อดีตทหารเกณฑ์ วัย 26 ปี แย่งปืนพกตำรวจสายตรวจ ก่อนปลิดชีพตัวเอง ในโรงพัก สภ.เมืองระยอง ค้นกระเป๋าเจอจดหมาย บอกตัวเองไม่ได้ซึมเศร้า หรือเสพยา เตรียมเรียกญาติมาสอบหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ร้อยตำรวจเอก สุเชษฐ์ เทพชารี รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เข้าเวรอยู่บนสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ได้รับแจ้งมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง จึงรีบไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจำนวนหนึ่ง กำลังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงแจ้ง พันตำรวจเอกหญิง ปาริฉัตร อั้นเต้ง ผู้กำกับการตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมฟุตบาทหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ท้ายรถตู้ของสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง พบศพชายวัยรุ่น ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอกนรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด สภาพสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ และกางเกงขาสั้น ถูกอาวุธปืนสั้นยิงเข้าที่ปากทะลุท้าย 1 นัด นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิต ที่มือขวากำอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอกยี่ห้อซีแซดรุ่น พี 10 และพบปลอกกระสุน 1 ปลอก ตกอยู่ข้างกาย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน


สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้เดินขึ้นมาบน สภ.เมืองระยอง เพื่อขอตำรวจชาร์จโทรศัพท์มือถือ หลังชาร์จเสร็จ ยังเดินวนเวียนรอบสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองอยู่สักพัก เป็นจังหวะที่ตำรวจสายตรวจจำนวนหนึ่ง มาเข้าเวรเพื่อรอออกตรวจ ช่วงจังหวะปล่อยแถวเปลี่ยน สิบตำรวจโท นันทพงษ์ ดาราช ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง นั่งพักอยู่บริเวณม้าหินอ่อนหน้า สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ผู้ตายได้เข้ามานั่งพูดคุยด้วย ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านข้างแล้วแย่งปืนที่พกอยู่ที่เอวในซองเก็บ เดินหนีไป จากนั้นชักอาวุธปืนออกจากซอง ปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตต่อหน้า

พันตำรวจเอก อาทิตย์ ยาแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผู้ตายเป็นอดีตทหารเกณฑ์เก่า มีความเชี่ยวชาญและรู้การใช้อาวุธปืน โดยพบกระดาษในกระเป๋าสะพายสีดำ เขียนข้อความตั้งใจจะมาจบชีวิตที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง และว่าตัวเองไม่ได้เสพยา ไม่ได้ซึมเศร้า ผมไม่ได้ป่วยจิต แต่ทรมานที่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว และอีกหลายข้อความ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป