วยเหลือบ้านหลังอื่น เมื่อกลับมาถึงบ้าน น้ำก็เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว จึงรีบนำพานอัฐิของลูกสาวขึ้นไปไว้บนที่สูงเป็นอันดับแรก ก่อนเก็บรูปถ่ายและตะเกียงออกมาได้เพียงบางส่วน ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ไม่สามารถนำออกมาได้ทัน 

นอกจากนี้ นายปรีชายังเล่าถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม โดยก่อนหน้านี้จะนำข้าวไปให้ลูกสาวทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมหนัก จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเหลือเพียงวันละครั้งตามสถานการณ์ 


นายปรีชา กล่าวด้วยความเศร้าว่า ขณะนี้แทบไม่เหลือทรัพย์สินอะไรแล้ว แม้แต่อุปกรณ์ทำมาหากินที่ใช้ประกอบอาชีพทำขนมก็ได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะที่การใช้ชีวิตประจำวันก็เต็มไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำและอาบน้ำ ที่ต้องไปที่วัดสาวชะโงก ห่างจากจุดที่ตนเองพักประมาณ 1 กิโลเมตร

ส่วนกรณีที่มีการแจ้งว่า ประชาชนในพื้นที่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปอีกประมาณ 30 วัน นายปรีชาระบุว่า คงต้องอดทนใช้ชีวิตกันต่อไป แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและยากลำบาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้มากไปกว่านี้